“รู้จักตัวเองผ่านไพ่ทาโรต์” รุ่นลุยน้ำท่วม (รุ่นที่ 23) เมื่อวันที่ 19 กันยายน ถึง 4 ตุลาคม 2569 ครูลุยน้ำท่วมออกมาสอน นักเรียนลุยน้ำท่วมออกมาเรียน และลุ้นว่าจะกลับบ้านได้ไหม 😄 ทบทวนตนเองและจิตใจ ฝึกทักษะการอ่านไพ่ลงลึกและเหมาะสม เรียนรู้ชีวิตผ่านไพ่ทาโรต์ และเป็นขั้นบันไดเติบโตที่ต่อยอดได้อีกมากมายทั้งเพื่อตนเองและช่วยเหลือคนอื่น “รู้สึกว่าคิดถูกสุดๆที่ลงคอร์สนี้ เพราะตอนแรกลังเลอยู่นานเหมือนกันกว่าจะตัดสินใจลงได้ สิ่งที่คิดว่าได้รับและได้นำไปใช้เลยทันทีหลังจากที่เรียนไป2ครั้งแรก… ทำให้อยู่กับตัวเองเก่งขึ้น สังเกตตัวเองเก่งขึ้น อ่อ แล้วยังทำให้เห็นศักยภาพของตัวเองมากขึ้นด้วย” “นอกจากการทำความรู้จักตนเองผ่านไพ่แล้ว ผมยังเข้าใจ ‘คน’ และ ‘โลก’ มากขึ้น เพราะไพ่สามารถสะท้อนถึงรูปแบบของผู้คนหลากหลายและช่วยขยายมุมมองด้านอื่นๆ ของผมที่มีต่อโลกให้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น และไพ่ยังทำให้เข้าใจถึงเหตุการณ์ในวัฎจักรชีวิตของผู้คนที่ต้องพบเจอในการเดินทางแห่งชีวิตมากยิ่งขึ้นอีกด้วย …อีกทั้งไพ่ยังสอนให้มองโลกรอบด้านมากขึ้น ให้เห็นข้อดีในสถานการณ์ที่ยากลำบาก เห็นข้อเสียในสถานการณ์ที่ดูแสนดี ซึ่งเป็นความเห็นต่อสถานการณ์ต่างๆ ที่ตรงกับความจริงมากขึ้นและยังเป็นการมองโลกด้วยความไม่ประมาทอีกด้วยครับ” “เป็นคอร์สการเรียนที่มีบรรยากาศการเรียนที่อบอุ่นและสนุกมากค่ะ ด้วยกิจกรรมและเกมส์การเรียนรู้หลากหลายที่อาจราย์สร้างสรรค์มาให้พวกเรา ทำให้เราคุ้นเคยและสนิทสนมกันมากขึ้นเรื่อยๆ ตลอดเส้นทางการเรียน ที่อาจารย์สอนให้มองรายละเอียด และวิธีการตีความในหลายๆด้าน และหลากหลายมุมมอง ทำให้ให้วิถีการมองแบบเดิมๆของตัวเอง มีมิติและลึกซึ้งมากขึ้นค่ะ” “ชอบกระบวนการสอนที่ไม่น่าเบื่อ มีกิจกรรมให้เล่นและสนุกตลอดการสอน ชอบเกมส์ทายไพ่ มันทำให้เราจำหน้าไพ่ได้มากขึ้น ได้มีเพื่อนที่ชื่อว่าไพ่… Continue reading ภาพหมู่ “รู้จักตัวเองผ่านไพ่ทาโรต์” รุ่นที่ 23
Author: admin
สมัครเหมา 4 หลักสูตรในราคาพิเศษ !
