“จากการทบทวนตัวเอง คิดว่าตัวผมเองไม่มีความกล้า ความคิด ความเป็นตัวของตัวเองมากพอเนื่องจากการติดเพื่อน ผมไม่รู้เลยว่าตัวเองชอบทำอะไร อยากเป็นอะไร ได้แต่ทำตามคนโน้นที คนนี้ทีตามเพื่อนไป ไม่กล้าที่จะลอง กลัวความผิดพลาดที่จะเกิดขึ้น และการที่ของขวัญคือแม่กับน้อง ยิ่งทำให้รู้ชัดเจนขึ้นว่า ไม่กล้าพอที่จะอยู่คนเดียว กลัวการต้องเผชิญสิ่งต่างๆคนเดียว ในหลายๆครั้งที่ไปเรียนงานที่อาจารย์สั่งให้ทำมันเกี่ยวกับตัวเราเอง ผมกลับไม่รู้ว่าจะเริ่มอย่างไร เพราะว่าผมไม่รู้ว่าตัวเองชอบรึอยากทำอะไรจริงๆจังๆ ได้แต่ใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยมาตลอด ทั้งที่ก็คิดได้ว่าตัวเองขาดสิ่งนี้ อยากจะรู้ว่าตัวเองชอบ มีความสามารถทำอะไรได้บ้าง แต่มันก็ติดตรงที่ไม่กล้า ไม่ชอบทำอะไรคนเดียวเลยไม่ได้เริ่มทำแล้วก็กลับมาวนอยู่ที่เดิม ปัญหานี้แม่ผมก็ทราบจึงได้คอยช่วยหางานต่าง ๆให้ทำ ซึ่งมันสามารถช่วยได้บ้าง ถึงแม้มันจะยังไม่ค้นพบว่าชอบอะไร อยากทำอะไร แต่มันก็ยังดีที่ได้ทำสิ่งอื่นนอกจากนั่งเล่นเกมส์ ปล่อยเวลาผ่านไปเรื่อยๆอย่างไร้ประโยชน์ ผลลพลอยได้อีกอย่างคือทำให้แม่สบายใจมากขึ้น ไม่กังวลแบบเมื่อก่อนว่าโตขึ้นลูกชายจะอยู่ยังไง ใช้ชีวิตยังไงเพราะว่าวันๆหนึ่งไม่ทำอะไรนอกจากเล่นเกมส์กับเที่ยวเล่น ในการทำงานที่แม่หามาให้ทำมันช่วยให้การความคิดโตเป็นผุ้ใหญ่มากขึ้น ปัญหาเดิมความกลัวโน่น กลัวนี่เวลาจะเริ่มทำสิ่งต่าง ๆ น้อยลง กล้าคิด กล้าตัดสินใจมากขึ้น จนถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่รู้ว่าตัวเองชอบหรืออยากทำอะไร แต่ผมมั่นใจว่าสามารถทำสิ่งต่าง ๆได้มากกว่าเดิมเนื่องจากได้ทำงานหลาย ๆ อย่างมากขึ้น ลองทำสิ่งต่าง ๆ ถึงแม้จะไม่นานแต่มันก็ยังจำได้อยู่ ปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างการทำงานมันทำให้โตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น เปรียบตัวเองเหมือนกับหุ่นยนต์ที่ถนัดรับคำสั่งมาทำมากกว่าการที่จะคิดและลงมือทำเอง หรือทำตามบุคคลรอบข้าง ตั้งแต่เด็กไดแต่ลองทำตามพี่ ๆ เพื่อน ๆเห็นเค้าทำกันเราก็ลองทำตาม… Continue reading บางส่วนจากข้อสอบการสะท้อนตนเอง กลุ่มเรียนเดือน ก.ค. ชุดที่ ๔
Author: admin
บางส่วนจากข้อสอบการสะท้อนตนเอง กลุ่มเรียนเดือน ก.ค. ชุดที่ ๓
