เด็กๆ คือกระจกเงาที่สะท้อนสังคม

  เด็กๆ คือกระจกเงาที่สะท้อนสังคม ความมืดมนที่เราเห็นในจิตใจของพวกเขา ก่อตัวจากกิเลสในใจผู้ใหญ่ที่ส่งต่อผ่านทางสังคมที่บิดเบี้ยว การศึกษาและสื่อที่ลดทอนคุณค่าของมนุษย์ ครอบครัว โรงเรียน และสื่อที่อาจไม่ได้รักเด็กๆ อย่างแท้จริง แต่มองเป็นเพียงผลิตภัณฑ์หนึ่ง เมื่อผลิตภัณฑ์ใดทำผลงานดี ก็เป็นที่รักใคร่และเชิดชู ทำป้ายใหญ่โตติดไว้ข้างถนน และบ่นพวกเขาที่แตกต่างว่า “ไม่เอาไหน” การถูกกระทำที่ไม่เห็นค่าในตัวเด็กที่เป็นมนุษย์คนหนึ่ง อย่างกับเขาไม่มีชีวิตและจิตใจ ทำให้เขาไม่เห็นตัวเองและเพื่อนชีวิตเป็นมนุษย์ที่มีจิตใจ แต่เป็นเพียงตัวเลขที่ลบได้เขียนได้ อยู่ที่ใครมีปากกาแห่งอำนาจในมือ ความทุกข์ที่ไม่มีใครพาเขาออกมาสู่แสงสว่าง ทำให้เขาเห็นว่าโลกนี้ช่างมืดมน และสมควรถูกขจัดทิ้ง เขาก็เหมือนผู้ใหญ่ที่หาทางออกจากทุกข์ แต่ไม่รู้ว่าจะทำได้อย่างไร เมื่อผู้ใหญ่มีอำนาจที่จะกำหนดอนาคตของเด็กคนไหนได้ด้วยปากกาในมือ เขาก็เลือกพึ่งพาสิ่งที่มีอำนาจมาอยู่ในมือ… เด็กในสถานพินิจหลายคนเป็นกระจกเงาชั้นดี ที่ชี้ให้เห็นว่าพวกเราหลงลืมสิ่งใดในการพัฒนาประเทศแห่งนี้ หลายคนถูกทำร้ายร่างกายและจิตใจจากในครอบครัว หลายคนมาอยู่ที่นี่ก็เพราะด้วยนโยบายกัญชาเสรี ผลกระทบจากสุราที่มอบทุนทางตรงและอ้อมแก่กิจกรรมเพื่อสังคม และยาเสพติดที่ผู้ใหญ่ผลิตขึ้นมา หลายคนมาด้วยการทะเลาะวิวาท และการพยายามทำลายคนที่ไม่ได้อยู่ฝ่ายเดียวกับเขา เมล็ดพันธุ์ความเกลียดชังที่พวกเราช่วยกันหล่อหลอมขึ้นมา เราทำให้เด็กๆ เห็นวันแล้ววันเล่า… เราเชียร์ให้ทหารของเรา เข่นฆ่าทหารของเพื่อนบ้านที่เอาเปรียบ เราสาดความโกรธใส่คนที่เห็นต่าง เราเหยียดหยามเพื่อนบ้าน เรากล่าวหาว่าเด็กรุ่นใหม่คิดไม่เป็น ไม่รักชาติ และเปราะบาง เรามีสื่อที่ฉายซ้ำเหตุการณ์ร้ายเรียกผู้ชมวนไปเวียนมา เราใช้ความรุนแรงทางวาจา และไม่เป็นพื้นที่ปลอดภัยด้วยการรับฟัง เพราะอาบน้ำร้อนน้ำเย็นมาก่อน ขณะที่สังคมอยากให้โทษประหารกลับมา เด็กคนหนึ่งก็เลือกประหารผู้อื่นที่เป็นส่วนหนึ่งของโลกที่เลวร้าย การทำลายชีวิตคนที่เราเกลียดชังและเป็นตัวปัญหาคือคำตอบ… อะไรทำให้เด็กคิดแบบนั้น เมื่อเด็กเกลียดชังตนเอง… Continue reading เด็กๆ คือกระจกเงาที่สะท้อนสังคม

