ขอแสดงความยินดีกับการฝึกฝนพื้นฐานการเขียนภาวนา ในหลักสูตร เรามีลมหายใจ.. จำกัด (เขียนภาวนา รุ่นที่ 17) รวมเวลาเรียน 6 คืน 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา รวมข้อความบันทึกด้วยวิธีเขียนภาวนาในกิจกรรมส่งท้ายของผู้เรียน “เขียนภาวนาสอนการรักตัวเองอย่างไร ฉันได้ฝึกฝนตัวเองอย่างไรในการอบรมครั้งนี้ ?” *ปล่อยวางจากความอยาก ปล่อยวางจากการยึดติด มองตัวเองให้ถ่องแท้ ยอม ให้อะไรต่ออะไรไม่เป็นดังใจ ช้าลง มีสติ ลึกซึ้ง ไม่ติดดี * การเขียนภาวนาทำให้มีเวลากลับมาทบทวนสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิต ทำให้กลับมาทบทวนเป้าหมายในชีวิตที่แท้จริง ไม่หลงกังวลไปกับสิ่งที่มาตกกระทบ ท่ามกลาง ความวุ่นวาย ยุ่งเหยิง อารมณ์ต่างๆ เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยไม่ทันได้คิด หลายครั้งที่หลงปรุงแต่งไปตามอารมณ์ การเขียนภาวนาทำให้เข้าใจ ปล่อยวางหลังจากมองเห็นสิ่งท์เกิดขึ้นเป็นเพียงสิ่งชั่วคราว ทำให้รู้จักขอบคุณสิ่งที่มีอยู่มากขึ้น *ฉันได้ใคร่ครวญ ทบทวน สิ่งที่มีค่าแท้จริง ฝึกฝน มองจิต ทันจิต ที่ยึดติด วางทุกอย่าง ถูก/ผิด ดี/เลว ไม่ตัดสิน ไม่ควบคุมตัวเองอีกต่อไป ฉันเรียนรู้ว่าฉันสามารถมีอิสระได้ทุกขณะ เพียงตระหนักรู้ รู้ตัว… Continue reading จบการอบรม เขียนภาวนา รุ่นที่ 17
Author: admin
ถึงเวลากักตุน… สมาธิ
ถึงเวลากักตุน.. สมาธิ #คอลัมน์ #ไกด์โลกจิต เรียกได้ว่าสิ่งที่พวกเราฝึกใจกันมา ไม่ว่าในเรื่องของ ความมั่นคงภายใน, การปล่อยวาง, ปรับศูนย์ใจ, โปรแกรมจิตตนเอง, เป็นดั่งแสงสว่าง หรือในหัวข้อหลักสูตรใด หรืออุบายวิธีการใด ล้วนแล้วเพื่อนำมาใช้ในช่วงเวลาแบบนี้ และในช่วงเวลาที่เลวร้ายกว่านี้ เพราะในช่วงเวลาแบบนี้ เมื่อสงครามย่างกรายเข้ามา เมื่อความล้มเหลวของการสร้างสังคมที่ปรองดองและผาสุขของมนุษย์มาเยือน เมื่อสิ่งที่เคยดูเหมือนมีราคากำลังด้อยค่าลงไป และบางสิ่งกำลังมีมูลค่าดั่งฟองสบู่ที่บวมไปหาวันแตก เมื่อความมั่นคงจอมปลอมทั้งหลายที่หลายผู้คนหวังยึดมั่น เมื่อวงการหรือกลุ่มบุคคลที่เคยเป็นที่ยึดเหนี่ยวของใครๆ กำลังพังทลายจากภายใน เมื่อเสาที่เคยพยุงชนชั้นสูงทางสังคม การเมือง และจิตวิญญาณไว้กำลังแตกร้าว และการยึดมั่นสิ่งนอกตัวเป็นที่พึ่งพิงทางใจจะสั่นคลอนจนถึงที่สุด หากวันเวลานั้นมาถึง แม้กอดสมบัติและเงินทองที่สะสมมาเพียงใด ก็มิช่วยให้กายใจและชีวิตปลอดภัยอย่างแท้จริง ไม่มีช่วงเวลาใดที่น่าฝึกความมั่นคงภายในจิตใจมากไปกว่าตอนที่พายุกำลังพัดโหมกระหน่ำใส่จิตใจ เพราะนี่คือโอกาสสุดท้ายแล้ว ก่อนที่ใจจะปลิดปลิวไปกับความโกลาหลมากมายของโลกใบนี้ ที่จะเกิดขึ้นอย่างบ้าคลั่งมากทวียิ่งขึ้นไป ต้องหาผืนดินของใจให้เจอ และหยั่งรากลงไปในนั้นดั่งต้นไม้ เพื่อต้านทานต่อกระแสโลก เป็นต้นไม้ที่อยู่รอดได้แม้วันที่พายุพัดผ่านเข้ามาถึงตัว หยุดจากการหวังพึ่งพาความมั่นคงจอมปลอมและสิ่งนอกตัวทั้งหลาย เพราะเมื่อวันเวลานั้นมาถึง สิ่งพวกนั้นก็ยังเอาตัวรอดไม่ได้ นี่คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการกักตุน สิ่งที่เรียกว่า “สมาธิ” คำๆ นี้ไม่ใช่เพียงการมีสติในชีวิตประจำวัน อย่างที่บางบุคคลบอกว่า ล้างจานมีสติ กินข้าวมีสติ ฯ นั่นคือการเจริญสติ ตามศัพท์แล้วหมายถึง ทำให้สติมีมากขึ้น… Continue reading ถึงเวลากักตุน… สมาธิ
กิจกรรมกับน้องๆ สถานพินิจฯปทุมธานี ครั้งที่ 10
กิจกรรมศิลปะเขียนภาวนาเพื่อเห็นคุณค่าในตัวเอง กับน้องๆ สถานพินิจฯ ปทุมธานี โครงการส่งเสริมสุขภาวะทางปัญญาในสถานพินิจ ครั้งที่ 10 โดยครูโอเล่ และทีมงานเรามีลมหายใจ (สถาบันธรรมวรรณศิลป์ ปีที่ 18) เขียนภาวนาเป็นยาขมสำหรับผู้ใหญ่หลายคนที่เข้ามาเรียนรู้ในหลักสูตร เขียนภาวนา และ เขียนปล่อยวาง แต่เด็กๆ บอกว่าทำง่าย มีความสุข รู้สึกสงบ และเห็นคุณค่าในตัวเองมากขึ้น จากการเขียนวาดตามลมหายใจออก กิจกรรมครั้งนี้จัดช่วงบ่ายวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ในหัวข้อกิจกรรม “ลมหายใจและความรัก” เริ่มจากครูโอเล่ชวนคุยสเปกผู้หญิงที่ชอบ โดยมีน้องๆ ช่วยจดคำตอบขึ้นกระดานให้ ก่อนย้อนกลับมาทบทวนตนเองว่า แล้วสาวๆ เหล่านี้ชอบผู้ชายแบบไหน และตนเองมีคุณสมบัติใดบ้างที่ใครสักคนที่เหมาะสมจะรักเราจากสิ่งเหล่านี้ ชวนคุยจากเรื่องใกล้ตัวเพื่อตระหนักถึงคุณค่าและการเปลี่ยนแปลงตนเองแล้ว จึงชวนนอนทำสมาธิ ผ่านการจับมือเป็นวงกลม ยกขา ยกตัว ตามจังหวะการหายใจ เพื่อเป็นการฝึกสมาธิในท่านอน และนอนผ่อนพักตระหนักรู้ ด้วยการนับรอบลมหายใจไปเรื่อยๆ ก่อนเสียงระฆังดังขึ้น วันนี้ครูโอเล่กับครูกรได้พาทำกิจกรรมรักษาคุณค่าของเรา ด้วยการปกป้องสีสองชิ้นบนหลังมือตัวเอง ไม่ให้ครูหรือตัวแทนสิ่งไม่ดีมาแย่งได้ เพื่อทบทวนการมีสมาธิเพื่อรักษาคุณค่าของตนเอง และชวนมองเห็นว่า แม้ตนเองรักษาคุณค่าได้ แต่เพื่อนในกลุ่มบางคนไม่สามารถทำได้ เราจะทำอย่างไรไม่ให้รักษาคุณค่าแค่ของตนเอง… Continue reading กิจกรรมกับน้องๆ สถานพินิจฯปทุมธานี ครั้งที่ 10
เสียงตอบรับจากการเข้าร่วม “วิ่งเล่นกับความคิด” รอบ 3-4
