“ความหวัง” = อิสรภาพแห่งใจ

  “ความหวัง” = อิสรภาพแห่งใจ   ในฐานะผู้จัดเสวนาในหัวข้อ… อิสรภาพทางใจ ท่ามกลางสังคมบีบคั้น และผู้จัดทำสมุดบันทึก อิสรภาพแห่งใจ ด้วยปลายปากกา และรับผิดชอบการประกวดงานเขียนเยาวชนในหัวข้อเดียวกันนี้ หากถามมุมมองของผมว่า อิสรภาพทางใจ คืออะไร… สำหรับผมแล้วสิ่งหนึ่งที่บ่งบอกถึงอิสรภาพทางใจของเรานั้น คือการมีสิ่งที่เรียกว่า “ความหวัง” โดยเฉพาะความหวังถึงการเปลี่ยนแปลงที่ดีมากขึ้น การที่เราไม่เป็นอิสระจากอดีตหรือปมทางใจที่ผูกมัดไว้ให้เกิดทุกข์ สิ่งนี้ก็จะทำให้เราไม่เชื่อว่า เราสามารถเปลี่ยนแปลงตนเองให้ดีขึ้นได้ ทำให้เราไม่เห็นว่าความทุกข์นี้จะไม่อยู่กับเราตลอดไป แต่การที่เรามีความหวังว่า ด้วยการเรียนรู้ การพัฒนาตนเอง และการทำสิ่งที่แตกต่างออกไป วันหนึ่งเราจะก้าวออกจากอดีตนั้น และมีความสุขกับตนเองมากขึ้นกว่าที่ผ่านมา ความหวังนี้ที่บ่งบอกว่า แท้ที่จริงแล้วอดีตนั้นไม่ได้กักขังอิสรภาพทางใจของเรา และเราก็ปลดพันธนาการนั้นได้บางส่วนแล้ว เพราะคนที่จำยอมต่ออดีตแล้วเท่านั้น จึงไม่เชื่อว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงใดที่ดีขึ้นกว่าเดิมได้ การมีความทุกข์และความผิดหวัง ไม่ได้แปลว่าเราสิ้นไร้อิสรภาพทางใจหรือขาดสุขภาพทางจิตที่ดี แต่การที่เรายังรักษาความหวังให้งอกงามได้ ท่ามกลางความมืดมนในชีวิตและสังคม แม้จะทุกข์เพียงใดหรือล้มเหลวแค่ไหน นั่นจึงสะท้อนถึงความเข้มแข็งที่เรามีภายใน และอิสระที่ไม่มีใครหรือสิ่งใดจะพรากไปจากเราได้ การเสียความหวังอย่างสิ้นเชิง และอยู่อย่างสยบยอมหรือไม่แยแสต่อสิ่งที่ควรเปลี่ยนแปลงอย่างไร้ความหวัง นั่นคึอสิ่งที่อาจบ่งบอกว่าเราได้ปล่อยให้หัวใจตัวเองเป็นทาส และปล่อยให้อิสระของใจตนไปอยู่ในกำมือของผู้อื่น หรือกักขังอยู่ในอดีตเสียแล้ว การมีความหวัง คือสิ่งที่ทำให้เราเป็น “มนุษย์” และคือแรงผลักดันที่จะพาตนเองและสังคมหลุดพ้นจากวงจรแห่งทุกข์ หากเราปล่อยให้ความหวังได้เสื่อมสลายไปกับความไม่จีรังยั่งยืน อดีตที่ผ่านมา หรือการตีตราจากตนเองหรือคนอื่น เท่ากับเราได้ยกความเป็นมนุษย์ออกไป และใช้ชีวิตเป็นเพียงทาสของระบบหรือทาสของอดีต… Continue reading “ความหวัง” = อิสรภาพแห่งใจ