สมัครสมาชิกรายปี เรียนทุกคอร์สออนไลน์ดูแลใจในเว็บไซต์ฟรี

สมัครสมาชิกรายปี เรียนทุกคอร์สออนไลน์ในเว็บไซต์ของเราตลอดปีได้ฟรี รับส่วนลดคอร์สรอบสดสูงสุด 30% และร่วมสนับสนุนโครงการเรามีลมหายใจ สถาบันธรรมวรรณศิลป์ ในราคาเพียง 5,559 บาท ต่อปี   เรียนฟรี “ห้องเรียน พลังแห่งจิต” พื้นฐาน, “โอบกอดด้านมืดแห่งตัวตน”, “การโปรแกรมจิตตัวเอง”, “เขียนเปลี่ยนชีวิต” และ “เขียนภาวนา” ปกติหลักสูตรละ 1,900 บาท หากสมัครรายหัวข้อ ส่วนลดหลักสูตรรอบสดทาง Zoom และออนไซต์ สูงสุด 30% สนับสนุนโครงการการกุศลในแต่ละปี อ่านรายละเอียดได้ที่ www.dhammaliterary.org/whatwedid/ สมัครและชำระค่าลงทะเบียน   (เฉพาะบัตรเครดิต/บัตรเดบิต และชำระผ่าน Google Pay, Apple Pay) สมัครและชำระค่าลงทะเบียน ตัวอย่างหลักสูตรที่ได้เรียน   โอบกอดด้านมืดแห่งตัวตน ห้องเรียน พลังแห่งจิต การโปรแกรมจิตตัวเอง สำหรับหัวข้อ “เขียนเปลี่ยนชีวิต” และ “เขียนภาวนา” จะลงในเว็บไซต์ช่วงปลายปี 2569 และต้นปี 2570… Continue reading สมัครสมาชิกรายปี เรียนทุกคอร์สออนไลน์ดูแลใจในเว็บไซต์ฟรี

Reflection Reconnection (2. เรื่องเล่าจากคุณหมี)

  Reflection Reconnection “เรื่องราวสองเส้นทางสู่กิจกรรมนี้” (2. เรื่องเล่าจากคุณหมี) . 🌷 ทำไมถึงเปิดคอร์ส Reflection – Reconnection ? หลังจากที่เราได้เรียนรู้เส้นทางการเติบโต ด้วยการผ่านบาดแผลแห่งความเจ็บปวดในทุกๆ ความสัมพันธ์ ไม่ว่าเรื่องบาดแผลจากคำพูดของพ่อแม่ บาดแผลจากการถูกเทในความรัก รวมถึงความไว้ใจเพื่อนร่วมงาน ระหว่างการเรียนรู้และก้าวผ่าน สอนให้เราแปลงบาดแผลให้เป็นการเรียนรู้ และส่งต่อคุณค่า ผ่านสิ่งที่เราถนัด คือ การทำไพ่ การเขียน และการโค้ช ทุกๆ ร่องรอยของบาดแผลมีความงดงามซ่อนอยู่ให้เราได้เรียนรู้และเติบโต เป็นจุดเริ่มต้นที่เราชวนครูโอเล่มาจัดคอร์ส เพราะเราเชื่อว่า หากคนเราก้าวผ่านเรื่องความสัมพันธ์ได้ เราจะสามารถเป็นเวอร์ชั่นใหม่ของตัวเองมาเพื่อทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่และเติบโตกว่าเดิมได้ — 🌷 ภาษารัก กับ “ดอกไม้มีหนาม” เราเติบโตมาในครอบครัวคนจีน ไม่ได้แสดงความรักผ่านการกอด บอกรัก พ่อแม่บอกรักผ่านการให้เงิน ส่งเสียให้เรียน มีเวลากินข้าวร่วมกัน เรากลับรู้สึกว่าสิ่งที่เราต้องการจากพ่อแม่ คือ มีเวลาไปเที่ยวต่างจังหวัดด้วยกัน แต่พ่อแม่ทำงานค้าขายไม่มีวันหยุด เราอยากได้คำพูดที่ชื่นชมส่งกำลังใจเวลาทำผิดพลาดแทนคำดุด่า แต่พ่อแม่ก็บอกรักผ่านคำด่า แต่ก่อนเราเคยแอบรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจว่า เพราะเราไม่รวย หาเงินไม่ได้เก่งเหมือนพี่ๆ เลยทำให้พ่อแม่ห่วงเรา แล้วก็ภูมิใจในตัวเราน้อยกว่าพี่รึเปล่า?… Continue reading Reflection Reconnection (2. เรื่องเล่าจากคุณหมี)