“ผมได้มองเห็นหลายๆมุมในตัวเองไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่ไม่ดีในตัวเอง ผมเป็นคนอารมณ์ร้อนแต่ผมก็ได้เห็นอีกมุมหนึ่ง ในด้านที่ผมใจร้อนนี้ทำให้ผมเป็นคนจริงใจมีอะไรก็พูดออกมาตรงๆ คิดอะไรก็สามารถลงมือทำได้โดยเร็ว ไม่ต้องรอเวลา ผมแค่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่แข็งกร้าวลดลงก็จะสามารถทำสิ่งต่างๆได้ดีขึ้นโดยเป็นสิ่งที่ดีที่อยู่ในพื้นฐานของคำว่า “อารมณ์ร้อน” ปกติผมคิดว่าผมเป็นคนโลกส่วนตัวสูงเลยคิดว่าสิ่งที่เรามองเห็นอยู่ข้างในถ้าเราจะสื่อสารออกมาให้ผู้คนภายนอกได้รับรู้นั้นเป็นอะไรที่เป็นไปไม่ได้หรือเป็นจุดอ่อน แต่มันกลับทำให้ผมรู้จักคิดสิ่งต่างๆที่เข้ามาในชีวิตแม้ว่าสิ่งนั้นจะถูกหรือผิดแค่เราถ่ายทอดมันออกไปจากความรู้สึก ผมได้มองเห็นศักยภาพในตัวเองในด้านต่างๆเพิ่มขึ้น โดยที่ไม่จำเป็นต้องค้นหาแค่ดึงสิ่งที่เป็นอยู่ออกมาให้ได้ การมีสติรอบๆตัว การสังเกตุคนรอบข้าง เมื่อก่อนผมไม่ค่อยกล้าเผชิญหน้ากับสิ่งต่างๆ เพราะความกลัว เกิดจากการที่ผมไม่รู้จักตัวเองว่าศักยภาพเรามีเท่าไหร่ ด้านไหนที่เราสามารถนำมาใช้งานได้ ด้านไหนไม่ใช่ของเรา ผมคิดว่าถ้าต้องออกไปเผชิญโลกภายนอกในตอนนี้ผมคิดว่าผมพร้อมแล้วกับสิ่งเหล่านี้ ผมไม่ได้พูดว่าความกลัวผมจะลดลง แต่ผมสามารถนำศักยภาพที่ผมมีอยู่ ในการรับมือกับสิ่งเหล่านั้น” / นายกิตติธัช มิตรดี มหาวิทยาลัยบูรพา “จากการบันทึกทำให้รู้ว่าตัวเอง มีข้อผิดพลาดตรงที่ไม่ยอมฟังความคิดเห็น ความรู้สึกของคนอื่นๆ คิดถึงแต่ความรู้สึกตนเอง พอมีปัญหาถึงค่อยกลับมาคิดว่าทบทวน บางเหตุการณ์ยังดีที่มีเวลากลับไปแก้ไข แต่บางเหตุการณ์อาจไม่มีโอกาสเลยก็ได้ และหลังจากที่ได้เรียนวิชานี้ทำให้ ได้สงบ ได้เปิดใจ ได้ฟัง ได้พูด เหมือนเดินออกมาจากโลกของตัวเอง ได้ทิ้งความรู้สึกของตัวเองออกไปเดินออกมาฟังความคิด ความรู้สึกต่างๆ มีเวลาทบทวนตัวเองมากขึ้นว่าเรา ทำอะไร รู้สึกอะไร อะไรบ้างที่เป็นอุปสรรคในการทำสิ่งนั้นๆให้สำเร็จ รวมถึงเปลี่ยนทัศนคติเรื่องการมองคน ว่าควรเปิดใจทำความรู้จักเค้าให้ดีก่อน ถึงค่อยตัดสินว่าเค้าเป็นคนดีหรือไม่ ได้รู้ว่าในข้อดีก็ล้วนมีข้อเสีย ในข้อเสียก็ยังมีสิ่งดีๆ รู้จักการคิดในมุมมองที่หลากหลายมากขึ้นได้ย้อนกลับไปในเหตุการณ์ต่างๆตั้งแต่วัยเด็กจนปัจจุบัน นึกถึงเรื่องราวดีๆ นึกถึงคนที่ตอนนี้เราอาจจะลืมเค้าไปแล้วทั้งๆที่แต่ก่อนสนิทกันมาก ได้ทำให้เค้าใจตนเองมากขึ้น ผ่านการคิดและวิเคราะห์ คนที่เป็นแรงบันดาลใจในการทำอะไรดีๆก็คือ… Continue reading บางส่วนจากข้อสอบการสะท้อนตนเอง กลุ่มเรียนเดือน ก.ค. ชุดที่ ๓
บางส่วนจากข้อสอบการสะท้อนตนเอง กลุ่มเรียนเดือน ก.ค. ชุดที่ ๒
“ทั้งหมดนั้นเปรียบเหมือนคนวัยชราที่เวลาเราคุยกับเขา เขาก็จะเล่าความหลังให้เราฟัง ถือว่าเป็นความสุขจากประสบการณ์เราจริง ที่ทำให้เราจดจำหลายสิ่งหลายอย่าง ผมชอบมากเลยเวลาคุยกับปู่ของผมถึงอาจจะเล่าเรื่องเดิมๆแต่มันคือความประทับใจในอดีต แต่ประโยชน์ของการทบทวนก็เหมือนกับการอ่านหนังสือ ยิ่งทบทวนมากเราก็ยิ่งจดจำ มีประสบการณ์และสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆได้อย่างมีสติ รู้จักตัวตนของตนเอง รู้ข้อดี ข้อเสีย ข้อผิดพลาดต่างๆ ดังเช่นสุภาษิตที่ว่า “รู้เขารู้เรารบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง” ดังนั้นเราควรทบทวนชีวิตตัวเอง เพียงแค่เสียสละเวลาเพื่อการใช้ชีวิตที่ดีต่อจากนี้ไปผมหวังว่าคงนำสิ่งที่ได้ทบทวนเรื่องดังกล่าวที่ผ่านมานั้นมาปรับปรุง แก้ไขให้ดีกว่าแต่ก่อนถึงจะได้ไม่มากก็ตาม แต่พยายามทำให้มันดี เพื่อวันพรุ่งนี้และวันต่อๆไป กับการใช้ชีวิตที่ดีที่มีอยู่ ให้รู้คุณค่าของการทบทวนเรื่องราวต่างๆ อีกอย่างคงฝังใจไปอีกนานกับเรื่องราวที่น่าวุ่นวายหรือที่เรียกว่า “วีรกรรม” ที่ทำไปในแต่ละสถานการณ์ที่ทำให้คนเขาจดจำเราได้ดี สิ่งนี้ผมคงตั้งชื่อให้ว่า.. ประสบการณ์เดิม ที่เพิ่มเติมประสบการณ์ใหม่ ให้ตัวเองเรียนรู้ได้มากขึ้น จากสิ่งเดิมๆคงไม่มีอะไรมากเกี่ยวกับสิ่งๆหนึ่งที่ คิดถึงและจดจำมันตลอดไป ( ประสบการณ์ที่เรียกว่า “เพื่อน”) ขอบคุณอาจารย์และวิทยากรที่ทำให้ผมได้ประสบการณ์ใหม่ๆเพิ่มจากประสบการณ์เดิมที่มีอยู่แล้วและทำให้ผมได้ใช้เวลาว่างอยู่กับตัวเองในการทบทวนตัวเองอย่างลึกซึ้งและมีเหตุผล” _นายพงศกร ศุภกิจจานุสรณ์ สาขาเทคโนโลยีการศึกษา “จากการบันทึกแล้วก็การทำกิจกรรมร่วมกันในห้อง หนูยังคิดว่าความคิดของหนูเหมือนคนยังไม่โต ยังมีการกระทำ ความคิดที่เป็นเด็ก ยังคิดมาก