“เรามีลมหายใจ.. จำกัด”
เขียนภาวนาเพื่อรักชีวิต
อย่างแท้จริง
คืนวันที่ 14 – 16 และ 21 – 23 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาเรียน 19.30 – 21.30 น. ภาคค่ำวันเสาร์ถึงจันทร์
รับจำนวนจำกัด โปรดรีบสมัคร
ฝึกสมาธิผ่านการเขียนภาวนาและวิธีอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อการเห็นคุณค่าในตนเองที่แท้จริงมากกว่า Self-Love แต่เป็นการรักตัวเองตั้งแต่ลมหายใจอันจำกัด และมีใจที่ปล่อยวางด้วยปัญญา
ไม่จำกัดเฉพาะคนทำสมาธิเป็น แต่อาจเป็นบันไดก้าวแรกของท่านสู่การฝึกสมาธิที่ไม่ใช่เพียงการหลับตา
และยังสามารถเป็นตัวช่วยสำหรับผู้ฝึกสมาธิอยู่แล้ว ให้นำความสงบมาสู่ความงอกงามทางปัญญา และการเติบโตภายในมากขึ้นอย่างไม่จำกัด
📗 เนื้อหาการอบรม
- ฝึกเขียนปล่อยวาง – เขียนภาวนา (Meditation Writing)
- การสังเกตกิเลส/อัตตาในชีวิตและกับดักการรักตัวเอง
- ระดับของการรักตนเอง และการรักตัวเองที่มากกว่า Self-love
- การปรับศูนย์ใจ และการภาวนาเพื่อละตัวตน
- พิจารณาถึง เรามีลมหายใจ.. จำกัด
✍️ ประโยชน์การฝึกเขียนภาวนา
จากการศึกษาของครูโอเล่ (2565-2567) และนายอภิชาติ ทองสุกแสง (2564) พบว่าการเขียนภาวนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีแนวโน้มเห็นคุณค่าในตนเองมากขึ้น เท่าทันความคิดของตนเอง เปลี่ยนผ่านมุมมองและการเปรียบเทียบ เกิดเป็นมุมมองที่เป็นคุณมากขึ้นและส่งเสริมการเห็นคุณค่าในตนเองหลายมิติ และช่วยรับมือกับอุปสรรคในการเห็นคุณค่าในตนเอง เช่น ความเหงา ได้ดีมากขึ้น
ได้มีการศึกษาวิจัยสองชิ้นเกี่ยวกับประโยชน์ในการเขียนภาวนาอย่างต่อเนื่องเพื่อส่งเสริมการเห็นคุณค่าตัวเอง ดังนี้
การศึกษาประสบการณ์การเห็นคุณค่าในตนเองผ่านการเขียนภาวนา โดย อภิชาติ ทองสุกแสง
🦋 มุมมองจากผู้เรียน
“ทำให้เราได้ฝึกเจริญสติได้ดีมากๆ ปกติจะนั่งแต่สมาธิแต่ไม่ค่อยฝึกเจริญสติ ทำให้การใช้ชีวิตประจำวันจะหลง เพลิน ยึดอยู่ตลอดเวลา การเขียนภาวนานี้เป็นการฝึกเจริญสติได้ดีมากๆเลยค่ะ แถมยังช่วยปลดล็อคเรื่องบางเรื่องในชีวิตออกไปโดยไม่รู้ตัว”
“การเขียนภาวนาสอนให้ฉันได้ฝึกฝืน ทำอะไรช้าลง ยืดหยุ่น ผ่อนคลาย ทำให้ฉันได้กลับมาสังเกตรับรู้ลมหายใจของตัวเองมากขึ้น สอนให้ฉันได้หยุด รอ ไวขึ้นบ้างกับการรับรู้ความคิดและความคาดหวังของตัวเอง”