Reflection Reconnection (1. เรื่องเล่าจากครูโอเล่)

  Reflection Reconnection “เรื่องราวสองเส้นทางสู่กิจกรรมนี้” (1. เรื่องเล่าจากครูโอเล่) . “จักรวาลมักส่งคนที่จำเป็นต่อการเติบโตของเราในช่วงเวลานั้นมากที่สุด เข้ามาอยู่ในความสัมพันธ์กับเรา ทั้งในแบบที่เราชอบและชัง “บางคนก็ไม่น่ามาเจอกันเลย แต่เขามีเหตุผลที่ดีมากๆ ถ้ามองในมุมของกฎแห่งกรรม ซึ่งทำให้เขาต้องมาประสบพบเจอกับเราในตอนนั้นและลักษณะอย่างนั้น” นี่คือสิ่งที่ผมเชื่อในเวลานี้ เมื่อมองย้อนกลับไปในเรื่องความสัมพันธ์ ตอนเด็ก ผมเคยเชื่อว่าการแต่งงานมีครอบครัวคือเป้าหมายของรักแท้ และผมก็ล้มเหลวถึงสามครั้ง ครั้งแรกได้เพียงฝันร่วมกัน อีกสองครั้งได้ลงมือทำแต่พังไม่เป็นท่า ผมเคยเชื่อว่าคู่แท้คือคำตอบของความรัก ผมเรียนสะกดจิตย้อนอดีตชาติ โหราศาสตร์กรรม และศึกษาเรื่องพลังงานต่างๆ นานา เพื่อหวังว่าจะไขความลับอันน่าสนเท่ห์นี้ แล้วผมก็ได้พบว่า คู่แท้ไม่ได้นำมาซึ่งความสุขแท้ แต่เป็นบทเรียนที่แท้ ความรักที่รอกันนานหลายปี ไม่ได้แปลว่านั่นจะมีจุดจบที่สวยงาม แม้รักแท้ก็ไม่ได้นำมาซึ่งสุขที่แท้จริง แต่ถึงแม้มันจะเลวร้ายแค่ไหน สิ่งนั้นก็จำเป็นมากๆ ต่อการเติบโตทางจิตวิญญาณ โครงการที่ผมทำอยู่ตอนนี้คงไม่เกิดขึ้นแบบนี้ ถ้าผมได้อยู่ในภาพฝันความรักอันสวยงาม ความแตกสลายในความสัมพันธ์ มันเหมือนทำให้เราสิ้นสูญ แต่จริงๆ แล้วมันทำให้เราได้รวบรวมชิ้นส่วนอันกระจัดกระจายของตัวเองนั้น และสร้างความสัมพันธ์ใหม่ที่ดีมากกว่า มันไม่ใช่การเลิกลากันหนึ่งคน เพื่อไปเริ่มต้นใหม่กับอีกคน แต่เป็นการสานสัมพันธ์กับตัวเองใหม่ ตัวตนที่เราอาจจะเคยโทษว่า… เพราะแกไปเชื่อใจเขา เพราะแกที่ไม่ยอมฟังคำเตือน แกมันแย่ที่เป็นแบบนั้น… จนถึงตัวตนของเราที่เคยชอบเขาหนักหนาและบางทีก็ยังคงห่วงใยและเฝ้าดูอีกฝ่ายอย่างเงียบๆ แม้ห่างหายกันไป คู่แท้ที่เราตามหาอยู่ตรงนี้นี่แหละ คนที่รอเราโอบกอดเขาและรักเขาอย่างไร้เงื่อนไข อยู่ตรงนี้นี่แล… Continue reading Reflection Reconnection (1. เรื่องเล่าจากครูโอเล่)