คิดอะไรไม่เข้าเรื่องอยู่เสมอ แต่มันก็ทำให้หนูได้รู้จักตัวเองมากขึ้น ว่าตัวเองเป็นคนยังไง พอได้คิดทบทวนเรื่องราวในอดีตที่ผ่านมา มีหลายเรื่องราวที่เราสามารถผ่านมันมาได้ ทั้งเรื่องที่เป็นทุกข์ เรื่องที่มีความสุข เรื่องตลกขบขัน เราก็ผ่านมันมาได้ อย่างวันนี้พอหมดคืนนี้ไป วันนี้ก็กลายเป็นแค่อดีตของเรา ในทุกวันเราควรหาอะไรทำ… Continue reading บางส่วนจากข้อสอบการสะท้อนตนเอง กลุ่มเรียนเดือน ก.ค. ชุดที่ ๒
บางส่วนจากข้อสอบการสะท้อนตนเอง กลุ่มเรียนเดือน ก.ค. ชุดที่ ๑
“จากบันทึกแรก ผมได้เห็นว่าตัวเองมีการพัฒนาขึ้นเรื่อยๆเริ่มมีความคิดขึ้นเรื่อยๆ จากที่ตัวเองเป็นคนที่ไม่ค่อยจะตั้งใจเรียนก็เริ่มที่จะสนใจเรียน สนใจอนาคต สนใจครอบครัวมากขึ้น ทำให้ผมเข้าใจว่าผมต้องมีการพัฒนาตัวเองต่อไปขึ้นเรื่อยๆบ้างครั้งอาจจะมีเหนื่อยมีท้อแต่เมื่อลองมองคนที่ช่วยผลักดันเรามาถึงตอนนี้คงเหนื่อยกว่าที่เราเป็นตอนนี้ ต่อจากนี้ผมก็จะพยายามพัฒนาตัวเองให้ได้ทำงานอย่างที่ต้องการ การเรียนรู้ในห้อง ทำให้ผมรู้ว่าตัวเองเป็นคนที่ชอบสังเกตผู้อื่นและใส่ใจผู้อื่น แต่ตัวผมเองเป็นคนที่ชอบพูดไม่คิดพูดไปแล้วจะมาคิดทีหลังว่าจะรู้สึกอย่างไรซึ่งผมก็ไม่แน่ใจว่าที่ผมพูดไปนั้นทำให้ผู้ฟังโกรธหรือคิดอะไรหรือเปล่าแต่เมื่อผมพูดไปแล้วผมจะนิ่งแล้วมาคิดว่าไม่น่าพูดไปเลย อย่างเช่นตอนกิจกรรมจับมือเพื่อนแล้วให้ทำเป็นวงกลมมีเพื่อนจับมือผิดแล้วผมดันไปเผลอพูดว่าทำไมจับมือข้างเดียวกัน ผมรู้สึกผิดมากที่ทำให้เพื่อนรู้สึกแย่ หลังจากกิจกรรมนี้ทำให้ผมรู้ตัวเองว่าให้คิดก่อนที่จะพูดอะไรออกไปว่าเขาจะรู้สึกอย่างไรและกิจกรรมสี่ทิศทำให้รู้ว่าผมเป็นคนที่แคร์คนอื่น ไม่มีความเป็นผู้นำ และขี้โมโห ผมจึงตั้งใจที่จะพัฒนาตัวเองในสิ่งที่ตัวเองขาดไปให้ได้ สิ่งที่ผมยกตัวอย่างนั่นคือ “เปลวเทียน” ซึ่งไฟก็เปรียบได้เหมือนกับอารมณ์ของผมที่เป็นคนอารมณ์ร้อน ขี้โมโห และเมื่อโมโหจะเป็นคนที่พูดอะไรตรงไปตรงมาไม่คิดถึงผลเสีย และเทียนก็คือตัวผมที่คอยประคับประครองให้ไฟนั้นอยู่ในขอบเขตไม่ลุกลามไปไหม้สิ่งของเสียหาย สิ่งที่ผมคิดว่าที่ผมเป็น เปลวเทียน เพราะว่าถ้าผมเป็นไฟอย่างเดียวก็อาจจะทำความเสียหายได้มากกว่าที่ให้ประโยชน์กับผู้อื่นก็เหมือนกับไม่มีเทียนที่คอยให้ไฟอยู่ในขอบเขตของเทียน