“วิ่งเล่นกับความคิด – แผนผังสมองวิ่งฉิว” รอบที่ 3 และ 4 เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ และ 1 มีนาคม 2569 ณ เลมอน เดอ คาเฟ่ ยินดีกับศิษย์เก่าครูโอเล่และนักเรียนใหม่ ที่มาเป็นเพื่อนวิ่งเล่นทางความคิดอย่างมีสาระและหลักการ เพื่อเป็นอิสระจากความคิดด้วยความเข้าใจที่มากขึ้น – มากิจกรรมนี้ ทำให้เข้าใจมากขึ้น เลยค่ะว่าทำไมคนเราถึงยังคง ทุกข์ หลงทาง และหาทางออกไม่เจอ เหมือนคนเรามีกรอบ ที่ปิดทาง ออกจากทุกข์ จาก กรอบกำแพงที่ตนสร้างขึ้นมาเอง และจะเห็นได้ตามแต่ปัญญาตนที่มี เจ้าใจเลยว่าทำไมเราถึงเห็นปัญหาคนอื่นได้ดีกว่าของตนเอง เข้าใจว่าการกลับมารู้ตัว การภาวนา มีความสำคัญมาก และที่ครูสอนก็ช่วยได้มากค่ะ วันนี้ทำให้รู้สึกว่า การกลับมารู้ลมหายใจ ก็มีความสุขแล้วจริงๆค่ะ – ขอบคุณที่มาคลาสนี้ ขอบคุณที่เชื่อการ์ด Angle ขอบคุณที่ Surrender – เราเข้ามาด้วยคำถามที่ว่า ทางเลือกที่เลือกเดินอยู่นี้ ใช่ทางที่ถูกแล้วหรือไม่ แต่คำตอบที่ได้กลับมองให้เราไหลไปตามจังหวะของมัน เหมือนเราเป็นธรรมชาติ… Continue reading เสียงตอบรับจากการเข้าร่วม “วิ่งเล่นกับความคิด” รอบ 3-4
บริจาคหนังสือ “เขียนมีพลังรักษาใจ” แก่สมาคมสายใยครอบครัวและมูลนิธิเด็ก
เรามีลมหายใจ ได้บริจาคหนังสือ “เขียนมีพลังรักษาใจ – คู่มือมหัศจรรย์การเขียนบำบัด” ให้กับ สมาคมสายใยครอบครัว ศูนย์บริการคนพิการทางจิต โรงเรียนพยาบาลศรีธัญญา จำนวน 32 เล่ม และ โครงการห้องสมุดในโรงเรียนชนบท กับ โครงการอาหารเพลและอาหารสมองเพื่อสามเณรในชนบท มูลนิธิเด็ก จำนวน 202 เล่ม รวมมูลค่าหนังสือ 91,260 บาท เพื่อส่งเสริมการพัฒนาจิตใจของผู้ป่วยทางจิตเวช และเครื่องมือส่งเสริมสุขภาพจิตใจและปัญญาแก่เยาวชนและชาวบ้านในชนบท เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 หนังสือ “เขียนมีพลังรักษาใจ” เล่มนี้คือคำแนะนำและการเปิดโลกสู่การเขียนบำบัด สำหรับผู้สนใจการดูแลจิตใจและต้องการเป็นผู้สร้างพลังการเปลี่ยนแปลงให้แก่ตนเองด้วยปลายปากกา เนื้อหาเริ่มจากการเขียนเพื่อฟังเสียงหัวใจตนเอง สู่การเยียวยาเด็กน้อยภายใน และต่อยอดจากบันทึกเป็นงานเขียนสร้างสรรค์ เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบเขียนและไม่ชอบการเขียน ครูหรือคุณหมอที่อยู่ใกล้มือและใกล้ใจ ในราคาไม่แพง พกพาไปได้ทุกที่ และไม่จำกัดแค่อยู่ในคอร์ส คือการเขียนบำบัดที่ให้อะไรมากกว่าที่คิด ตารางกิจกรรม ตารางกิจกรรม
ประกาศรายชื่อผ่านรอบแรกในการประกวดงานเขียนเยาวชน รางวัลธรรมวรรณศิลป์ ครั้งที่ 15