คลอดแล้ววจากโรงพิมพ์ หนังสือ “เขียนมีพลังรักษาใจ” คู่มือมหัศจรรย์การเขียนบำบัด

  คลอดแล้ววจากโรงพิมพ์ หนังสือ “เขียนมีพลังรักษาใจ” คู่มือมหัศจรรย์การเขียนบำบัด 🪄 หนังสือที่จะพาเดินทางเข้าสู่โลกการเขียนบำบัด การเขียนที่ให้อะไรมากกว่าที่คิด เนื้อหา 6 บท 51 แบบฝึกหัด เนื้อหารวม 500 หน้า ขนาดเล่มพ็อกเก็ตบุ๊ค เคลือบปกสวยงาม ในราคาเพียง 390 บาท (ค่าส่ง 30 บาท สั่ง 2 เล่มขึ้นไปส่งฟรี) พิเศษแถมฟรี ‼️“ที่คั่นชีวิต” – บางสิ่งที่เป็นมากกว่าที่คั่นหนังสือ แต่ช่วยสะกิดใจให้หยุดและฉุกนึก เป็นกุญแจไว้จับการ์ดออนไลน์พิเศษสุ่มแถมฟรี 1 อันจากทั้งหมด 2 แบบ (แต่ละแบบเปิดการ์ดได้ 1 ชุด) หนังสือเล่มนี้เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น ผู้ที่ต้องการดูแลใจ ผู้ที่ชอบการเขียนและไม่ชอบการเขียน เนื้อหาเริ่มจากการเขียนเพื่อฟังเสียงหัวใจตนเอง สู่การเยียวยาเด็กน้อยภายใน และต่อยอดจากบันทึกเป็นงานเขียนสร้างสรรค์ สำรวจโลกภายในด้วยการเขียนบำบัด เครื่องมือใกล้ตัวที่ทรงพลังในการดูแลใจ เพื่อสร้างพลังการเปลี่ยนแปลง แก่หัวใจตนเองและชีวิต จำหน่ายเพียง 500 เล่มเท่านั้น (ตอนนี้เหลือไม่ถึง 300… Continue reading คลอดแล้ววจากโรงพิมพ์ หนังสือ “เขียนมีพลังรักษาใจ” คู่มือมหัศจรรย์การเขียนบำบัด

กาลครั้งหนึ่ง พระพุทธรูปผู้นั่งอยู่เงียบๆ และโดดเดี่ยว ได้บอกเด็กน้อยผู้ชอบให้

  กาลครั้งหนึ่ง พระพุทธรูปผู้นั่งอยู่เงียบๆ และโดดเดี่ยว ได้บอกเด็กน้อยผู้ชอบให้ว่า… “บางครั้งการไม่ต้องช่วยใครก็เป็นเรื่องดี การไม่พยายามช่วยใครก็เป็นเรื่องดี การได้อยู่เงียบๆ จากความทุกข์ของคนอื่นบ้างก็น่าขอบคุณ “เพราะการได้ช่วยก็เป็นทุกข์ ความอยากช่วยก็เป็นทุกข์ ช่วยได้แต่ไม่อาจช่วยก็เป็นทุกข์ ได้ช่วยแต่ช่วยไม่ได้ก็เป็นทุกข์ ได้รับการช่วยเหลือมากไปก็ทุกข์ พยายามช่วยมากไปก็เป็นทุกข์… “เราจึงมานั่งตรงนี้เงียบๆ และโดดเดี่ยว ใต้ร่มเงาอันสงบ ท่ามกลางหมู่นกและปลาที่ดิ้นรนในบึงน้ำและผืนฟ้าแห่งทุกข์ แต่มีสะพานที่ทอดมาหาเรา ให้เดินมาหาตรงนี้ได้เสมอ” เมื่อเด็กน้อยได้ฟังธรรม ก็ผล็อยหลับใหล บนเก้าอี้ริมบึง ท่ามกลางหมู่นกพิราบและปลา ต่างเวียนว่ายในที่เดียวกัน … #นิทานเรามีลมหายใจ ครูโอเล่ 31/1/2569   ติดตามกิจกรรม ตารางกิจกรรม