และถ้าผมเป็นเทียนอย่างเดียว ผมก็เหมือนดั่งเทียนที่ไม่มีไฟที่ไม่สามารถให้แสงสว่างได้ในยามค่ำคืน เป็นเทียนที่ต้องคอยให้คนมาจุดไฟเพื่อสร้างประโยชน์ เปลวเทียนก็เหมือนผมมีสองสิ่งนี้อยู่ในตัว จะขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่ได้ ถ้าผมขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปผมจะเป็นแบบเหตุการณ์ที่ผมเคยพบเจอ…” / นายโชติวิชญ์ ถนอมศรีเดชชัย นักศึกษา ม.บูรพา (เทคโนโลยีการศึกษา) “สิ่งที่เราเห็นตัวเราในกระจกนั้น ข้าพเจ้าว่ามันคือสิ่งที่ตัวเราอยากให้เป็นหรือคิดว่าเราเป็นซะมากกว่า มันเป็นภาพมายา ภาพที่อยากให้คนอื่นเห็นว่าเราเป็นแบบนี้ ทั้งเสื้อผ้า ร่างกาย การแต่งหน้าแต่งตา หนวดเครา ทรงผม ล้วนเป็นสิ่งปรุงแต่งให้เราสร้างสรรค์ตัวตนของเราขึ้นมา เนื้อหนัง ร่างกายและรูปร่างที่ได้มาตั้งแต่กำเนิดไม่อาจเลือกได้ แต่เราก็ขอเลือกที่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไข ตกแต่งมันใหม่ ให้ได้สมดังใจอีก… Continue reading บางส่วนจากข้อสอบการสะท้อนตนเอง กลุ่มเรียนเดือน ก.ค. ชุดที่ ๑
อนุสารธรรมวรรณศิลป์ ฉบับที่ ๖
อนุสารเพื่อประจักษ์ชีวิต ลิขิตเพื่อใคร่ครวญตน เดินทางมาสู่ฉบับที่ ๖ แล้ว พร้อมเรื่องราวความรู้สึก ๔ แง่มุมมองจากงานเขียนเยาวชนรางวัลธรรมวรรณศิลป์ ความเป็นศิลปินภายใน คอลัมน์ลมหายใจจับปากกา การมองความงามและมาตรวัด บันทึกเล็กเล็ก และบทกวีภาพปริศนาธรรมสะท้อนใครจัดใครกันแน่ ************ สถาบันธรรมวรรณศิลป์ก็ได้เดินทางจัดการสอนการภาวนาผ่านศิลปะและการเขียนอย่างเข้มข้นเพื่อต่อยอดการปฏิบัติธรรมครบสามองค์การภาวนา ณ จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อ ๑๐ ถึง ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๕๘ ก่อนอ่านสะท้อนให้คะแนนสอบแก่นักศึกษา ๓ ห้องเรียน ผู้เรียนเนื้อหาพิเศษการรู้จักตนเองผ่านรายวิชาใน ๒ สัปดาห์นี้ ************ อนุสารธรรมวรรณศิลป์ ๐๖ ณ กรกฎาคม ๒๕๕๘ แรม ๑๕ ค่ำ เดือน ๘ อนุสารรายครึ่งเดือน คืนเดือนเพ็ญและคืนเดือนมืด ดาวโหลดอนุสารได้ที่ อนุสารธรรมวรรณศิลป์๐๖ https://www.dhammaliterary.org/wp-content/uploads/2015/07/อนุสารธรรมวรรณศิลป์๐๖.pdf อ่านเพื่อประจักษ์ชีวิต ลิขิตเพื่อใคร่ครวญตน ลำดับบทความในอนุสารธรรมวรรณศิลป์ ฉบับ ๐๖ ๑. งานเขียนรางวัลธรรมวรรณศิลป์ เรื่อง แค่ความรู้สึก ๒. คอลัมน์… Continue reading อนุสารธรรมวรรณศิลป์ ฉบับที่ ๖
