บรรยากาศจากกิจกรรม “ก้าวเดินกับความกลัว” และ “เกมไพ่ ไขเส้นทาง จิตวิญญาณ” เมื่อวันที่ 21-22 มิถุนายน และ 28-29 มิถุนายน ที่ผ่านมา ณ โรงแรมรอยัลริเวอร์ ขอบคุณศิษย์เก่าและนักเรียนใหม่ทุกท่านที่มาร่วมเรียนรู้ สำรวจภายในตนเอง และทบทวนเส้นทางของจิตวิญญาณ ผ่านกระบวนการการสะกดจิตบำบัดและกิจกรรมการอ่านไพ่ผสมผสานบอร์ดเกม โดยกิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของการฉลองครบรอบ 17 ปี สถาบันธรรมวรรณศิลป์ ในการส่งเสริมธรรมะผ่านกิจกรรมร่วมสมัย เชื่อมโยงกับหลักจิตวิทยาและเปลี่ยนสิ่งที่ห่างไกลธรรมให้เป็นการส่งเสริมธรรมมากขึ้น ขอขอบคุณโรงแรมรอยัลริเวอร์สำหรับการอำนวยความสะดวก อาหารที่อร่อย และการร่วมสนับสนุนให้เกิดกิจกรรมครั้งนี้ขึ้นได้ The Royal River Hotel
Author: admin
6 สิ่งที่ควรพัก เพื่อให้กายใจได้พักอย่างแท้จริง
การพักคือการหลีกเลี่ยงเหตุแห่งความดิ้นรน (6 สิ่งที่ควรพัก เพื่อให้กายใจได้พักอย่างแท้จริง) เราต้องเข้าใจเหตุ (สมุทัย) แห่งความทุกข์หรือในที่นี้คือความเหนื่อยล้า ก่อนที่จะเข้าใจว่าการพักให้หายจากความเหนื่อยล้า (นิโรธ) และทางออก (มรรค) นั้นเป็นอย่างไร ความเหนื่อยล้าที่ทำให้เราต้องพักมีสองส่วน ความเหนื่อยล้าจากกิจกรรมต่างๆ ตามปกติ และความเหนื่อยล้าจากอิทธิพลในจิตใจ . อาจมีบ้างที่เราเคยทำกิจกรรมบางอย่างที่รู้สึกสนใจหรือชื่นชม ลงมือทำติดต่อกันยาวนานแทบไม่ได้หยุดพัก แต่เรากลับรู้สึกมีพลังและไม่เหน็ดเหนื่อยในการกระทำเหล่านั้นเลย ลงมือทำแล้วเหมือนได้พักไปในตัว เพราะสิ่งที่อยู่ในจิตใจ ณ เวลานั้นเอื้อให้เกิดพลังกายใจที่ดีให้มีมากขึ้น หรือช่วยให้ผ่อนคลายความเหนื่อยล้าต่างๆ ออกไป . บางครั้งภายนอกได้หยุดพัก แต่ภายในไม่ได้พักผ่อนอย่างแท้จริง จึงเป็นเหตุที่ทำให้ยิ่งเหนื่อย หรือไม่ได้ฟื้นฟูสภาพกายใจให้พร้อมสำหรับการทำงานต่อเท่าที่ควร บางครั้งเราอาจเห็นว่าสถานการณ์ในช่วงนี้ก็ไม่ทำให้เราเหนื่อยมากนักเลย แต่เหตุใดข้างในกลับรู้สึกโรยล้า ขาดพลัง และอยากพักอยู่เรื่อยๆ นั่นเป็นเพราะว่าในจิตใจเรายังไม่ได้พักอย่างแท้จริง และบางสิ่งในจิตใจทำให้เราอ่อนล้ามากกว่าปัจจัยภายนอก . บางสิ่งข้างในที่ทำให้เราเหนื่อยล้านั้น ก็คือความดิ้นรนทั้งหลายของจิตอันไม่อาจหาความนิ่งสงบลงได้ เหมือนวิ่งวุ่นอยู่ข้างในไม่สิ้นสุด เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วมีเวลาพักมากเท่าใดก็ไม่เพียงพอ เราจึงต้องพักหรือหลีกเลี่ยงจากเหตุที่ทำให้จิตดิ้นรนจนบั่นทอนพลังกายใจลง อาทิเช่น . 