สมุดหนึ่งเล่มที่สร้างการเปลี่ยนแปลง

  สมุดหนึ่งเล่ม…เปลี่ยนอะไรได้บ้าง… ? ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา น้องๆ ที่เข้าร่วมโครงการ “เขียนบันทึก รับทุนการศึกษา” ค่อย ๆ เติมหน้ากระดาษทีละหน้า ด้วยปากกาและดินสอของตัวเอง ลงในสมุดเล่มหนึ่งที่ชื่อว่า “อิสรภาพแห่งใจ ด้วยปลายปากกา” หลายคนเริ่มต้นด้วยความไม่มั่นใจ แต่จบลงด้วยการเข้าใจตัวเองมากขึ้น หลายคนเริ่มต้นเพราะอยากได้ทุน แต่สิ่งที่ได้รับกลับมีค่ามากกว่านั้น บางคนเคยคิดว่า… “ตัวเองไม่มีอะไรดี” จนวันที่เธอเปิดสมุดบันทึก ทุกหน้าค่อย ๆ พาเธอเดินกลับไปยังอดีต มองปัจจุบัน และวันหน้าของตนเอง เธอกังวล เธอโล่งใจ เธอได้ยิ้ม และร้องไห้ เธอได้ให้อภัยตัวเอง เธอเพิ่งได้รู้จักตัวเอง เธอได้มองชีวิตเปลี่ยนไป 30 กว่าหัวข้อในสมุดเล่มนี้ ชวนหัวใจเธอออกเดินทาง หมึกปากกาเธอหมด หลายด้ามก่อนจบเล่ม เธอวางปากกาลง และเริ่มต้นบทใหม่ของชีวิต ด้วยการเห็นคุณค่าในตนเองที่มากขึ้น ด้วยความกล้าหาญที่จะก้าวเดินต่อไป   😊🌱🐣   “รู้สึกได้ปลดปล่อยเรื่องหลาย ๆ เรื่องที่ค้างคาอยู่ในใจและไม่เคยกล้าเล่าให้ใครฟัง จึงทำให้ได้เข้าใจตนเองมากขึ้น เปิดกว้างมากขึ้น และเข้าใจตนเองในสายตาคนอื่น ๆ มากขึ้น” “หลังจากได้เขียนหนังสือเล่มนี้… Continue reading สมุดหนึ่งเล่มที่สร้างการเปลี่ยนแปลง

โครงการคุณให้เขา เราให้คุณ ครั้งที่ 5

  โครงการคุณให้เขา เราให้คุณ ครั้งที่ 5 โดย เรามีลมหายใจ – ธุรกิจเพื่อสังคม สถาบันธรรมวรรณศิลป์ ขอเชิญชวนร่วมแท็ปเล็ต โน๊ตบุ๊ค คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ไอที อะไหล่คอมพิวเตอร์ และอาร์ตทอย หรือร่วมสมทบทุนจัดซื้อแท็ปเล็ตและคอมพิวเตอร์ เพื่อส่งเสริมการศึกษาและเป็นของขวัญแก่น้องๆ เยาวชนที่ขาดกำลังทรัพย์ และรับส่วนลดพิเศษสำหรับการเข้าร่วมกิจกรรมอบรมกับเรา . 🎁ของขวัญที่ร่วมบริจาคเหล่านี้จะเป็นส่วนหนึ่งของรางวัลในโครงการประกวดงานเขียนเยาวชน รางวัลธรรมวรรณศิลป์ ครั้งที่ 16 ในหัวข้อ “เขียนบันทึก รับคอมฯ เครื่องแรก” ซึ่งจะจัดขึ้นในปีนี้แก่น้องๆ เยาวชนเพื่อส่งเสริมการอ่านเขียนและการพัฒนาสุขภาวะทางจิตใจและปัญญา มอบโอกาสให้สิ่งของที่มีค่าของคุณ ได้สร้างคุณค่าใหม่ให้กับชีวิตของพวกเขาที่ขาดกำลังทรัพย์ 😊 เงื่อนไขสิ่งของที่นำมาเป็นบริจาคเป็นของขวัญในโครงการ – เป็นสิ่งของประเภทแท็ปเล็ต โน๊ตบุ๊ค คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ไอที เพื่อส่งเสริมการศึกษา อะไหล่คอมพิวเตอร์ และอาร์ตทอย – สมทบเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อแทนได้ – อยู่ในสภาพดี สามารถใช้งานได้ มีตำหนิน้อย – ไม่เป็นของถูกขโมย ติดล็อก หรือมีที่มาไม่ถูกต้อง . รับบริจาคตั้งแต่วันนี้… Continue reading โครงการคุณให้เขา เราให้คุณ ครั้งที่ 5