“ความรักสวยงามเสมอ” คอลัมน์ บันทึกเล็กเล็ก #๒
“ความรักสวยงามเสมอ” คอลัมน์ บันทึกเล็กเล็ก #๒ โดย เล็ก บ่ายวันหนึ่งในคาบเรียนศิลปะ คุณครูสาวใจดีพานักเรียนออกมาเดินเล่นในสวนหย่อมของโรงเรียน บอกให้เด็กๆ เตรียมสีไม้หรือสีเทียนมาด้วย พร้อมทั้งให้กระดาษสีขาวแก่นักเรียนตัวน้อยคนละหนึ่งแผ่น เดาได้ไม่ยากว่าคงจะให้เราวาดรูประบายสีเป็นแน่แท้ ถูกต้องทีเดียว คุณครูบอกว่าให้วาดรูปธรรมชาติอย่างไรก็ได้ ทันทีที่คำสั่งมอบหมายงานสิ้นสุดลง เหล่าเด็กน้อยต่างเดินเล่นในสวนหย่อม บ้างคนเป็นคู่ บ้างเดินเป็นกลุ่ม แต่ไม่มีใครลืมโจทย์ที่คุณครูมอบหมายให้วาดรูปธรรมชาติในที่แห่งนี้ เราเดินไปใกล้ๆ สระน้ำ แถวนั้นมีโขดหินเปียกๆ อยู่ คงเป็นน้ำที่กระเด็นจากน้ำตกประดับสวนนี้ เมื่อหามุมเหมาะสมสำหรับการลงมือวาดเขียนธรรมชาติได้แล้ว เราก็นั่งลงที่พื้นดิน ใช้โขดหินที่แห้งสนิทต่างโต๊ะวาดรูป พร้อมกับสำรวจสิ่งต่างๆ รอบตัว เห็นรังมดจำนวนมากบนพื้นดิน หก เจ็ด แปด… มีทั้งหมดสิบรังเท่าที่สังเกตเห็นจากมุมมองตรงนี้ เห็นต้นหญ้าต้นน้อยๆ บนผิวดินที่ชื้นแฉะ ได้ยินเสียงน้ำตกกระทบลงในสระน้ำดังซู่ๆ กลิ่นไอดินยังคงลอยฟุ้งในอากาศจากฝนที่ตกเมื่อช่วงเช้า เห็นผีเสื้อสามสี่ตัวกระพือปีกบินอยู่ใกล้ๆ เรา สีสันลวดลายบนปีกไม่ซ้ำกันแม้สักตัว ได้ยินเสียงนกกระจอกร้องจิ๊บๆ ก่อนจะบินทะยานขึ้นไปเกาะกิ่งไม้ เห็นต้นราชพฤกษ์ที่ออกดอกสีเหลืองงามสะพรั่ง ฝูงปลาคาร์พที่แหวกว่ายอยู่ในสระน้ำก็มีสีและลายไม่ซ้ำเหมือนกัน เราจะวาดอะไรดีนะ? หนึ่งสัปดาห์ต่อมาในคาบศิลปะ ช่วงเวลาที่พระอาทิตย์อยู่ฝั่งทิศตะวันตก คุณครูให้หัวหน้าห้องแจกชิ้นงานที่เราวาดในสวนหย่อมเมื่อสัปดาห์ก่อน เอ๊ะ! ทำไมเราถึงได้แค่หกคะแนนกันนะ?… Continue reading “ความรักสวยงามเสมอ” คอลัมน์ บันทึกเล็กเล็ก #๒
อารมณ์ศิลปิน