จบการอบรม “เป็นดั่งแสงสว่าง” ประจำปี 2568

  จบการอบรมหัวข้อปิดท้าย ห้องเรียน วิถีครู รุ่นที่ 7 ในหัวข้อ “เป็นดั่งแสงสว่าง” ที่ว่างและเป็นประโยชน์ ทบทวนเกี่ยวกับความยึดมั่นในตัวตน ความสำคัญของการละวางในการเป็นผู้ให้ และแนวทางการฝึกฝนตนเองเพื่อเป็นดั่งแสงสว่างแก่ตัวเองและผู้อื่น ขอบคุณผู้เรียนที่ร่วมกันแบ่งปันแสงสว่างและภาวนาผ่านการโปรแกรมจิตและการเขียนร่วมกันตลอดสามคืน “ชอบมากค่ะสิ่งที่ประทับใจคือวิธีการสอนที่ช่วยนำพาให้เราได้พบแสงสว่างในตัวเอง ที่ต่างจากสิ่งที่เราคิดมาตั้งแต่ก่อนเข้าคลาส ข้อคิด: ความว่าง การวางการละตัวตนช่วยให้เราได้เข้าถึงตัวตนภายในของเราอย่างง่ายดาย สิ่งที่ได้ฝึกฝน ฝึกการขัดเกลาจิตใจ ความคุ้นชิน การออกจากพื้นที่เดิมๆ วิธีการเดิมๆ ที่เราเคยใช้เพื่อให้เราได้มีโอกาสฝึกตัวเอง สิ่งที่ได้รับจากการเรียน ฝึกข้อคิดหลักคำสอนของศาสนาที่เป็นแก่นแท้ของการดำรงชีวิต ทำให้เห็นความง่ายในการมีชีวิต การได้กลับมาใคร่ครวญตัวเอง และการภาวนาทำให้รู้สึกสงบ ผ่อนคลายเข้าถึงพื้นที่ภายในได้อย่างเร็ว อีกทั้งกิจกรรมกลุ่มที่ช่วยกันหาคำตอบทำให้เห็นมุมมองและได้แง่คิดเพิ่มเติม” “ได้พิจารณา คิด วิเคราะห์ ตัวเอง และฟังคนอื่น ในความต่างจะมีความเหมือนคือทุกคนล้วนอยากเข้าใจและพัฒนาตัวเอง เป็นกำลังใจให้ทุกคนเป็นดังแสงสว่างในแบบของตัวเองค่ะ ได้หลักการเป็นดังแสงสว่าง และวิธีปฏิบัติเพื่อเป็นแสงสว่างให้ตัวเองและผู้อื่นค่ะ” “มีความรู้สึกนิ่งและเย็นสบายใจในการเรียน ได้คำตอบจากครูจนหายสงสัย การเอ่ยคำขอโทษที่เราอึดอัดเพราะเรากลัวเสียตัวตนนั่นเอง และตอนเขียนภาวนาที่เริ่มจากขุ่นข้องอึดอัด ต่อมาทำให้ใจเราดิ่งสงบลงทีละน้อย ประทับใจที่อาจารย์สอนเต็มเวลาทุกครั้ง เพื่อให้ทุกคนได้ร้บความอย่างเต็มที่ ในฐานะที่เป็นศิษย์เก่า การได้ฝึกฝนซ้ำอีก ทำให้เกิดสมาธิชัดเจนง่ายขึ้น ขณะฝึกสังเกตในตัวเองชัด เห็นความขุ่นมัว ความไม่ยอม ความดึงดันเป็นปัจจุบัน เป็นการได้ฝึกอยู่ปัจจุบันแต่ละขณะได้ดีขึ้นเรื่อย… Continue reading จบการอบรม “เป็นดั่งแสงสว่าง” ประจำปี 2568

“เกมไพ่-ไขเส้นทาง-จิตวิญญาณ” รอบ 3 และ 4 ที่ผ่านมา

  “เกมไพ่-ไขเส้นทาง-จิตวิญญาณ” รอบ 3 และ 4 ที่ผ่านมา 🪄🌞🏃 กับการเดินทางสำรวจแง่มุมต่างๆ ทางจิตวิญญาณ ทั้งตัวตน ด้านมืด และการเติบโต ผ่านไพ่และเกมที่ประหนึ่งการดูดวงอย่างมีส่วนร่วมและได้ปัญญา 🙏 ขอบคุณและยินดีกับการค้นพบของทุกคน ทั้งในรอบวันที่ 14 – 15 มกราคม 2569 และ วันที่ 17 – 18 มกราคม 2569 และขอเป็นกำลังใจในการก้าวเดินต่อไปในปีนี้และช่วงเวลาชีวิตในชาติภพปัจจุบัน 🦋 ข้อความเฟรนด์ชิพให้กับกิจกรรมทั้งสองรอบ จากผู้เข้าร่วมเดินทาง 🦋 – เข้าใจตัวเองมากขึ้น รวมถึงตัวตน ความรู้สึกที่เก็บซ่อนไว้ลึกถูกขุดขึ้นมา เพื่อมองมุมมองใหม่ๆ และทำงานกับมัน ขอบคุณกิจกรรมดีๆ และเพื่อนร่วมเดินทาง ที่ร่วมเดินไปด้วยกัน เห็นแสงที่ปลายอุโมงค์ – หมอดูที่ดูตัวเราแม่นที่สุดคือตัวเราเอง ขอบคุณครูที่พามาค้นพบตัวเองในอีกมุมหนึ่งนะคะ – ขอบคุณความเมตตา ที่คุณครูและเพื่อนๆ มอบให้ “ความหวังดี” “กำลังใจ” และ “พลังงานบวก”… Continue reading “เกมไพ่-ไขเส้นทาง-จิตวิญญาณ” รอบ 3 และ 4 ที่ผ่านมา