เกมไพ่ ไขเส้นทาง จิตวิญญาณ รอบที่ห้า

  เกมไพ่ไขเส้นทางจิตวิญญาณ รอบที่ 5 (รอบพิเศษ รวมศิษย์เก่าโครงการ) เมื่อวันที่ 21 – 22 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ณ บ้านสุจิรตรณการ ย่านอนุเสาวรีย์ชัย เดินทางผ่านไพ่ ทบทวนเส้นทางจิตวิญญาณ หมากเดินและลูกเต๋าเสี่ยงทาย เพื่อย้อนมองชีวิตที่ผ่านมาและการก้าวเดินต่อไปสู่ภารกิจของการเกิดดับในชาติภพ ผ่านกิจกรรมกึ่งเกมไพ่สี่หัวข้อหลัก ขอบคุณศิษย์เก่ารุ่นพี่รุ่นน้องที่มาแบ่งปันเรื่องราวและร่วมไขปริศนาแห่งการเดินทาง ผ่านการ์ดไพ่ แต้มจากการเดินหมาก และเสียงในใจที่เกิดขึ้น ท่านที่สนใจร่วมกิจกรรมเชิญติดตามทางเพจและเว็บไซต์ 😉✨    

ขอบคุณผู้เรียนที่เข้าร่วมรอบสด โอบกอดด้านมืดแห่งตัวตน รุ่นที่ 11

  “เมื่อแสงสว่างส่องไปยังมุมมืดที่ไม่เคยรับรู้ ตรงนั้นก็อาจไม่ใช่มุมมืดอีกต่อไป” ขอบคุณผู้เรียนที่เข้าร่วมรอบสด โอบกอดด้านมืดแห่งตัวตน รุ่นที่ 11 โอบกอดใจผ่านการเขียนบำบัด การโปรแกรมจิต และกิจกรรมสะท้อนตัวตน 6 คืน (12 ชั่วโมง) (〃 ̄︶ ̄)人( ̄︶ ̄〃) “ได้ค้นพบหลายอย่างที่ปกติลืมเลือนไป จากกิจกรรมที่ทำร่วมกัน ดีใจที่คืนสุดท้ายสัมผัสได้ถึงความโดดเดี่ยว (โหวงๆอยู่ภายใน) ระหว่างที่ทำกิจกรรม เข้าใจว่าปกติจะมีการกดอารมณ์ลักษณะนี้ไว้ จนเกือบเข้าใจว่าตัวเองมีจิตใจและอารมณ์ที่มั่นคงแล้วค่ะ “มีคุณค่าซ่อนอยู่ในด้านมืดของเรา ด้านมืดจึงไม่ใช่ศัตรูที่ต้องกำจัดทิ้ง แต่ให้ยอมรับและตัวเองได้แบบไร้เงื่อนไข ข้อเสียของคนอื่นที่เราไม่ชอบ ก็มีอยู่ในตัวเรา คุณค่าของฉันสามารถวางลงได้ ถ้าต้องแลกกับสิ่งที่สำคัญกว่า/มีคุณค่ามากกว่า ไม่ต้องยืดมั่นถือมั่นทั้งหมดก็ได้ การยืดถือคุณค่าในตัวเรามากเกินไปแบบสุดโต่ง เป็นการ “เห็นแก่ตัว(ตน)” รูปแบบหนึ่ง ควรเดินสายกลาง ให้ยอมรับกับสิ่งที่ไม่รู้ และยังมาไม่ถึง แต่ข้างในยังไม่ได้ยอมรับได้ทั้งหมด ต้องใช้สติช่วย คอยเตือนตัวเอง ไม่ให้เผลอกังวลค่ะ” “เมื่อก่อนไม่เคยรู้เลยว่า เรามีด้วนมืดในตัวเองเยอะขนาดนี้ เมื่อได้เรียนกับครูโอเล่ ทำให้ค้นพบว่าเราสะสมด้านมืดมาเยอะเหลือเกิน “เมื่อได้เรียนและทำกิจกรรมต่างๆเราได้ค้นพบและปลดปล่อยบางอย่างลงได้อย่างสบายใจ การมีอยู่ของชีวิตต่อจากนี้ เบาขึ้นมาก เปรียบเสมือนการเดินทางแล้วแอบแบกหิน เพิ่มขึ้นมาเรื่อยไปโดยที่ไม่รู้ตัว ครูโอเล่ค่อยๆเปิดให้เราเห็น และปลดล็อค นำพาเราให้พบความสบายใจ สบายกายและได้กลับมาเดินในเส้นทางชีวิตใหม่อีกครั้ง” “ผมรู้สึกว่าการที่ผมได้รับโอกาส… Continue reading ขอบคุณผู้เรียนที่เข้าร่วมรอบสด โอบกอดด้านมืดแห่งตัวตน รุ่นที่ 11