หายใจเข้า เรามีผู้สร้างสรรค์อยู่ในร่างกายและหัวใจเรา หายใจออก สิ่งใหม่ๆ เกิดขึ้น สิ่งเก่าล่วงดับลงนับหลายครั้ง เพียงหนึ่งลมหายใจ เมื่อมองยังเพื่อนหรือใครอื่นผู้มีวี่แววทางศิลปิน เรามักติดภาพลักษณ์ทางใจเห็นพวกเขามักเป็นคนมีความรู้สึกอันพิเศษ เป็นตัวของตัวเอง มีหัวใจโบยบินตามความรู้สึกและลงมือทำตามที่รู้สึกนั้น เรายังอาจมิทันศึกษาความเป็นศิลปินอย่างเข้าใจถ่องแท้ จึงพลาดโอกาสน้อมนำความเป็นผู้สร้างสรรค์ในตัวเรามาใช้อย่างรู้ค่ารู้คุณ ศิลปินมิใช่ผู้วิเศษ เราต่างมีความเป็นศิลปิน เพราะหัวใจเราต่างมีความรู้สึกอันพิเศษ พลังที่อยู่เหนือความอยากได้ ใคร่มีใคร่เป็น แต่ความพิเศษนั้นจะมีประโยชน์ได้ก็ต่อเมื่อถูกฝึกฝนและขัดเกลา เยี่ยงการสกัดเพชรหินล้ำค่าจากหินกระด้าง เฉกเช่นการลับคมลมหายใจ เมื่อเรากลับมาอยู่กับลมหายใจอย่างเต็มที่เท่านั้น เราจึงรู้พลังที่หล่อเลี้ยงชีพชีวาละเอียดลออ และหายใจอย่างมีคุณค่าได้ที่สุด หายใจเข้า เราไม่จำเป็นต้องทำงานศิลปะหรือเขียนงานวรรณกรรม แต่เราสามารถน้อมนำทิศวิถีการเรียนรู้เยี่ยงศิลปินบ่มเพาะชีวิตเราและผู้อื่นได้ เพราะลำพังความรู้มิอาจเติมเต็มชีวิตได้ครบถ้วน เพียงเหตุผลมิอาจทำให้เราเข้าใจตัวเองและใครต่อใครได้ จะใช้ชีพชอบอย่างเกื้อกูลตนเองกับสังคมต้องมีทั้งศาสตร์และศิลป์ การเรียนรู้ผ่านหลักสูตรเขียนเปลี่ยนชีวิต ผมแนะนำให้ผู้เรียนไม่รออารมณ์พา ไม่ลงมือทำเพราะมีอารมณ์ชักนำ แต่ให้สร้างความรู้สึกที่มุ่งหมายปรารถนาพัฒนาตนเองและลงมือทำ เพราะการเขียนตามอารมณ์ความรู้สึกเพียงส่วนเดียว ย่อมส่งเสริมการตามใจตน มิใช่การบ่มเพาะจิตใจ ผู้เรียนจำเป็นต้องฝึกเผชิญกับขอบอันท้าทายเมื่อต้องฝืนใจ เราต่างมีแนวโน้มเรียกร้องสิ่งที่เราต้องการยามปรารถนา และหลีกเลี่ยงหลบห่างยามเราไม่ต้องการ การฝึกฝนการเขียนหรือศิลปะเป็นเช่นเดียวกับการฝึกฝนการปฏิบัติธรรม ซึ่งน้อมนำเรากลับมาเผชิญกับความเคยชินของชีวิตและฝึกก้าวข้ามเพื่อความหลุดพ้นทีละเล็กละน้อย หายใจออก เมื่อเราได้ศึกษาผู้ศึกษาศิลปะหรือกระทั่งคุรุศิลปาจารย์ การก่อเกิดงานรังสรรค์แต่ละชิ้นและการก้าวย่างในวิถีศิลปิน มิใช่การตามใจตน ตามแต่อารมณ์พา มิใช่ว่าวน้อยที่ปล่อยลอยตามแรงลม หากแต่เป็นนกที่รู้ใช้และรู้ทันสายลมของท้องฟ้า ผ่านการฝึกมือฝึกซ้ำหนักหนา บางครั้งสร้างผลงานยามแสนปิติเบิกบาน บางครั้งยามยากเข็ญสุดฝืนใจ สำเร็จหนึ่งครา ล้มเหลวนับร้อย … Continue reading อารมณ์ศิลปิน
บันทึกคุณป๋อง การอบรมเด็กน้อยภายใน ๒๕๕๘