“ได้รู้ถึงเหตุแห่งทุกข์แบบภาคปฏิบัติ ไม่ใช่ท่องตามๆ กันมา เหมือนที่เขาว่า ทำเองเห็นเอง ได้เข้าใจจริงๆ กับคำว่า เพราะเรายึดเราจึงทุกข์ มันไม่มีอะไรที่เป็นตัวเรา ของเรา มันเกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไปจริงๆ ทำให้มีสติมากขึ้น จะเอาการบ้านที่ครูเคยให้มาฝึกทบทวนบ่อยๆ ค่ะ จะได้มีสติได้ดียิ่งๆ ขึ้นไป”
👉 ค่าเข้าเรียน
แบบที่หนึ่ง : 990 บาท รอบสดเท่านั้น (รับสำเนาสไลด์เมื่อส่งการบ้าน)
แบบที่สอง : 1,590 บาท รอบสดและรับวิดีโอทบทวนย้อนหลัง (รับคู่มือฝึกเขียนภาวนาออนไลน์ เมื่อส่งการบ้าน)
แบบที่สาม : 2,590 บาท เหมือนแบบที่สอง และเรียนส่วนตัวเป็นเวลา 4 สัปดาห์ ผ่านการปฏิบัติและส่งการบ้าน (หลังเรียนจบรอบสด)
* ค่าใช้จ่ายเพื่อสมทบทุนโครงการต่างๆ ภายใต้ โดย “เรามีลมหายใจ” – ธุรกิจเพื่อสังคม (เดิม สถาบันธรรมวรรณศิลป์) ปีทื่ 18 มุ่งส่งเสริมการเห็นความหมายของชีวิตของคนไทย ดำเนินงานด้วยรายรับจากการจำหน่ายสื่อและการอบรม
🙏 วิทยากร
สอนโดย ครูโอเล่ อนุรักษ์ เม่นหรุ่ม สถาบันธรรมวรรณศิลป์ ผู้ก่อตั้ง “เรามีลมหายใจ” ธุรกิจเพื่อสังคม ส่งเสริมสุขภาวะทางปัญญาแก่สังคมผ่านเครื่องมือหลากหลายและใช้กำไร 70% เพื่อกิจกรรมการกุศล
วิทยากรผู้สอน เขียนเปลี่ยนชีวิต 57 รุ่น การโปรแกรมจิตตัวเอง และหัวข้ออื่นๆ รวมมากกว่า 255 ครั้ง ในช่วงปี 2557-2568
✨ วิธีสมัครเข้าร่วม
– ทักแชท Inbox เพจเฟสบุ๊ค “เรามีลมหายใจ”
หรือไลน์ id : @khianpianchiwit
– แจ้งสมัครการอบรม “เขียนภาวนา” พร้อมแจ้งข้อมูล ได้แก่ ชื่อนามสกุล ชื่อเล่น อีเมล และเหตุผลในการสมัคร
– ชำระค่าเรียนและส่งหลักฐานการโอน
บัญชีธนาคารกสิกรไทย เลขที่ 222-8-49885-0
ชื่อบัญชี เรามีลมหายใจ โดย นาย อนุรักษ์ เม่นหรุ่ม
✅ ลงทะเบียนให้กับผู้สมัครที่แจ้งข้อมูลครบถ้วน และชำระค่าเข้ากิจกรรมก่อนเท่านั้น
✅ เมื่อสมัครเข้าร่วมแล้วจะไม่มีการให้เลื่อนหรือยกเลิกทุกกรณี
เงื่อนไขในการเข้าเรียน
- ผู้สมัครมีความตั้งใจร่วมกิจกรรมการอบรมอย่างเต็มที่ โดยได้อ่านรายละเอียดทั้งหมดและสมัครด้วยตนเอง พร้อมมีส่วนร่วมในขั้นตอนต่างๆ กับการทำกิจกรรมในการอบรมโดยทางโครงการไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
- เมื่อชำระค่าลงทะเบียนแล้วไม่มีการยกเลิก ขอเลื่อน หรือคืนเงินมิว่ากรณีใดๆ เพื่อรักษาสิทธิ์ในการเข้าร่วมการอบรมของผู้สมัครคนอื่นๆ มิให้ถูกกันที่ไว้ ยกเว้น กรณีที่ชำระค่าลงทะเบียนแล้วทางโครงการมีการยกเลิกหรือเต็มจำนวนรับสมัครจะมีการคืนค่าลงทะเบียนเต็มจำนวน