1. พักจากความอยาก หากเราไม่ได้พักตนเองจากความอยากแล้ว เมื่อถึงเวลาว่างมันก็จะลากพาเราไปเรื่อยๆ จนไม่ได้พักผ่อนอย่างแท้จริง มันอาจชวนเราไปทำอย่างโน้น ไปทำอย่างนี้ ตามความอยาก… Continue reading 6 สิ่งที่ควรพัก เพื่อให้กายใจได้พักอย่างแท้จริง
อบรมการเขียนบำบัดกับน้องๆ สถานพินิจฯปทุมธานี เดือนที่ 3/2568
ชวนน้องๆ เรียนรู้ด้วยการสังเกตตัวเองและคุณค่าที่หลากหลายของคนต่างแบบ ในกิจกรรมเดือนที่ 3 เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา กับสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดปทุมธานี การเรียนรู้ครั้งนี้เน้นถึงภาวะผู้นำ กิจกรรมกลุ่มที่ใช้ความอดทนและการจัดการอารมณ์ที่มากขึ้น เพื่อฝึกสมาธิร่วมกับการวาดและการจดบันทึกในทุกๆ เดือน และเรียนรู้จากสถานการณ์จริง ซึ่งเปรียบเสมือนการใช้ชีวิตในสังคมที่ต้องไปด้วยกันและรับผิดชอบร่วมกัน ท่ามกลางความทุกข์ร้อนที่ต่างคนต่างต้องเผชิญเช่นเดียวกัน จากการแลกเปลี่ยนกันในช่วงท้าย สามารถสังเกตได้ว่าน้องๆ มีความคิดความอ่านที่เติบโตมากขึ้น สิ่งที่ต้องการบอกตัวเองและเพื่อนในกลุ่ม การเรียนรู้จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นข้อคิด ทั้งเตือนใจตนเองจากแบบอย่างที่ไม่ดีและการเรียนรู้จากความแตกต่างของคนแต่ละแบบ และสามารถคิดด้วยตนเองว่า ผู้นำที่ดีเป็นใครหรือแบบใด แม้น้องๆ อาจจะเคยผิดพลาด ทำพฤติกรรมที่ไม่ดี หรือยุ่งเกี่ยวกับสิ่งผิดกฎหมายมาก่อน แต่บางทีอนาคตที่ดีกว่าของสังคมอาจขึ้นกับพวกเขา ผู้ซึ่งได้เรียนรู้ทั้งด้านมืดและด้านสว่างในสังคมและตนเองตั้งแต่อายุยังน้อย เด็กบางคนในที่แห่งนี้ถูกผู้ใหญ่ทอดทิ้งอย่างไม่เป็นธรรม ถูกทำร้ายจากที่อื่น และเคยไม่ได้รับการดูแลอย่างเห็นค่าจากผู้เป็นพ่อแม่ แต่เมื่อเขากลับมารักตัวเองและยอมรับในสิ่งที่เป็นได้มากเพียงพอ เขาอาจช่วยสร้างสังคมที่เป็นธรรมมากขึ้นในวันหน้า ยินดีที่ได้ยินว่าน้องๆ รักและหวงแหนสมุดบันทึก “อิสรภาพแห่งใจ ด้วยปลายปากกา” ที่มอบให้อย่างมากมาย จนขอนำกลับไปบ้านด้วยเมื่อถึงวันปล่อยตัว ☺️