ลงทะเบียนคอร์สออนไลน์ 4 หลักสูตร ในราคาพิเศษ ปกติค่าเรียนหลักสูตรละ 1,990 บาท รวม 4 หลักสูตร 7,960 บาท ราคาพิเศษ เพียง 3,980 บาท ! (เฉพาะในเดือนตุลาคม 2569 เท่านั้น) ติดต่อสอบถาม แจ้งสมัครเหมา 4 หัวข้อ เพจเฟสบุ๊ค “เรามีลมหายใจ” ไลน์ @khianpianchiwit หรืออีเมล dhammaliterary@gmail.com หลักสูตรที่จะได้รับมีดังนี้ ✨ “เขียนเปลี่ยนชีวิต” รุ่นที่ 59เรียนการเขียนบำบัด สู่การสร้างสรรค์ชีวิตwww.dhammaliterary.org/khianpianchiwit-online ✨“ห้องเรียน พลังแห่งจิต” รุ่นที่ 21ฝึกจินตภาพและสะกดจิตบำบัดwww.dhammaliterary.org/mindpower ✨“การโปรแกรมจิตตัวเอง” รุ่นที่ 7ฝึกสมาธิเพื่อเป็นนาย เหนือความคิดwww.dhammaliterary.org/self-hypnosis ✨“โอบกอดด้านมืดแห่งตัวตน” รุ่นที่ 12เรียนรู้ที่จะรักและยอมรับทุกส่วนของตัวเราwww.dhammaliterary.org/embraceyourdarkside ✨“เขียนปล่อยวาง” รุ่นที่ 7ติดปีกอิสรภาพแห่งใจ ด้วยปลายปากกาwww.dhammaliterary.org/write2letgo
กิจกรรมกับน้องๆ สถานพินิจฯปทุมธานี ครั้งที่ 16
ประโยคหนึ่งที่เกือบทำครูโอเล่น้ำตาไหลที่สถานพินิจฯ ปทุมรอบนี้ คือประโยคหนึ่งที่น้องบอกว่า “ขอบคุณที่ไม่ทอดทิ้งพวกผมไป” (น้ำตาไหลตอนออกมาข้างนอก) เป็นหนึ่งในประโยคของขวัญสำหรับเดือนเกิดครูโอเล่ และเป็นของขวัญสำหรับการไปจัดกิจกรรมสร้างการเรียนรู้และพัฒนาจิตใจแก่น้องๆ สถานพินิจฯ ปทุมธานี ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 16 แล้ว เป็นประโยคที่ทำให้รู้สึกสะเทือนใจ เพราะพวกเขาก็คือเด็กกลุ่มหนี่งที่สังคมทอดทิ้ง ครอบครัวละเลย และมุมมองคนทั่วไปก็จะเห็นเป็นเด็กเหลือขอ และประสบการณ์การถูกทอดทิ้งก็เป็นบาดแผลสำคัญในใจ และรู้สึกขอบคุณที่พวกเขาเห็นคุณค่าในการไปทำกิจกรรมแต่ละครั้งของเราที่ผ่านมา เราไม่ได้ไปเพราะว่ามีโครงการ ไม่ได้ไปเพราะว่ามีงบประมาณ ไม่ได้ไปเพราะเป็นงาน ไม่ได้ไปเพราะรับบริจาค แม้ในเดือนที่ขัดสนต้นทุนเราก็ไป แม้ในเดือนที่ชีวิตส่วนตัวช่างยากเข็ญก็ไป แม้ไม่มีอาสาช่วยกิจกรรม เราก็ไป ในโลกนี้ไม่มีใครควรถูกทอดทิ้งหรือไม่เห็นค่า… … ขอบคุณลมหายใจที่ยังมีพอถึงวันที่ได้ไปหาพวกเขา และเป็นประสบการณ์ที่มีคนร้องเพลงอวยพรให้มากที่สุดแล้ว 😄 กิจกรรมหลักในครั้งนี้ – ทบทวนความเหมือนความต่างของตัวเองและเพื่อน ความต้องการของชีวิต แยกแยะความแตกต่างความรู้สึก-ความต้องการ กิจกรรมฝึกสมาธิและการทำงานร่วมกันเป็นทีมผ่านเกมโยนบอลหลบเป็ด กิจกรรมครั้งก่อน – ทบทวนสิ่งที่ตัวเองเป็นหลักสี่ทิศ ฝึกสมาธิและการทำงานเป็นทีมผ่านเกมเดาะปิงปอง และดูสารคดียาเสพติด ณ วันที่ 16 กันยายน 2569
ทำไมเขียนบันทึกแล้ว ได้คอมพิวเตอร์เป็นรางวัล… ?