- หากมีความประพฤติไม่เหมาะสมหรือส่งผลเสียต่อผู้เข้าเรียนคนอื่นๆ และอาจารย์ผู้สอน ทางโครงการจะเชิญออกจากการอบรมโดยไม่มีการชดเชยใดๆ เพื่อความเรียบร้อยและความสำรวมระวังในการฝึกฝน
- ผู้ที่มีโรคประจำตัว ต้องทานยา หรือต้องพึ่งพาการดูแลเป็นกรณีพิเศษ โปรดแจ้งปรึกษาโครงการก่อนสมัครเข้าร่วมเพื่อพิจารณาถึงความเหมาะสมร่วมกัน
บทเรียนและการพัฒนาตนของศิษย์เก่า
“ขอบคุณครูโอเล่มากๆ ค่ะที่จัดคอร์สนี้ขึ้นมา ทำให้เราได้ฝึกเจริญสติได้ดีมากๆ ปกติจะนั่งแต่สมาธิแต่ไม่ค่อยฝึกเจริญสติ ทำให้การใช้ชีวิตประจำวันจะหลง เพลิน ยึดอยู่ตลอดเวลา การเขียนภาวนานี้เป็นการฝึกเจริญสติได้ดีมากๆเลยค่ะ แถมยังช่วยปลดล็อคเรื่องบางเรื่องในชีวิตออกไปโดยไม่รู้ตัว และขอบคุณเพื่อนๆ กัลยาณมิตรทุกคนค่ะ การที่เราได้คุยกันมันก็เป็นการช่วยปลดล็อคอะไรบางอย่างในตัวเราได้เหมือนกันค่ะ”
“ขอบคุณคุณครูโอเล่ ที่ตั้งใจสอน อย่างไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อย และใช้ภาษาง่าย ๆ ในการอธิบายธรรมะ ช่วยให้ซึมซับ และย่อยไปใช้ในแต่ละวันได้จริง ชอบการออกแบบการสอน ในหลาย ๆ เรื่อง เช่น ดวงตาลิขิต ทำให้เห็นและเข้าใจ จิตคิดและปรุงแต่ง เป็นวงจรความอยากใด ๆ ที่ก่อเกิดทุกข์ แบบง่าย ๆ และประโยชน์ของการทำซ้ำในหัวข้อเดิม ๆ เป็นตัวชี้ให้เห็นประเด็นต่าง ๆ ที่ช่วยขัดเกลาให้เข้าใจและปรับปรุงการปฏิบัติของตัวเองได้อย่างดี”
“ได้ฝึกฝนการมีสติอยู่กับปัจจุบันขณะมากๆ ไม่ใช่แค่วันนี้ แต่คือตอนนี้ ลมหายใจนี้ ได้ฝึกสังเกตตัวเอง อารมณ์ ความคิด ความรู้สึก ได้เรียนรู้ว่าเราต้องกลับมาที่ตัวเอง เลิกเพ่งโทษผู้อื่น ชีวิตสังเกตได้ว่าสงบขึ้นมาก”
“ได้รู้ถึงเหตุแห่งทุกข์แบบภาคปฏิบัติ ไม่ใช่ท่องตามๆ กันมา เหมือนที่เขาว่า ทำเองเห็นเอง ได้เข้าใจจริงๆ กับคำว่า เพราะเรายึดเราจึงทุกข์ มันไม่มีอะไรที่เป็นตัวเรา ของเรา มันเกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไปจริงๆ ทำให้มีสติมากขึ้น จะเอาการบ้านที่ครูเคยให้มาฝึกทบทวนบ่อยๆ ค่ะ จะได้มีสติได้ดียิ่งๆ ขึ้นไป”
“การเขียนภาวนาสอนให้ฉันได้ฝึกฝืน ทำอะไรช้าลง ยืดหยุ่น ผ่อนคลาย ทำให้ฉันได้กลับมาสังเกตรับรู้ลมหายใจของตัวเองมากขึ้น สอนให้ฉันได้หยุด รอ ไวขึ้นบ้างกับการรับรู้ความคิดและความคาดหวังของตัวเอง ได้เรียนรู้ว่าความคิดที่เกิดจากการปล่อยให้คิดกับความคิดที่มาในตอนที่มีการเขียนภาวนาไม่ค่อยเหมือนกัน เช่น วิธีแก้ปัญหา ตอนที่ ปล่อยให้คิด กับ ความคิดตอนที่เขียนภาวนาเป็นทางออกที่ต่างกัน และรู้สึกว่าความคิดตอนเขียนภาวนามีความละเอียดกว่าเหมือนได้ผ่านการใคร่ครวญมาก่อน ได้สัมผัสกับช่วงเวลาที่คิดไม่ออกก็ไม่ต้องคิดบ้างก็ได้ และได้เท่าไหร่ก็เท่านั้น”