จบเดือนแรก “เขียนเปลี่ยนชีวิต” รุ่นที่ 57 (เขียนเยียวยา)
การอบรมเดือนแรกของหลักสูตร “เขียนเปลี่ยนชีวิต รุ่นที่ 57” (เรียน 24 คืนใน 4 เดือน) ก็ได้ผ่านไปแล้วกับเนื้อหา “เขียนเยียวยา” ปูพื้นฐานการเขียนบำบัดและการเขียนเพื่อสำรวจลึกลงไปในเสียงภายในของจิตใจและร่างกาย ทบทวนความรู้สึก ความต้องการ เงื่อนไขต่างๆ ที่มีอยู่ในจิตใจ และปัญญาที่มีอยู่ภายใน ก่อนส่งต่อไปยังการสำรวจในตัวตนของเนื้อหาเดือนที่สอง 🌸 ส่วนหนึ่งของสิ่งที่ผู้เรียนได้รับและบอกเล่า “รู้สึกดีมากๆค่ะ ได้เยียวยาจริงๆสมชื่อค่ะ ได้กลับมาอยู่กับตัวเองจริงๆ ทั้งใจ ทั้งอารมณ์ ทั้งความรู้สึก ทั้งร่างกาย เขียนทุกครั้ง ได้ค้นพบอะไรทุกครั้ง บางเรื่องราวที่ลืมไปแล้วก็ไหลมาหรือนึกขึ้นได้ตอนที่เขียน บางเหตุการณ์ที่เป็นสาเหตุและที่มาของสิ่งที่อยากแก้ไข ก็ได้เจอ และอีกหลายๆอย่างที่การเขียนและกระบวนการของครูทำให้ชัดเจนขึ้นมาก สุดยอดมากๆค่ะ” “รู้สึกได้พักวางจากเรื่องราวภายนอกกลับมาสัมผัสใจตัวเองมากขึ้น สิ่งที่ได้รับจากเนื้อหานี้คือการตั้งสตินิ่ง ๆ ก่อนจะลงมือทำอะไร ใช้การเขียนเพื่อตระหนักรู้เสียงที่อยู่ภายในตัวเอง ช่วยให้เห็นตัวเองชัดขึ้นว่าอะไรคือปัจจัยที่สร้างความสุข ความทุกข์ในใจ แต่ก็ไม่มีอะไรคงอยู่ไปตลอด การเรียนรู้ที่จะยอมรับโดยไม่ดิ้นรนผลักไส และการรักษาใจที่สุขสงบพร้อมเปิดรับทุกสิ่งที่จะผ่านเข้ามาและผ่านไป” “รู้สึกชอบมากๆคือการเรียนรู้วันที่ 6 ที่มีคุณครูชื่อความทุกข์ ค่า🌺 พอครูโอเล่พูดคำนี้ความรู้สึกทุกข์หายไปเลยค่า มีการมองเห็นความทุกข์คือปัญหาของเรายังไม่ผ่านการแก้ไข คือตัวเราเองต้องมองหาสาเหตุความทุกข์นั้น เปลี่ยนความคิด… Continue reading จบเดือนแรก “เขียนเปลี่ยนชีวิต” รุ่นที่ 57 (เขียนเยียวยา)
ความไม่มี…มิได้ลดทอนสิ่งที่มี
“ลองฟังเสียงแห่งความโดดเดี่ยวด้วยหูของเธอ มองความอ้างว้างด้วยสายตาคู่นั้น นิ่งงันแต่แน่วแน่ในที รู้สึกถึงกายที่เดียวดายตอนนี้ เพื่อเราจะอยู่ด้วยกัน” . เมื่อเธอรู้สึกอ้างว้างหรือเดียวดาย อย่าเพิ่งรีบหนีหรือสู้กับความเหงานั้น เธอจะยิ่งโดดเดี่ยวมากขึ้น และความเหงานั้นก็จะกลายเป็นทะเลที่กว้างใหญ่ที่โอบล้อมเธอไว้อย่างมืดมน สบตากับความอ้างว้างก่อน เพื่อให้เห็นตัวเธอเองที่ถูกทอดทิ้งอยู่ในเงาอันมัวหม่นตรงนั้น ความเหงาไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด แต่การรีบหนีหรือสู้กับความเหงานั้นที่น่ากลัวอย่างยิ่ง ลองฟังเสียงรอบๆ ตัวเธออย่างที่เป็นจริง มันเลวร้ายและกัดกินใจจริงๆ หรือไม่ ลองมองไปรอบๆ กาย มองดูความอ้างว้างให้เห็นกับตา มันมืดมนจริงๆ หรือเธอเลือกอยู่ในมุมที่แสงสลัวเกินไป ช้าลงและกลับมาหาคนที่เธอกำลังจะทอดทิ้งเขาไปอีกครั้ง ร่างกายที่อยู่เป็นเพื่อนเคียงข้างหัวใจอยู่เสมอ เขาอยู่ตรงนี้ไม่คิดทิ้งไปไหน แค่กลับมารู้สึกถึงเขา รู้สึกถึงร่างกายที่กำลังเป็นอยู่ในปัจจุบัน เมื่อเธออยู่กับเขาอย่างแท้จริง เธอก็ไม่โดดเดี่ยวอีกต่อไป ในห้วงเวลาที่ใจของเธอได้กลับมาอยู่กับตนเอง นิ่งงันแต่แน่วแน่เด็ดเดี่ยว การเผชิญกับความเหงาทำให้เธอเห็นความกล้าหาญของตนเอง ไม่มีสิ่งใดที่เธอต้องหนีหรือสู้อีกต่อไปแล้ว ในห้วงเวลานี้เองที่เธอกำลังเป็นหนึ่งเดียวทั้งกายและใจ และเธอก็กำลังเป็นหนึ่งเดียวกับเรา-ผู้คนอีกมากมายที่กำลังพาใจกลับมาอยู่กับความว่างเปล่าอย่างสงบและกล้าหาญ ความเงียบสงบที่เหมือนเดียวดายนี้ จริงๆ แล้วคือชุมชนที่กว้างใหญ่ ชุมชนแห่งความเมตตาและความกล้าหาญที่เราแต่ละคนได้กลับมามอบให้กับตนเอง และเธอก็กำลังเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนนี้ ด้วยหัวใจที่เด็ดเดี่ยวมากขึ้น เมื่อเธอไม่พยายามหนีหรือสู้กับความเหงา สิ่งนี้ก็ไม่ใช่ปัญหาอีกแล้ว แต่สิ่งนี้กำลังถักทอสายใยที่เชื่อมโยงเธอกับสิ่งที่เธอเป็นจริงๆ ข้างใน และผู้คนอีกมากมายที่กำลังทำสิ่งเดียวกันนี้เป็นเพื่อนเธอ . “ลองยินเสียงอย่างแยบยลจากที่ใกล้และไกล พริ้วผ่านเข้ามาไหวน้อยๆ ข้างในตัว ดื่มด่ำดมดอมกลิ่นที่สายลมฝากให้ ขณะที่เธออยู่กับตน ด้วยใจที่เต็มตื่นและตื้นตัน… Continue reading ความไม่มี…มิได้ลดทอนสิ่งที่มี
ครบรอบ 17 ปี สถาบันธรรมวรรณศิลป์
อ่านเอกสาร 17 ปี สถาบันธรรมวรรณศิลป์ “17 ปี ธรรมวรรณศิลป์ หากเปรียบเป็นคน เราก็เพิ่งเป็นวัยรุ่นได้ไม่นาน ยังเปี่ยมด้วยพลังและโอกาสในการค้นหาตนเอง เพื่อสร้างสรรค์คุณค่าให้แก่ภายในและสังคมต่อไป แม้รู้จักตัวเองในช่วงวัยนี้แล้วถึงศักยภาพ ความเก่ง และจุดยืนที่ภาคภูมิใจ แต่ก็ยังอาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายและคงยังมีหนทางที่น่าสนใจที่รอวัยรุ่นคนนี้อยู่ ความมั่นคงอาจจะยังไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องใส่ใจในเวลานี้ แต่อาจจะเป็นการเปิดโอกาสให้ได้ทดลอง ลงมือทำ และเก็บเกี่ยวประสบการณ์อย่างต่อเนื่องในโลกที่กว้างขึ้นจากวัยเยาว์ในช่วงเริ่มแรก “ผมถามตัวเองว่าถ้าโครงการนี้คือลูกของตนเอง และเขาเพิ่งมีอายุได้ 17 ขวบปี ผมจะดูแลเขาอย่างไร จะเคี่ยวเข็ญให้เขาจะต้องมั่นคงและมีแนวทางของตนเองที่ชัดเจนไปเลยหรือไม่ ข้อความข้างต้นคือคำตอบที่บอกกับตัวเองและนักเรียนหลักสูตร “เขียนเปลี่ยนชีวิต” รุ่นที่ 57 การเปลี่ยนมุมมองจากที่เห็นว่าโครงการนี้ทำมาตั้งสิบกว่าปีจะยี่สิบปีแล้ว เป็นการมองว่าเขาเพิ่งจะเป็นวัยรุ่นเท่านั้นเอง ทำให้มุมมองและความรู้สึกบางเรื่องเปลี่ยนไปอย่างน่าสนใจ “การยืนหยัดบนหนทางนี้ ในแนวทางที่พยายามลด-ละ-เลิกการขอทุน ไม่ใช่เรื่องง่าย การอดทนอดกลั้นและหาสมดุลระหว่างการสร้างรายได้และการกุศลเป็นเรื่องที่ท้าทายตลอดทางที่ผ่านมา การสร้างมุมมองใหม่ๆ แก่ผู้คนในวงกว้างต่อการเขียน การสะกดจิต ไพ่ทาโรต์ และการส่งเสริมธรรมะ เป็นทั้งความสนุกและความยากในหลายช่วงเวลา บางถ้อยคำที่คลางแคลงและถากถางก็ยังจดจำได้ในใจ แต่ถึงวันนี้ในสิ่งที่เพียรสร้างขึ้นในร่มเงาของ สถาบันธรรมวรรณศิลป์ที่ค่อยๆ เติบโต ก็เริ่มเห็นดอกไม้ที่งอกงามมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างค่อยเป็นค่อยไป “เรามักจะเห็นภาพในสังคม ผ่านการทำงานของภาครัฐ หรือแม้แต่โครงการเพื่อสังคมขนาดใหญ่ ที่ต้องใช้งบมหาศาล เพื่อหวังขับเคลื่อนสังคมหรือสร้างการเปลี่ยนแปลง… Continue reading ครบรอบ 17 ปี สถาบันธรรมวรรณศิลป์
กิจกรรมทบทวนผลงาน ตัวตน และชีวิต กับน้องๆ ที่ได้รับรางวัลทุนการศึกษา รางวัลธรรมวรรณศิลป์ ครั้งที่ 14
กิจกรรมทบทวนผลงาน ตัวตน และชีวิต กับน้องๆ ที่ได้รับรางวัลทุนการศึกษา รางวัลธรรมวรรณศิลป์ ครั้งที่ 14 ในหัวข้อ “เห็นค่าในความต่าง” เมื่อคืนวันที่ 24 – 25 พฤษภาคม 2568 🤗 ขอบคุณน้องๆ ที่มาร่วมกับแลกเปลี่ยนมุมมองต่อผลงานของเพื่อนๆ ร่วมฝึกเขียนและทบทวนตัวเองกับชีวิต ปลดปล่อยใจสร้างพลังเป็นของขวัญที่มากกว่ารางวัลให้กับตัวเองและเพื่อนๆ ขอให้รางวัลและกิจกรรมในครั้งนี้ เป็นแรงบันดาลใจสำหรับการเดินทางบนเห็นค่าในความต่างๆ ของน้องๆ ต่อไป 👏 * * คำบอกเล่าส่งท้ายกิจกรรมคืนแรก * * รู้สึก สงบ มากค่ะพอได้กลับมาอยู่กับตัวเองไม่มีกรอบความคิดอะไร พอได้เขียนไปเรื่อยๆโดยไม่ต้องคิด รู้สึกไม่กดดันและปล่อยความคิดหลายอย่างไปได้ดีมากค่ะ 🩷😽, ได้ทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมาของตัวเอง เหมือนเราได้นึกย้อนไปถึงเรื่องราวที่มีความสุข เศร้า ที่บางทีเราก็อาจจะพลาดมันไป หรือหลงลืมไปจากความทรงจำของเรา ทำให้ได้คิดและทบทวนตัวเองอีกครั้งหนึ่ง, รู้สึกเหมือนได้เขียนลงไดอารี่ครับ ปกติชอบบันทึกชีวิตแต่ล่ะวันอยู่แล้ว ได้เขียนเรื่องราวดีๆที่เกิดขึ้น แล้วจำเรื่องราวเหล่านั้นได้แน่นมากกขึ้น มีความสุขมากครับ, สบายใจขึ้นที่ได้ทบทวนความคิดตัวเองอีกครั้ง บางอย่างที่ลืมไปแล้วก็เพิ่งมานึกขึ้นได้ แต่ละวัน ๆ ที่ผ่านไปมีเรื่องให้ทำให้คิดเยอะแยะจนทำอะไรตกหล่นไปหลายอย่าง… Continue reading กิจกรรมทบทวนผลงาน ตัวตน และชีวิต กับน้องๆ ที่ได้รับรางวัลทุนการศึกษา รางวัลธรรมวรรณศิลป์ ครั้งที่ 14
ประกาศผลรางวัล รางวัลธรรมวรรณศิลป์ ครั้งที่ 14
ขอแสดงความยินดีและชื่นชมน้องๆ ที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายและได้รับรางวัลทุนการศึกษาจากการประกวดงานเขียนเยาวชน รางวัลธรรมวรรณศิลป์ ครั้งที่ 14 ในหัวข้อ “เห็นค่าในความต่าง” รวมทุนการศึกษาและของรางวัลมูลค่า 30,084 บาทจากโครงการฯ 🎊 รางวัลดีเด่น – ได้รับทุนการศึกษาคนละ 3,000 บาท ใบประกาศและสมุดอิสรภาพแห่งใจ 2 เล่ม 🎊 1. “หนึ่งในพันล้าน” โดย อังศวีร์ พฤกษ์มหาชัยกุล โรงเรียนราชินีบน 2. “ความต่างที่เติมเต็ม” โดย วเรณยา อุ่นนวล โรงเรียนวิเชียรมาตุ 3. “จากวันวาน สู่วันที่ก้าวผ่าน” โดย วชิรญาณ์ สังทิพย์ โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย ๒ 4. “เพียงผิวกายที่เคลือบไว้” โดย กมลทิพย์ ฉัตร์รัตติชัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ . 🥳 รางวัลโดดเด่น – ได้รับทุนการศึกษาคนละ 2,000… Continue reading ประกาศผลรางวัล รางวัลธรรมวรรณศิลป์ ครั้งที่ 14
จบกิจกรรม “ปรับศูนย์ใจ” ประจำปี 2568