ทำไมเขียนบันทึกแล้ว ได้คอมพิวเตอร์เป็นรางวัล… ? เรื่องเล่าจากผู้จัดโครงการประกวด รางวัลธรรมวรรณศิลป์ ครั้งที่ 16 หัวข้อ “เขียนบันทึก รับคอมฯ เครื่องแรก” … มันคือความฝันของเด็กน้อยคนหนึ่ง และอาจเป็นความฝันของเด็กหลายคนด้วยเช่นกัน ผมคือเด็กน้อยคนนั้นที่เคยหวังว่า วันหนึ่งผมจะได้เงินจากสิ่งที่ผมชอบที่สุดตอนนั้น คือการเขียนและจินตนาการ ได้เงินมากพอที่จะซื้อคอมพิวเตอร์ทีมีการ์ดจอ (อะไหล่คอมที่ช่วยประมวลผลภาพกราฟฟิก) เพื่อนำมาออกแบบภาพสามมิติ เขียนโปรแกรม สร้างเกม และมีเครื่องคอมดีๆ ที่เคยยืนมองผ่านกระจกใสๆ หน้าร้านแห่งหนึ่ง ซึ่งเจ้าของเดินมาไล่ให้ออกไป …ทำอย่างไร ฉันจึงจะมีคอมฯ ที่ดีแบบนั้นบ้าง หรืออย่างน้อยที่สุด ฉันอยากได้การ์ดจอมาใส่ในคอมมือสองที่ญาติคนหนึ่งยกให้… นั่นเป็นความคิดหนึ่งของผมในช่วงเวลานั้น ผมโดดเรียนมานั่งเขียนเรื่องสั้นในห้องสมุดเพื่อส่งชิงรางวัล และผมก็ผิดหวังมากกว่าสมหวังในสายทางการประกวดแข่งขัน แต่ต้นทุนทางปัญญาที่ได้มาจากการฝึกอ่านเขียนในช่วงเวลานั้น มันก็มีค่ามากกว่ารางวัลที่ชวดไป… และพาผมมาไกลมากกว่าบางวิชาในห้องเรียน นี่คือสิ่งหนึ่งที่ผมอยากบอกน้องๆ ทั้งคนที่ผ่านเข้ารอบ และไม่ได้ผ่านเข้ารอบ ได้รางวัลหรือไม่ได้รางวัลก็ตาม สิ่งที่ล้ำค่าคือต้นทุนทางปัญญาที่ได้ฝึกฝน ทุกการศึกษาอาจหมดไป แต่สิ่งนี้จะต่อยอด หลังจากวัยเด็กโต ผมเก็บเงินเพื่อซื้อคอมพิวเตอร์ให้ตัวเองได้ใช้ ดีที่สุดเท่าที่จะซื้อได้ในแต่ละช่วงเวลา และยังคงชอบคอมพิวเตอร์มือสอง แม้จะหามือหนึ่งได้ก็ตาม ผมลืมไปแล้วด้วยซ้ำถึงความรู้สึกที่เล่าไปข้างต้น แต่รับรู้ว่าข้างในตนเองผลักดันให้สนใจในเรื่องนี้ ในฐานะครูโอเล่ ผมจัดประกวดงานเขียนและมอบทุนการศึกษาทุกปี ด้วยเงินที่พอจะมี… Continue reading ทำไมเขียนบันทึกแล้ว ได้คอมพิวเตอร์เป็นรางวัล… ?
ประกาศผลผ่านการคัดเลือกรอบแรก ในการประกวดรางวัล ธรรมวรรณศิลป์ ครั้งที่ 16
ประกาศผลผ่านการคัดเลือกรอบแรก ในการประกวดรางวัล ธรรมวรรณศิลป์ ครั้งที่ 16 หัวข้อ “เขียนบันทึก รับคอมฯ เครื่องแรก” และอุปกรณ์ไอทีเพื่อส่งเสริมการศึกษา ขอแสดงยินดีกับน้องๆ ที่ผ่านเข้ารอบในการประกวดครั้งนี้ และขอให้กำลังใจแก่น้องๆ ทุกคนที่สมัครเข้าร่วมการประกวดทุกคนไม่ว่าจะผ่านเข้ารอบหรือไม่ ขอให้ใช้ความขยันหมั่นเพียรพัฒนาตนเองและชีวิตให้ดีขึ้นต่อไป ทั้งด้านทักษะชีวิต ความคิดอ่านเขียน และการเรียนรู้ น้องๆ ที่มีรายชื่อด้านล่างนี้ คือผู้ที่ได้รับการคัดเลือกให้ได้รับสมุดบันทึกอิสรภาพแห่งใจจากโครงการเพื่อใช้เขียนบันทึกเป็นระยะเวลาสองเดือนและส่งคัดเลือกในรอบสุดท้าย