ประกาศรายชื่อผ่านรอบแรกในการประกวดงานเขียนเยาวชน รางวัลธรรมวรรณศิลป์ ครั้งที่ 15 ในหัวข้อ “เขียนบันทึก รับทุนการศึกษา” ในรอบแรกนี้ทางเราได้คัดเลือกเยาวชนจากการตอบคำถามในใบสมัคร จากเยาวชนทั้งหมด 144 คน ที่ได้ผ่านเข้ารอบต่อไป ดังรายชื่อด้านล่างนี้ ทั้งนี้ทางเราได้คัดเลือกเยาวชนอีกส่วนหนึ่ง เป็นผู้ที่ไม่ได้เข้ารอบแต่ได้รับสมุดบันทึกเป็นกำลังใจในการพัฒนาตนเองจากโครงการ เยาวชนที่มีรายชื่อโปรดติดต่อทางโครงการทางไลน์ @khianpianchiwit (เรามีลมหายใจ), ทางอินบ็อกเพจเฟสบุ๊ค “เรามีลมหายใจ – ธุรกิจเพื่อสังคม” หรือทางอีเมล dhammaliterary@gmail.com เพื่อส่งเอกสารและรับทราบกติกาการเขียนบันทึกในรอบที่สอง ทางโครงการขอเป็นกำลังใจและชื่นชมคำตอบจากเยาวชนทุกคนที่ได้ส่งเข้าร่วมรอบแรกในการประกวดครั้งนี้ ขอให้ทุกคนได้รักษาอิสรภาพแห่งใจท่ามกลางความสุข ความทุกข์ ความสมหวัง และความผิดหวังในชีวิต เพราะสิ่งนี้คือพลังที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับตนเองและสังคมในวันหน้าต่อไป … ✨ รายชื่อเยาวชนที่ได้ผ่านเข้ารอบสอง มีดังนี้ 1. กนกพล ปานน้อย , โรงเรียนราชโบริกานุเคราะห์ 2. กฤชญา อินทพันธ์ , โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย 3. กานต์สิรินทร์ ปรีชาธรรมรัช , โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา 4. เขมจิรา จันทร ,… Continue reading ประกาศรายชื่อผ่านรอบแรกในการประกวดงานเขียนเยาวชน รางวัลธรรมวรรณศิลป์ ครั้งที่ 15
“ความหวัง” = อิสรภาพแห่งใจ
“ความหวัง” = อิสรภาพแห่งใจ ในฐานะผู้จัดเสวนาในหัวข้อ… อิสรภาพทางใจ ท่ามกลางสังคมบีบคั้น และผู้จัดทำสมุดบันทึก อิสรภาพแห่งใจ ด้วยปลายปากกา และรับผิดชอบการประกวดงานเขียนเยาวชนในหัวข้อเดียวกันนี้ หากถามมุมมองของผมว่า อิสรภาพทางใจ คืออะไร… สำหรับผมแล้วสิ่งหนึ่งที่บ่งบอกถึงอิสรภาพทางใจของเรานั้น คือการมีสิ่งที่เรียกว่า “ความหวัง” โดยเฉพาะความหวังถึงการเปลี่ยนแปลงที่ดีมากขึ้น การที่เราไม่เป็นอิสระจากอดีตหรือปมทางใจที่ผูกมัดไว้ให้เกิดทุกข์ สิ่งนี้ก็จะทำให้เราไม่เชื่อว่า เราสามารถเปลี่ยนแปลงตนเองให้ดีขึ้นได้ ทำให้เราไม่เห็นว่าความทุกข์นี้จะไม่อยู่กับเราตลอดไป แต่การที่เรามีความหวังว่า ด้วยการเรียนรู้ การพัฒนาตนเอง และการทำสิ่งที่แตกต่างออกไป วันหนึ่งเราจะก้าวออกจากอดีตนั้น และมีความสุขกับตนเองมากขึ้นกว่าที่ผ่านมา ความหวังนี้ที่บ่งบอกว่า แท้ที่จริงแล้วอดีตนั้นไม่ได้กักขังอิสรภาพทางใจของเรา และเราก็ปลดพันธนาการนั้นได้บางส่วนแล้ว เพราะคนที่จำยอมต่ออดีตแล้วเท่านั้น จึงไม่เชื่อว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงใดที่ดีขึ้นกว่าเดิมได้ การมีความทุกข์และความผิดหวัง ไม่ได้แปลว่าเราสิ้นไร้อิสรภาพทางใจหรือขาดสุขภาพทางจิตที่ดี แต่การที่เรายังรักษาความหวังให้งอกงามได้ ท่ามกลางความมืดมนในชีวิตและสังคม แม้จะทุกข์เพียงใดหรือล้มเหลวแค่ไหน นั่นจึงสะท้อนถึงความเข้มแข็งที่เรามีภายใน และอิสระที่ไม่มีใครหรือสิ่งใดจะพรากไปจากเราได้ การเสียความหวังอย่างสิ้นเชิง และอยู่อย่างสยบยอมหรือไม่แยแสต่อสิ่งที่ควรเปลี่ยนแปลงอย่างไร้ความหวัง นั่นคึอสิ่งที่อาจบ่งบอกว่าเราได้ปล่อยให้หัวใจตัวเองเป็นทาส และปล่อยให้อิสระของใจตนไปอยู่ในกำมือของผู้อื่น หรือกักขังอยู่ในอดีตเสียแล้ว การมีความหวัง คือสิ่งที่ทำให้เราเป็น “มนุษย์” และคือแรงผลักดันที่จะพาตนเองและสังคมหลุดพ้นจากวงจรแห่งทุกข์ หากเราปล่อยให้ความหวังได้เสื่อมสลายไปกับความไม่จีรังยั่งยืน อดีตที่ผ่านมา หรือการตีตราจากตนเองหรือคนอื่น เท่ากับเราได้ยกความเป็นมนุษย์ออกไป และใช้ชีวิตเป็นเพียงทาสของระบบหรือทาสของอดีต… Continue reading “ความหวัง” = อิสรภาพแห่งใจ
คลอดแล้ววจากโรงพิมพ์ หนังสือ “เขียนมีพลังรักษาใจ” คู่มือมหัศจรรย์การเขียนบำบัด
คลอดแล้ววจากโรงพิมพ์ หนังสือ “เขียนมีพลังรักษาใจ” คู่มือมหัศจรรย์การเขียนบำบัด 🪄 หนังสือที่จะพาเดินทางเข้าสู่โลกการเขียนบำบัด การเขียนที่ให้อะไรมากกว่าที่คิด เนื้อหา 6 บท 51 แบบฝึกหัด เนื้อหารวม 500 หน้า ขนาดเล่มพ็อกเก็ตบุ๊ค เคลือบปกสวยงาม ในราคาเพียง 390 บาท (ค่าส่ง 30 บาท สั่ง 2 เล่มขึ้นไปส่งฟรี) พิเศษแถมฟรี ‼️“ที่คั่นชีวิต” – บางสิ่งที่เป็นมากกว่าที่คั่นหนังสือ แต่ช่วยสะกิดใจให้หยุดและฉุกนึก เป็นกุญแจไว้จับการ์ดออนไลน์พิเศษสุ่มแถมฟรี 1 อันจากทั้งหมด 2 แบบ (แต่ละแบบเปิดการ์ดได้ 1 ชุด) หนังสือเล่มนี้เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น ผู้ที่ต้องการดูแลใจ ผู้ที่ชอบการเขียนและไม่ชอบการเขียน เนื้อหาเริ่มจากการเขียนเพื่อฟังเสียงหัวใจตนเอง สู่การเยียวยาเด็กน้อยภายใน และต่อยอดจากบันทึกเป็นงานเขียนสร้างสรรค์ สำรวจโลกภายในด้วยการเขียนบำบัด เครื่องมือใกล้ตัวที่ทรงพลังในการดูแลใจ เพื่อสร้างพลังการเปลี่ยนแปลง แก่หัวใจตนเองและชีวิต จำหน่ายเพียง 500 เล่มเท่านั้น (ตอนนี้เหลือไม่ถึง 300… Continue reading คลอดแล้ววจากโรงพิมพ์ หนังสือ “เขียนมีพลังรักษาใจ” คู่มือมหัศจรรย์การเขียนบำบัด
กาลครั้งหนึ่ง พระพุทธรูปผู้นั่งอยู่เงียบๆ และโดดเดี่ยว ได้บอกเด็กน้อยผู้ชอบให้