บันทึกจากคุณป๋อง ผู้เข้าร่วมการอบรมเด็กน้อยภายใน ๒๕๕๘ เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา อ่านแล้วเห็นความเป็นเด็กน้อย ความกล้าที่จะรับฟังเขา และความเข้าใจที่แผ่ขยายมานอกพื้นที่หัวใจ ขอบคุณคุณป๋องที่อนุญาตแบ่งปันให้พวกเราได้อ่านครับ
จิตอาสาจากน้องหญิงและน้องออโต้
จิตอาสาเพื่อผู้พิการทางสายตา น้องหญิง เบญจมาศ แสนหลวง เยาวชนที่ได้รับทุนจิตอาสาจากการประกวดงานเขียนธรรมวรรณศิลป์ พร้อมเพื่อนๆ ลงแรงเปิดหมวกหาทุน เพื่อช่วยเหลือมูลนิธิธรรมิกชนเพื่อคนตาบอดแห่งประเทศไทยฯ และช่วยแรงจิตสาธารณะ น้องหญิงได้เรียนรู้อีกว่า “ตอนไปเล่นดนตรีสนุกมาก เหนื่อย ฝนตกด้วย แต่เหนื่อยกายไม่เหนื่อยใจ เวลาทำอะไรให้ใครด้วยตัวเอง หาเงินได้ด้วยตัวเอง ซึ่งแลกจากแรงกายของเรา มันภาคภูมิใจกว่าการได้มันมาง่ายๆ” ภาพ https://www.facebook.com/media/set/?set=a.909824872416214.1073741861.205984142800294&type=3 จิตอาสามอบสิ่งของเกื้อกูลทหารชายแดนภาคใต้ น้องออโต้ วิภู ชลานุเคราะห์ เยาวชนรางวัลธรรมวรรณศิลป์ ประจำปี ๒๕๕๗-๒๕๕๘ ดำเนินกิจกรรมจากทุนจิตอาสาส่งของใช้ เครื่องอุปโภค และขนม เพื่อเกื้อกูลและเป็นกำลังใจแก่ทหารผู้ปฏิบัติงาน ณ จังหวัดชายแดนภาคใต้ https://www.facebook.com/media/set/?set=a.912465565485478.1073741862.205984142800294&type=3
อนุสารธรรมวรรณศิลป์ ฉบับที่ ๕
ต้อนรับอนุสารธรรมวรรณศิลป์ ฉบับที่ ๕ และส่งท้ายการอบรมล่าสุดของสถาบัน หัวข้อ “เด็กน้อยภายใน” ด้วยคอลัมน์ใหม่ จากนักเขียน “น้องเล็ก” นักเขียนรุ่นใหม่ผู้พลิกลีลาปลายปากกาจากนักคิดอย่างเข้มแข็ง สู่ผู้มองโลกด้วยดวงตาของเด็กน้อย โลกเราต้องการผู้มีดวงตาเช่นนี้มากเพียงใด โปรดติดตามใน “บันทึกเล็กเล็ก” อนุสารธรรมวรรณศิลป์ ๐๕ ณ มิถุนายน ๒๕๕๘ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘ อนุสารรายครึ่งเดือน คืนเดือนเพ็ญและคืนเดือนมืด อ่านเพื่อประจักษ์ชีวิต ลิขิตเพื่อใคร่ครวญตน ลำดับบทความในอนุสารธรรมวรรณศิลป์ ฉบับ ๐๕ ๑. งานเขียนรางวัลธรรมวรรณศิลป์ เรื่อง การตายของชายใบ้ กับ ความทุกข์ในใจ…ของชีวิตผม ๒. คอลัมน์ ลมหายใจจับปากกา ตอน จำเป็นไหมต้องทำใจ ๓. คอลัมน์ บันทึกเล็กเล็ก ตอน ใครทำร้ายสนามเด็กเล่นของเรา ๔.… Continue reading อนุสารธรรมวรรณศิลป์ ฉบับที่ ๕