โดยได้รับการพิจารณาจากหลักเกณฑ์การขาดทุนทรัพย์ ฐานะทางครอบครัว เหตุผลความจำเป็น การตอบคำถามสำคัญในใบสมัครและเงื่อนไขอื่นตามการพิจารณาของกรรมการ _________ ชื่อ นามสกุล อายุ และ สถานศึกษา ตามข้อมูลในใบสมัคร _________ 1. กัญญาภัทร วังประเสริฐ | 14 ปี | โรงเรียนปะเหลียนผดุงศิษย์ 2. กานต์ธิวัชร์ ธนะทรัพย์วาณิช | 15 ปี | โรงเรียนวัดสังเวช 3.… Continue reading ประกาศผลผ่านการคัดเลือกรอบแรก ในการประกวดรางวัล ธรรมวรรณศิลป์ ครั้งที่ 16
อบรมน้องๆ นักศึกษาและทีมงานภาควิชาการศึกษาพิเศษ
อบรมน้องๆ นักศึกษาและทีมงานภาควิชาการศึกษาพิเศษ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา โดยมีน้องๆ ที่บกพร่องการได้ยินและการมองเห็นเข้าร่วมกิจกรรม ในหัวข้อ “เขียนปล่อยวาง” และ “เพื่อนร่วมทาง” การใช้การเขียนบันทึกและการ์ดเพื่อทบทวนจิตใจ การดูแลตัวเอง และการปล่อยวาง เมื่อวันที่ 29 – 30 สิงหาคม 2569 ถือเป็นความท้าทายและการออกนอกกรอบที่ต้องสอนร่วมกันภายใต้ความหลากหลายด้านการรับรู้ แต่ก็ทำให้เห็นว่าแม้น้องๆ จะไม่สามารถได้ยินหรือมองเห็นเหมือนคนทั่วไป เขาก็สามารถเข้าใจในเรื่องนามธรรมและร่วมเรียนรู้ไปกับเพื่อนๆ ได้อย่างดี บนความเข้าใจและการให้พื้นที่ร่วมกัน ในแง่การสอนก็เป็นโอกาสให้ออกนอกกรอบการสอนแบบเดิมที่ผ่านมา เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงกิจกรรมและแก่นสำคัญได้มากที่สุด จัดกิจกรรมโดยครูโอเล่ อนุรักษ์ เม่นหรุ่ม สถาบันธรรมวรรณศิลป์ ได้รับการช่วยเหลือด้านล่ามภาษามือและการอำนวยความสะดวกโดย ครูปู ดร.สิริลักษณ์ โปร่งสันเทียะ ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาพิเศษ
มอบโน๊ตบุ๊คและคอมพิวเตอร์ให้กับน้องที่ได้รับเลือกจากโครงการประกวด รางวัลธรรมวรรณศิลป์ ครั้งที่ 15
ใครจะรู้ว่าสมุดเล่มเดียวจะพาเราไปได้ไกลมากกว่าที่คิด แต่พาให้ชีวิตได้รับโอกาสที่ดีในการพัฒนาตนเองและการศึกษา เราได้มอบรางวัลพิเศษเป็นโน๊ตบุ๊คและคอมพิวเตอร์สามชุด ให้กับน้องๆ สามคน ที่ได้รับเลือกจากผู้รับทุนการศึกษาโครงการประกวด รางวัลธรรมวรรณศิลป์ ครั้งที่ 15 ส่วนหนึ่งเพื่อให้โอกาสในการช่วยเหลืองานโครงการตามอัธยาศัย ส่วนหนึ่งจากความประทับใจในผลงานเขียน วี่แววที่น่าสนับสนุน และความใฝ่เรียนรู้ โดยใช้ทุนส่วนหนึ่งของโครงการ และทุนส่วนตัวของครูโอเล่ ผู้อำนวยการสถาบันธรรมวรรณศิลป์ ขอแสดงความยินดีกับน้องทั้งสามคน ดังนี้ – น้องออม กนกพล ปานน้อย