เขาผู้ไม่สมบูรณ์แบบที่เข้ามาในชีวิตต่างก็มอบของขวัญบางอย่างให้แก่เรา

  “หากเป็นครูแล้ว คาดหวังในตัวนักเรียนอย่างที่ไม่เข้าใจความเป็นจริงว่า เขาไม่ใช่ความเที่ยงแท้ เขาเป็นทุกข์ และเขาไม่ใช่ตัวตน เช่นเดียวกันกับเรา ตามบาลีว่า “อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา” ครูคนนั้นก็จะทุกข์ใจในการทำหน้าที่ เฉกเช่นผมที่เป็นมาจนถึงปัจจุบัน แม้จะลดลงไปเรื่อยๆ ก็ตาม แต่ก็ยังโลภ โกรธ และหลงในการทำหน้าที่อยู่มาก ยังเผลอลืมอยู่บ่อยครั้งว่าทั้งสองฝ่ายเป็นเพียงแค่ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา – ไม่เที่ยงแท้ เป็นทุกข์ และ ไม่ใช่ตัวตน คำว่า “เป็นทุกข์” หรือ ทุกขัง แปลกันทั่วไปหมายถึง เป็นภาวะที่ต้องทนหรือทนได้ยาก ท่านพุทธทาสแปลความหมายที่ร่วมสมัยไว้ประการหนึ่งว่า หมายถึง “ไม่สมบูรณ์แบบ” ชีวิตเป็นทุกขัง มีความบกพร่องและไม่สมบูรณ์แบบอย่างที่ใครจะอยากได้ โลกนี้ก็ด้วย สังคมก็ด้วย นักเรียนกับครูก็เป็น ทุกขัง เช่นเดียวกัน หากครูไม่รู้เท่าทันความอยาก ความคาดหวัง หรือปมที่มีอยู่ในใจ ทุกข์มันก็ขังในใจเราอย่างนั้น เราก็อาจจะเผลอใช้หน้าที่เติมเต็มช่องว่างทางอารมณ์ หรือใช้พวกเขาเป็นสิ่งตอบสนองช่องโหว่งในหัวใจตัวเอง เพื่อเติมเต็มความต้องการหรือความอยากของตนเองเป็นที่ตั้ง มิใช่เพื่อเติมเต็มชีวิตของเขา หากเรารังเกียจความไม่สมบูรณ์แบบของตนเอง พยายามปฏิเสธความเป็น ทุกขัง ของชีวิต… Continue reading เขาผู้ไม่สมบูรณ์แบบที่เข้ามาในชีวิตต่างก็มอบของขวัญบางอย่างให้แก่เรา

เริ่มปีใหม่ ลดถือตัว(ตน)