“สอนให้เรารู้จัก ละความโลภ ละความเร่งรีบ ที่บีบคั้นตัวเอง ให้กลับมารู้จัก “ทางสายกลาง” ที่เป็นแนวทางที่น่าจะเอามาปรับใช้ในชิวิตประจำวันได้ สำคัญคือ การหาจุด “พอดี” และ “ดีพอ” สำหรับตัวเอง
สอนใหัเรารู้จัก “ทางสายกลาง” ในอีกมิติที่ทำให้เรารู้ตัวว่า การพยายามที่มากเกินไปคือ กิเลส “ความกลัว” ที่เข้ามาในรูปแบบที่แตกต่างจากตัวที่เราเคย “รู้จัก” พอเราได้รู้จักและทำความเข้าใจแล้ว เราก็สามารถผ่อนตัวเองลง จัดสมดุลชีวิตได้ดีขึ้น”
“ก่อนอบรมรู้สึกสงสัยว่าการเขียนภาวนาคืออะไร..การเขียนจะทำให้เกิดการภาวนาได้หรือ แต่หลังจากอบรมแล้วทำให้ทราบว่าแม้แต่กิจกรรมการเขียนก็สามารถทำให้ใจของเราสงบได้ เข้าอบรมแล้วได้ฝึกการทำงานทีละอย่าง ฝึกการตามลมหายใจขณะนั่ง ฝึกเขียนช้าลงตามการหายใจออก และฝึกใจให้อยู่กับปัจจุบันไม่กังวลกับสิ่งที่ยังไม่เกิดและเศร้าใจกับอดีตที่ผ่านไปแล้ว จิตใจและอารมณ์มีความผ่องใสมากขึ้น ความเศร้าที่เกิดจากความกังวลสิ่งที่ยังไม่เกิดลดน้อยลง ทำให้ชีวิตน่าอยู่มากขึ้น”
ผลลัพธ์จากการเข้าร่วม
คลิกที่ปุ่มด้านล่างเพื่อศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับผลลัพธ์จากการเข้าเรียน
ติดต่ออบรมให้กับองค์กร/กลุ่มบุคคล
หลักสูตร เขียนภาวนา นอกจากเปิดสอนแก่บุคคลทั่วไปตามรอบที่กำหนดปีละ 1-2 แล้วนั้น ทางโครงการยังรับเชิญอบรมให้กับองค์กรหรือกลุ่มบุคคลตามระยะเวลาและเป้าหมายที่ต้องการ โดยอาจมีการประยุกต์ร่วมกับเครื่องมืออื่นเพื่อให้สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมาย อาทิ หลักสูตร “เขียน.ปล่อย.วาง” ที่ทางเราผสมผสานการเขียนบำบัดและการเขียนภาวนา เพื่อมุ่งเน้นการดูแลจิตใจและผ่อนคลายเครียมของบุคลากร
องค์กรและกลุ่มบุคคลที่เราได้เคยอบรมให้ : เจ้าหน้าที่เครือข่ายองค์กรงดเหล้า สคล., กิจกรรมการอบรมของ มูลนิธิกัลยาณการุณย์ (5 รอบ), กลุ่มเพื่อนรัก (ผู้ป่วย) โรงพยาบาลบางบ่อ, ผู้ต้องขังแดนหญิงเรือนจำสมุทรปราการ (2 รอบ) กลุ่มพยาบาล ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี, พนักงานบริษัท Bangkok Pacific Steel (2 รอบ), คณะครูโรงเรียนอนุบาลช้างน้อย (3 รอบ) ฯลฯ
ติดต่อได้ที่ ครูโอเล่ สถาบันธรรมวรรณศิลป์
เฟสบุ๊ค : www.facebook.com/khianpianchiwit/
เว็บไซต์ : www.dhammaliterary.org
อีเมล : dhammaliterary@gmail.com