โรงเรียนราชโบริกานุเคราะห์ – น้องขวัญ จิดาภา ไม้หอม โรงเรียนวัดรางบัว – น้องชมพู่ พิมพ์ฐกุล เภตราเรืองหิรัณ โรงเรียนบ้านบึง “อุตสาหกรรมนุเคราะห์” ขอชื่นชมและขอบพระคุณน้องขวัญ น้องสาวไข่มุกและครอบครัว ที่ได้ต้อนรับครูโอเล่และจิตอาสาในการเยี่ยมครอบครัว ช่วยพายเรือรับส่งและดูแลทางเราเป็นอย่างดี ดีใจที่ได้เห็นแววตาน้องๆ มีความสุขตอนที่ได้เห็นของขวัญ และความตื่นเต้นที่อยากลองใช้งานทันที จากเด็กเงียบขรึมที่มีความเป็นผู้ใหญ่ก็กลายเป็นเด็กน้อย ในความยากจนยังมีจิตใจที่งดงาม เป็นขุมทรัพย์ที่ล้ำค่ายิ่งกว่ารางวัลที่มอบให้ เป็นกำลังใจอย่างดีแก่ทางเรา บนโลกที่คนดีและการทำความดีอยู่ยากขึ้น หวังว่าเราจะอยู่ทันเห็นครูที่ดีที่สร้างโอกาสให้แก่น้องๆ รุ่นต่อไป จากน้องๆ กลุ่มนี้และกลุ่มถัดไปจากนี้ ☺️
“เขียนเปลี่ยนชีวิต” รุ่นที่ 58 และ “The Fool to The World”
สองคอร์สล่าสุดที่เพิ่งจบลง 😊 “เขียนเปลี่ยนชีวิต” รุ่นที่ 58 เริ่มคืนวันที่ 17 มิถุนายน 2569 รวมทั้งหมด 16 คืน (มีพักหนึ่งสัปดาห์) … สำรวจโลกภายในจิตใจ และเปลี่ยนแปลงตนเอง ด้วยการเขียนที่ไม่ธรรมดา ดูแลใจและพัฒนาตนเองด้วย Healing Journal, Self-Reflection Writing, Inner Child Journal และ Creative Writing “The Fool to The World” กิจกรรมต่อยอดขั้นที่ 2 เพื่อศิษย์เก่าหลักสูตร “รู้จักตัวเองผ่านไพ่ทาโรต์” วันที่ 22 – 23 สิงหาคม 2569 …การเดินทางของจิตวิญญาณที่สะท้อนผ่านไพ่เมเจอร์ ต่อยอดจากเนื้อหาขั้นต้น สู่การวางไพ่และการใช้ Active Imagination ร่วมด้วย เพิ่มเติมไฟให้จิตวิญญาณของศิษย์เก่า พื้นที่เรามีลมหายใจ –… Continue reading “เขียนเปลี่ยนชีวิต” รุ่นที่ 58 และ “The Fool to The World”
เด็กๆ คือกระจกเงาที่สะท้อนสังคม
เด็กๆ คือกระจกเงาที่สะท้อนสังคม ความมืดมนที่เราเห็นในจิตใจของพวกเขา ก่อตัวจากกิเลสในใจผู้ใหญ่ที่ส่งต่อผ่านทางสังคมที่บิดเบี้ยว การศึกษาและสื่อที่ลดทอนคุณค่าของมนุษย์ ครอบครัว โรงเรียน และสื่อที่อาจไม่ได้รักเด็กๆ อย่างแท้จริง แต่มองเป็นเพียงผลิตภัณฑ์หนึ่ง เมื่อผลิตภัณฑ์ใดทำผลงานดี ก็เป็นที่รักใคร่และเชิดชู ทำป้ายใหญ่โตติดไว้ข้างถนน และบ่นพวกเขาที่แตกต่างว่า “ไม่เอาไหน” การถูกกระทำที่ไม่เห็นค่าในตัวเด็กที่เป็นมนุษย์คนหนึ่ง อย่างกับเขาไม่มีชีวิตและจิตใจ ทำให้เขาไม่เห็นตัวเองและเพื่อนชีวิตเป็นมนุษย์ที่มีจิตใจ แต่เป็นเพียงตัวเลขที่ลบได้เขียนได้ อยู่ที่ใครมีปากกาแห่งอำนาจในมือ ความทุกข์ที่ไม่มีใครพาเขาออกมาสู่แสงสว่าง ทำให้เขาเห็นว่าโลกนี้ช่างมืดมน