สิ่งที่ได้รับจากหลักสูตร “ การโปรแกรมจิตตัวเอง” รุ่นที่หก

  ข้อความหลังเรียนจากผู้ผ่านหลักสูตร “การโปรแกรมจิตตัวเอง” รุ่นที่ 6 🙏 “รู้สึกดีใจที่ได้เรียนวิชานี้อีกครั้ง (เรียนรอบสอง) ยิ่งเรียนยิ่งเข้าใจลึกซึ้งและเข้าใจเรื่องต่างๆได้ดีขึ้น ขอบคุณสำหรับความรู้ความเข้าใจที่ชัดเจน ทำให้เข้าใจเรื่องการโปรแกรมจิตมากขึ้น และนำมาใช้ได้จริง อยากต่อยอดเรียนเป็นนักสะกดจิต” “รู้สึกถึงแม้เป็นการเรียนออนไลน์แต่ไม่น่าเบื่อ ครูสอนให้ปฏิบัติด้วยการเขียน การจินตนาการ การใช้ความคิด การแปลผล และพูดคุยในกลุ่มย่อย ทำให้เห็นภาพความคิดของตัวเองชัดเจนขึ้น และรู้เทคนิคที่จะนำมาใช้ในการโปรแกรมจิต ได้สำรวจในใจตัวเอง ภาพความคิดของตัวเองชัดเจนขึ้น ชอบการเขียนด้วยมือซ้าย ทำให้รู้สึกอึดอัดแต่ได้อยู่กับความคิดมากขึ้น ได้เรียนรู้ศาสตร์ที่ไม่เคยรู้มาก่อน รู้ทันว่าโดนผี (ที่จิตสร้างขึ้น) หลอกมาโดยไม่รู้ตัว รู้สึกตัวเองนิ่งขึ้น หันมาใช้คำที่เป็นบวกมากขึ้น มีสติกำกับในการทำงาน ใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์ ขอบคุณครูโอเล่ ที่จัดคอรส์ แบบนี้มากๆค่ะ” “การได้ลงเรียนคอร์สโปรแกรมจิตครั้งนี้ #รู้สึกคุ้มค่าและได้รับเกินคาด เพิ่งรู้ว่าการตัดสินใจลงเรียนเป็นการโปรแกรมจิตตนเอง ในขบวนการขัดใจและปักใจ ก้าวข้ามตารางชีวิตที่ค่อนข้างยุ่งในช่วงเวลาเรียน เพื่อเติมสิ่งดีดีให้กับจิต และได้ทำมันสำเร็จแล้ว #สิ่งที่ได้อย่างแรกที่เรียนคือการหายใจที่ช่วยคลายความตึงเครียด ทำให้ใจสงบ ในเวลาสั้นสั้น สามารถทำได้ทุกที่ทุกเวลา #การเรียนได้เข้าใจวิธีการต่างต่างของการโปรแกรมจิต พร้อมลงมือฝึกในทุกวิธีแบบสั้นสั้น แถมยังได้รับแบบฝึกหัดเพิ่มเติมระหว่างเรียน และเมื่อจบยังได้เพิ่มอีก 21 บท เพื่อให้นำไปฝึกฝนต่อด้วยตนเอง “ครูสอนว่า… Continue reading สิ่งที่ได้รับจากหลักสูตร “ การโปรแกรมจิตตัวเอง” รุ่นที่หก