  เริ่มปีใหม่ ลดถือตัว(ตน)   กิจกรรมรูปแบบหนึ่งที่ผมใช้ในการสอนน้องๆ ที่สถานพินิจฯ คือการสอนให้เขาจดจำคุณค่าเชิงนามธรรม ผ่านการกระทำและกิจกรรมเป็นรูปธรรมให้เขาได้ซึมซับและทบทวนเชื่อมโยงผ่านการพูดคุยและบรรยายนิดหน่อย หรือพูดง่ายๆ คือการทำให้เขาได้เห็นภาพของสิ่งที่ไม่มีภาพ เพื่อให้จิตใจของเขาสามารถเชื่อมโยงตามช่วงวัยของการเรียนรู้ วันแรกของปี 2569 กิจกรรมแรกที่ให้พวกเขาลองทำด้วยกันคือการข้ามเส้นเชือกที่สูง โดยบอกพวกเขาให้สมมตว่าฝั่งที่อยู่คือปีเก่า และอีกฝั่งหนึ่งนั้นคือปีใหม่ จะข้ามอย่างไรให้พ้นได้โดยไม่โดนเชือกหรือเสา ไม่ใช้อุปกรณ์เสริม มีแค่การช่วยกันและข้ามไปด้วยกัน เป็นห้วงอารมณ์ที่หลากหลายกว่าจะข้ามไปด้วยกันจนถึงฝั่ง ทั้งการรอและการเริ่มใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า จนถึงช่วงที่เด็กบอกว่า “กิจกรรมนี้ไม่เหมาะกับคนอย่างพวกผม” และการทำโทษที่เร็วเกินไปของเจ้าหน้าที่ที่มาช่วยควบคุม แต่ท้ายที่สุดพวกเขาก็ข้ามกันได้สำเร็จ ด้วยกำลังใจจากรางวัลและการเห็นว่าเพื่อนทำได้และเพื่อนอยากให้ผ่านไปด้วยกันทุกคน เมื่อคุยกันถึงวัตถุประสงค์กิจกรรม นอกจากความสามัคคี มีหลายสิ่งที่ให้ฝึกฝน และหนึ่งในคำตอบนั้นก็คือ การยอมให้เพื่อนจับตัวข้ามไป ผมบอกกับเด็กๆ ว่า สิ่งนี้เรียกว่า ความไม่ถือตัว รู้ไหมว่าการถือตัวคืออะไร… ผมชอบคำตอบหลายๆ ข้อเช่น การเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง การเอาแต่ใจ ฯลฯ สำหรับการสอนผู้ใหญ่ ผมคงลงลึกไปอีกว่า ความถือตัวก็คือการยึดมั่นในตัวตนของๆ ตน รวมถึงความเคยชินต่างๆ ที่ยึดว่าเป็นของฉัน เปลี่ยนไม่ได้ เปลี่ยนแล้วไม่ใช่ฉัน นี่ก็เรียกว่า ความถือตัว(ตน) เช่นเดียวกัน สิ่งที่ผมให้เขาได้ซึมซับจากกิจกรรมนี้คือการทำให้เขาได้ค่อยๆ เห็นว่า การเริ่มปีใหม่ที่เป็นเหมือนการก้าวข้ามไปอีกฝั่งหนึ่งนั้น… Continue reading เริ่มปีใหม่ ลดถือตัว(ตน)

กิจกรรมกับน้องๆ สถานพินิจฯปทุมธานี ครั้งที่ 8-9/2568

  ขอบคุณอาสาไม่เที่ยวปีใหม่ ทีมศิษย์เก่าสถาบันธรรมวรรณศิลป์ และครูโอเล่ จัดกิจกรรมปีใหม่ให้กับน้องๆ ที่สถานพินิจฯ ปทุมธานี เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2568 และวันที่ 1 มกราคม 2569 ในกิจกรรมพัฒนาสุขภาวะทางปัญญา ครั้งที่ 8-9 พร้อมมอบของขวัญปีใหม่ให้แก่น้องๆ โดยกิจกรรมของเราคือความตั้งใจให้พวกเขาได้เห็นคุณค่าในตนเอง เรียนรู้ผ่านการเล่นไปพร้อมพัฒนาสุขภาวะทางปัญญาผ่านการคิดใคร่ครวญจากกิจกรรม คำถามชวนคิดของครู และการซึมซับบทเรียนเชิงนามธรรม ผ่านกิจกรรมรูปธรรมให้เขาเข้าใจด้วยตนเองให้มากที่สุด กิจกรรมวันที่ 31 ธ.ค. เน้นความสนุกผ่อนคลายกายและจิตใจ และใช้กิจกรรมปีใหม่แบบหลากหลายเพื่อโปรแกรมจิตเชิงบวกในทางอ้อม โดยทีมศิษย์เก่าเป็นพี่เลี้ยงประจำฐานและนำกิจกรรมในแบบของตนเองในช่วงแรก อาทิ เกมใบ้จากภาพ ทำความรู้จักสิ่งที่เพื่อนชอบ โยคะ และ Singing Bowl กิจกรรมวันที่ 1 ม.ค. ครูโอเล่และครูผึ้ง พาทำกิจกรรมกลุ่มเพื่อก้าวผ่านจากปีเก่าสู่ปีใหม่ ทบทวนสิ่งที่ต้องการทิ้งไปและต้องการเริ่มต้นใหม่ และเรียนรู้การยับยั้งชั่งใจผ่านการวิ่งปิดตา ก่อนให้เวลาอิสระในการทำกิจกรรมที่ชอบหรือเล่นเกมที่ทีมได้เตรียมไว้ ขอบคุณทีมและอาสาสมัครทุกท่าน คุณเฟริ์ส ตุ่ม รัตน์ ดา กันเอง และคุณรี รวมถึงผู้ร่วมสมทบของขวัญและค่าใช้จ่าย ได้แก่ คุณเอ… Continue reading กิจกรรมกับน้องๆ สถานพินิจฯปทุมธานี ครั้งที่ 8-9/2568