ขอบคุณผู้เข้าร่วมกิจกรรมประมาณ 126 ท่าน สำหรับการเข้าร่วมกิจกรรมครบรอบ 17 ปี สถาบันธรรมวรรณศิลป์ เมื่อคืนวันที่ 19 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา ในกิจกรรมหัวข้อ “ปรับศูนย์ใจ” 🧘♂️ เรียนรู้วิธีการปรับศูนย์ใจ ทบทวนตัวเองและสำรวจจิตใจด้วยคำถาม ทำสมาธิด้วยการวาดเขียนและลมหายใจ เวลา 19.30 น. ถึง 22.20 น. ความรู้สึกและสิ่งที่ได้จากการแชร์ช่วงท้ายก่อนปิด Zoom 🤗 “รู้สึก ถึงความสงบ มองลึกถึงปัญหา และการแก้ปัญหาจากความรู้สึกภายใน โดยฐานของสมาธิ” “เบาขึ้น ไหลลื่น อิสระ”, “รู้สึก ว่าง โล่ง ใจเบา” “ได้สำรวจตัวเอง”, “ได้พักใจ”, “เบา สบาย สงบ มีสติ”, “อยู่กับลมหายใจ รู้สึกตัว สงบ” “ดีใจที่ได้เข้า session นี้ สงบ สบายดี ได้กลับมาตกตะกอนภายใน”… Continue reading จบกิจกรรม “ปรับศูนย์ใจ” ประจำปี 2568
อบรมการเขียนบำบัดกับน้องๆ สถานพินิจฯปทุมธานี เดือนที่ 2/2568
ชวนน้องๆ ในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดปทุมธานี สำรวจความต้องการภายในจิตใจ แยกแยะความต่างกับความอยากและวิธีการเติมเต็มความต้องการ ผ่านกิจกรรมกลุ่มและกระบวนการเขียนบำบัด ในโครงการ “อิสรภาพแห่งใจ ด้วยปลายปากกา” : พัฒนาสุขภาวะทางปัญญาผ่านการเขียนบำบัด เดือนที่สอง เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2568 การเข้าใจความต้องการของตนเอง จึงจะทำให้เป็นอิสระอย่างแท้จริง เมื่อตระหนักว่าความต้องการนั้นแตกต่างจากความอยากอย่างไรและไม่ควรผูกมัดไว้กับสิ่งไหนมากจนเกินไป เพราะจะทำให้เราเข้าใจว่าแท้จริงที่ดิ้นรนอยากได้สิ่งนั้น เป้าหมายที่แท้จริงคืออะไร และหากได้สิ่งนั้นมาจะเติมเต็มใจเราได้อย่างแท้จริงหรือไม่ นี่เป็นเรื่องที่ไม่ง่ายแม้สำหรับผู้ใหญ่ แต่น้องๆ ก็สามารถคิดตามและหาคำตอบได้อย่างดีมาก และใช้เวลากับการเขียนบันทึกนานถึง 16 นาที ซึ่งเป็นจำนวนที่มากทีเดียวเมื่อเทียบกับการสอนผู้ใหญ่ที่ผ่านมา ซึ่งบางครั้งอาจจะเบื่อก่อนถึงเวลาที่กำหนด แต่การให้เวลาได้บันทึก บอกเล่าและใคร่ครวญชีวิต เป็นสิ่งที่ได้มากกว่าการเขียนคือสมาธิและปัญญาที่จะเกิดขึ้นด้วยตัวของน้องเอง ซึ่งจะส่งเสริมการพัฒนาสุขภาวะทางจิตใจและปัญญาของพวกเขาให้ดีมากขึ้นตามลำดับ สิ่งที่น่าดีใจอีกประการคือน้องๆ ชอบสมุด “อิสรภาพแห่งใจ ด้วยปลายปากกา” ซึ่งทางเราได้ให้น้องๆ ไว้เขียนในระหว่างเดือนก่อนจะถึงการอบรมครั้งต่อไป น้องๆ บอกว่าเขียนแล้วได้ผ่อนคลาย นอนหลับได้ง่ายขึ้น และสนุกกับการเขียน ✍️🤗 สมุดบันทึก “อิสรภาพแห่งใจ ด้วยปลายปากกา”