และสมควรถูกขจัดทิ้ง เขาก็เหมือนผู้ใหญ่ที่หาทางออกจากทุกข์ แต่ไม่รู้ว่าจะทำได้อย่างไร เมื่อผู้ใหญ่มีอำนาจที่จะกำหนดอนาคตของเด็กคนไหนได้ด้วยปากกาในมือ เขาก็เลือกพึ่งพาสิ่งที่มีอำนาจมาอยู่ในมือ… เด็กในสถานพินิจหลายคนเป็นกระจกเงาชั้นดี ที่ชี้ให้เห็นว่าพวกเราหลงลืมสิ่งใดในการพัฒนาประเทศแห่งนี้ หลายคนถูกทำร้ายร่างกายและจิตใจจากในครอบครัว หลายคนมาอยู่ที่นี่ก็เพราะด้วยนโยบายกัญชาเสรี ผลกระทบจากสุราที่มอบทุนทางตรงและอ้อมแก่กิจกรรมเพื่อสังคม และยาเสพติดที่ผู้ใหญ่ผลิตขึ้นมา หลายคนมาด้วยการทะเลาะวิวาท และการพยายามทำลายคนที่ไม่ได้อยู่ฝ่ายเดียวกับเขา เมล็ดพันธุ์ความเกลียดชังที่พวกเราช่วยกันหล่อหลอมขึ้นมา เราทำให้เด็กๆ เห็นวันแล้ววันเล่า… เราเชียร์ให้ทหารของเรา เข่นฆ่าทหารของเพื่อนบ้านที่เอาเปรียบ เราสาดความโกรธใส่คนที่เห็นต่าง เราเหยียดหยามเพื่อนบ้าน เรากล่าวหาว่าเด็กรุ่นใหม่คิดไม่เป็น ไม่รักชาติ และเปราะบาง เรามีสื่อที่ฉายซ้ำเหตุการณ์ร้ายเรียกผู้ชมวนไปเวียนมา เราใช้ความรุนแรงทางวาจา และไม่เป็นพื้นที่ปลอดภัยด้วยการรับฟัง เพราะอาบน้ำร้อนน้ำเย็นมาก่อน ขณะที่สังคมอยากให้โทษประหารกลับมา เด็กคนหนึ่งก็เลือกประหารผู้อื่นที่เป็นส่วนหนึ่งของโลกที่เลวร้าย การทำลายชีวิตคนที่เราเกลียดชังและเป็นตัวปัญหาคือคำตอบ… อะไรทำให้เด็กคิดแบบนั้น เมื่อเด็กเกลียดชังตนเอง… Continue reading เด็กๆ คือกระจกเงาที่สะท้อนสังคม
สมัครสมาชิกรายปี เรียนทุกคอร์สออนไลน์ดูแลใจในเว็บไซต์ฟรี
สมัครสมาชิกรายปี เรียนทุกคอร์สออนไลน์ในเว็บไซต์ของเราตลอดปีได้ฟรี รับส่วนลดคอร์สรอบสดสูงสุด 30% และร่วมสนับสนุนโครงการเรามีลมหายใจ สถาบันธรรมวรรณศิลป์ ในราคาเพียง 5,559 บาท ต่อปี เรียนฟรี “ห้องเรียน พลังแห่งจิต” พื้นฐาน, “โอบกอดด้านมืดแห่งตัวตน”, “การโปรแกรมจิตตัวเอง”, “เขียนเปลี่ยนชีวิต” และ “เขียนภาวนา” ปกติหลักสูตรละ 1,900 บาท หากสมัครรายหัวข้อ ส่วนลดหลักสูตรรอบสดทาง Zoom และออนไซต์ สูงสุด 30% สนับสนุนโครงการการกุศลในแต่ละปี อ่านรายละเอียดได้ที่ www.dhammaliterary.org/whatwedid/ สมัครและชำระค่าลงทะเบียน (เฉพาะบัตรเครดิต/บัตรเดบิต และชำระผ่าน Google Pay, Apple Pay) สมัครและชำระค่าลงทะเบียน ตัวอย่างหลักสูตรที่ได้เรียน โอบกอดด้านมืดแห่งตัวตน ห้องเรียน พลังแห่งจิต การโปรแกรมจิตตัวเอง สำหรับหัวข้อ “เขียนเปลี่ยนชีวิต” และ “เขียนภาวนา” จะลงในเว็บไซต์ช่วงปลายปี 2569 และต้นปี 2570… Continue reading สมัครสมาชิกรายปี เรียนทุกคอร์สออนไลน์ดูแลใจในเว็บไซต์ฟรี