สิ่งที่คิดมักดูดีหรือเลวร้ายกว่าความจริง

  สิ่งที่คิดมักดูดีหรือเลวร้ายกว่าความจริง : . เหตุใดสิ่งที่คิดกับสิ่งที่เป็นความจริงมักไม่เหมือนกัน แล้วเหตุใดเราจึงมักเชื่อว่าสิ่งที่คิดกับความเป็นจริงเหมือนๆ กัน . กระบวนการความคิดของมนุษย์นั้นมีศักยภาพมากมาย หนึ่งในความสามารถของจิตนั้นคือการขยายให้เด่นชัด (Amplify) คือการทำให้ความรู้สึกของใจและการรับรู้มีขนาดและความเข้มข้นที่มากเกินจริง (รวมทั้งน้อยกว่าที่เป็นจริง) . เวลาเราทุกข์ใจหรือจะต้องเผชิญกับสิ่งที่น่ากลัว ความคิดเราอาจจะสร้างภาพหรือความรู้สึกที่เลวร้ายในใจ หรืออาจทำให้เรารับรู้สิ่งที่อยู่ตรงหน้าในทางที่ย่ำแย่ที่สุด กลไกนี้เกิดขึ้นเพื่อกระตุ้นให้เราตื่นตัวพร้อมที่จะปกป้องตนเอง หรือเวลาที่เราตั้งความหวังไว้กับสิ่งใดมาก ความคิดเราก็อาจสร้างภาพหรือความรู้สึกที่สวยงามในการเอื้อมคว้าสิ่งดังกล่าว เสมือนดังว่าสิ่งนั้นล้ำค่าและสมบูรณ์แบบที่สุด ทั้งที่ความจริงแล้วอาจไม่ได้ดีอย่างที่คิดหวังไว้ . หลายๆ ครั้งความทรงจำเราก็มีความวิปลาสหรือความผิดเพี้ยนเกินจริงไป เพราะความทรงจำนั้นก็เกิดขึ้นจากจิตหรือสมองเชื่อมโยงกับข้อมูลอื่นๆ ที่มีอยู่แล้วในตนเอง ความคิดจึงมีการดัดแปลงแก้ไขข้อมูลที่รับรู้มาจากอายตนะ เพื่อให้จิตเราสามารถจดจำและเข้าใจได้ แล้วหากมีอารมณ์ร่วมในการเหตุการณ์ที่ว่าด้วย ก็ยิ่งมีแนวโน้มว่าความทรงจำนั้นจะถูกตกแต่งเกินกว่าความที่เป็นจริง เพื่อแสดงออกความรู้สึกนั้นๆ ให้ใจจดจำได้ . ความกลัวมักทำให้สิ่งที่เรากลัวดูน่ากลัวกว่าที่เป็นจริง เพราะกลไกการขยายให้เด่นชัดของจิตนั้นพยายามปกป้องตัวเรา แต่บ่อยครั้งที่มันได้ทำให้เราลืมความกล้าหาญที่เรามีอยู่แล้ว ทำให้เราคิดถึงแต่แง่ลบของสิ่งนั้นๆ หรือคิดไปเองว่ามันเลวร้ายเพียงใด ทั้งที่ความจริงแล้วอาจมิใช่เช่นนั้นเลย . การขยายให้เด่นชัด ยังเกิดจากความรู้สึกชอบพอใจด้วย ยกตัวอย่างง่ายๆ เหมือนกับเราได้พบคนที่มีลักษณะที่น่าหลงใหล เราอาจได้แต่เฝ้ารักข้างเดียว หรือเพิ่งคบกันได้ไม่นาน ความพอใจที่มีต่ออีกฝ่ายย่อมทำให้เราพร้อมที่จะพร่ำเพ้อพรรณนา และรู้สึกว่าข้อดีของอีกฝ่ายนั้นช่างล้ำค่าเพียงใด ก่อนที่เราจะรู้ความจริงที่เจ็บแสบจากการตกหลุมรัก . ประสบการณ์ที่เราพบเจอ ซึ่งจะกลายเป็นความทรงจำ เราอาจรับรู้และเข้าใจเหตุการณ์นั้นได้ไม่หมดในคราวเดียว เพราะความรู้สึกร่วมต่อเหตุการณ์นั้นย่อมทำให้สมองเลือกจดจำบางส่วน… Continue reading สิ่งที่คิดมักดูดีหรือเลวร้ายกว่าความจริง