กาลครั้งหนึ่ง พระพุทธรูปผู้นั่งอยู่เงียบๆ และโดดเดี่ยว ได้บอกเด็กน้อยผู้ชอบให้ว่า… “บางครั้งการไม่ต้องช่วยใครก็เป็นเรื่องดี การไม่พยายามช่วยใครก็เป็นเรื่องดี การได้อยู่เงียบๆ จากความทุกข์ของคนอื่นบ้างก็น่าขอบคุณ “เพราะการได้ช่วยก็เป็นทุกข์ ความอยากช่วยก็เป็นทุกข์ ช่วยได้แต่ไม่อาจช่วยก็เป็นทุกข์ ได้ช่วยแต่ช่วยไม่ได้ก็เป็นทุกข์ ได้รับการช่วยเหลือมากไปก็ทุกข์ พยายามช่วยมากไปก็เป็นทุกข์… “เราจึงมานั่งตรงนี้เงียบๆ และโดดเดี่ยว ใต้ร่มเงาอันสงบ ท่ามกลางหมู่นกและปลาที่ดิ้นรนในบึงน้ำและผืนฟ้าแห่งทุกข์ แต่มีสะพานที่ทอดมาหาเรา ให้เดินมาหาตรงนี้ได้เสมอ” เมื่อเด็กน้อยได้ฟังธรรม ก็ผล็อยหลับใหล บนเก้าอี้ริมบึง ท่ามกลางหมู่นกพิราบและปลา ต่างเวียนว่ายในที่เดียวกัน … #นิทานเรามีลมหายใจ ครูโอเล่ 31/1/2569 ติดตามกิจกรรม ตารางกิจกรรม
จบการอบรม “เป็นดั่งแสงสว่าง” ประจำปี 2568
จบการอบรมหัวข้อปิดท้าย ห้องเรียน วิถีครู รุ่นที่ 7 ในหัวข้อ “เป็นดั่งแสงสว่าง” ที่ว่างและเป็นประโยชน์ ทบทวนเกี่ยวกับความยึดมั่นในตัวตน ความสำคัญของการละวางในการเป็นผู้ให้ และแนวทางการฝึกฝนตนเองเพื่อเป็นดั่งแสงสว่างแก่ตัวเองและผู้อื่น ขอบคุณผู้เรียนที่ร่วมกันแบ่งปันแสงสว่างและภาวนาผ่านการโปรแกรมจิตและการเขียนร่วมกันตลอดสามคืน “ชอบมากค่ะสิ่งที่ประทับใจคือวิธีการสอนที่ช่วยนำพาให้เราได้พบแสงสว่างในตัวเอง ที่ต่างจากสิ่งที่เราคิดมาตั้งแต่ก่อนเข้าคลาส ข้อคิด: ความว่าง การวางการละตัวตนช่วยให้เราได้เข้าถึงตัวตนภายในของเราอย่างง่ายดาย สิ่งที่ได้ฝึกฝน ฝึกการขัดเกลาจิตใจ ความคุ้นชิน การออกจากพื้นที่เดิมๆ วิธีการเดิมๆ ที่เราเคยใช้เพื่อให้เราได้มีโอกาสฝึกตัวเอง สิ่งที่ได้รับจากการเรียน ฝึกข้อคิดหลักคำสอนของศาสนาที่เป็นแก่นแท้ของการดำรงชีวิต ทำให้เห็นความง่ายในการมีชีวิต การได้กลับมาใคร่ครวญตัวเอง และการภาวนาทำให้รู้สึกสงบ ผ่อนคลายเข้าถึงพื้นที่ภายในได้อย่างเร็ว อีกทั้งกิจกรรมกลุ่มที่ช่วยกันหาคำตอบทำให้เห็นมุมมองและได้แง่คิดเพิ่มเติม” “ได้พิจารณา คิด วิเคราะห์ ตัวเอง และฟังคนอื่น ในความต่างจะมีความเหมือนคือทุกคนล้วนอยากเข้าใจและพัฒนาตัวเอง เป็นกำลังใจให้ทุกคนเป็นดังแสงสว่างในแบบของตัวเองค่ะ ได้หลักการเป็นดังแสงสว่าง และวิธีปฏิบัติเพื่อเป็นแสงสว่างให้ตัวเองและผู้อื่นค่ะ” “มีความรู้สึกนิ่งและเย็นสบายใจในการเรียน ได้คำตอบจากครูจนหายสงสัย การเอ่ยคำขอโทษที่เราอึดอัดเพราะเรากลัวเสียตัวตนนั่นเอง และตอนเขียนภาวนาที่เริ่มจากขุ่นข้องอึดอัด ต่อมาทำให้ใจเราดิ่งสงบลงทีละน้อย ประทับใจที่อาจารย์สอนเต็มเวลาทุกครั้ง เพื่อให้ทุกคนได้ร้บความอย่างเต็มที่ ในฐานะที่เป็นศิษย์เก่า การได้ฝึกฝนซ้ำอีก ทำให้เกิดสมาธิชัดเจนง่ายขึ้น ขณะฝึกสังเกตในตัวเองชัด เห็นความขุ่นมัว ความไม่ยอม ความดึงดันเป็นปัจจุบัน เป็นการได้ฝึกอยู่ปัจจุบันแต่ละขณะได้ดีขึ้นเรื่อย… Continue reading จบการอบรม “เป็นดั่งแสงสว่าง” ประจำปี 2568