ขอบคุณปี พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา และเพื่อนร่วมทาง

  ขอบคุณปี พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา และเพื่อนร่วมทาง 🦋🦋 1 ปีที่ผ่านไปของ “เรามีลมหายใจ” (สถาบันธรรมวรรณศิลป์ ปีที่ 17)   🧑‍🏫 เราจัดกิจกรรม/คอร์สไปทั้งหมด 30 ครั้ง – คอร์ส Journal and inner guide 2 รอบ – คอร์ส โอบกอดด้านมืดแห่งตัวตน รุ่นที่ 9 และ 10 – คอร์ส เขียนภาวนา รุ่นที่ 16 – คอร์ส การโปรแกรมจิตตัวเอง รุ่นที่ 4 และ 5 – กิจกรรมเพื่อนร่วมทาง ครั้งที่ 3 (นิสิตจุฬาฯ) และ ครั้งที่ 4 (ออนไลน์) –… Continue reading ขอบคุณปี พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา และเพื่อนร่วมทาง

ไม่มีหรอก ภาวนาเพื่อแผ่นดิน เป็นแค่เพียงภาวนาเพื่อความหลงเท่านั้น

  ไม่มีหรอก ภาวนาเพื่อแผ่นดิน เป็นแค่เพียงภาวนาเพื่อความหลงเท่านั้น… “ชาติของกู แผ่นดินของกู ทหารของกู บุญของกู” สิ่งเหล่านี้ล้วนขัดหลักการพื้นฐานของพุทธศาสนาซึ่งเน้นหลัก อหิงสา คือปราศจากความรุนแรงและการเบียดเบียน และมุ่งทำความเข้าใจ อนัตตา ความมิใช่ตัวตนและของๆ ตน เพื่อหลุดพ้นจากวงจรแห่งทุกข์อย่างจริงแท้ การสนับสนุนการเข่นฆ่า ผิดหลักคำสอนของพระพุทธเจ้าอย่างชัดเจน และการบิดเบียนธรรมะว่า การฆ่าทหารของอีกฝ่ายมีบุญมากกว่าบาป ก็ไม่ต่างอะไรกับวิธีคิดของกลุ่มนักรบคลั่งศาสนาที่ก่อการร้ายและเข่นฆ่าคนในนามของพระเจ้า สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสัญญาณสะท้อนความเสื่อมถอยของศาสนาพุทธในดินแดนนี้ เมื่อความคลั่งชาติกับการภาวนาถูกนำมาผสมกัน เหมือนกับการที่วัตถุนิยม บริโภคนิยม หรือความอยากรวย นำมาผสมกับการภาวนาก่อนหน้านี้ ชาวพุทธจำนวนมากยังคงมอง บุญ-บาป ในเชิงงมงาย ทั้งสองเป็นศัพท์โบราณ หากใช้คำที่ร่วมสมัยขึ้นให้คนรุ่นใหม่เข้าใจง่ายอาจเป็นคำว่า คุณ-โทษ สงครามมี “คุณ” หรือไม่ ? ถือว่ามีอยู่บ้าง และมี “โทษ” หรือไม่ ? ถือว่ามากมาย สงครามแต่ไหนแต่ไร คนที่ได้รับ คุณ ไม่ใช่ชาวบ้านหรือประชาชน แต่คนที่ได้รับ คุณ คือนักการเมืองและชนชั้นสูงบางกลุ่ม และ คนที่ได้รับ โทษ มากที่สุดจากสงครามก็คือชาวบ้านและประชาชนของทุกฝ่าย สงครามสมัยนี้… Continue reading ไม่มีหรอก ภาวนาเพื่อแผ่นดิน เป็นแค่เพียงภาวนาเพื่อความหลงเท่านั้น