
Reflection
Reconnection
“เรื่องราวสองเส้นทางสู่กิจกรรมนี้”
(1. เรื่องเล่าจากครูโอเล่)
.
“จักรวาลมักส่งคนที่จำเป็นต่อการเติบโตของเราในช่วงเวลานั้นมากที่สุด เข้ามาอยู่ในความสัมพันธ์กับเรา ทั้งในแบบที่เราชอบและชัง
“บางคนก็ไม่น่ามาเจอกันเลย แต่เขามีเหตุผลที่ดีมากๆ ถ้ามองในมุมของกฎแห่งกรรม ซึ่งทำให้เขาต้องมาประสบพบเจอกับเราในตอนนั้นและลักษณะอย่างนั้น”
นี่คือสิ่งที่ผมเชื่อในเวลานี้ เมื่อมองย้อนกลับไปในเรื่องความสัมพันธ์
ตอนเด็ก ผมเคยเชื่อว่าการแต่งงานมีครอบครัวคือเป้าหมายของรักแท้
และผมก็ล้มเหลวถึงสามครั้ง
ครั้งแรกได้เพียงฝันร่วมกัน อีกสองครั้งได้ลงมือทำแต่พังไม่เป็นท่า
ผมเคยเชื่อว่าคู่แท้คือคำตอบของความรัก
ผมเรียนสะกดจิตย้อนอดีตชาติ โหราศาสตร์กรรม และศึกษาเรื่องพลังงานต่างๆ นานา เพื่อหวังว่าจะไขความลับอันน่าสนเท่ห์นี้
แล้วผมก็ได้พบว่า คู่แท้ไม่ได้นำมาซึ่งความสุขแท้
แต่เป็นบทเรียนที่แท้
ความรักที่รอกันนานหลายปี ไม่ได้แปลว่านั่นจะมีจุดจบที่สวยงาม
แม้รักแท้ก็ไม่ได้นำมาซึ่งสุขที่แท้จริง
แต่ถึงแม้มันจะเลวร้ายแค่ไหน สิ่งนั้นก็จำเป็นมากๆ ต่อการเติบโตทางจิตวิญญาณ
โครงการที่ผมทำอยู่ตอนนี้คงไม่เกิดขึ้นแบบนี้ ถ้าผมได้อยู่ในภาพฝันความรักอันสวยงาม
ความแตกสลายในความสัมพันธ์ มันเหมือนทำให้เราสิ้นสูญ แต่จริงๆ แล้วมันทำให้เราได้รวบรวมชิ้นส่วนอันกระจัดกระจายของตัวเองนั้น และสร้างความสัมพันธ์ใหม่ที่ดีมากกว่า
มันไม่ใช่การเลิกลากันหนึ่งคน เพื่อไปเริ่มต้นใหม่กับอีกคน
แต่เป็นการสานสัมพันธ์กับตัวเองใหม่ ตัวตนที่เราอาจจะเคยโทษว่า… เพราะแกไปเชื่อใจเขา เพราะแกที่ไม่ยอมฟังคำเตือน แกมันแย่ที่เป็นแบบนั้น…
จนถึงตัวตนของเราที่เคยชอบเขาหนักหนาและบางทีก็ยังคงห่วงใยและเฝ้าดูอีกฝ่ายอย่างเงียบๆ แม้ห่างหายกันไป
คู่แท้ที่เราตามหาอยู่ตรงนี้นี่แหละ
คนที่รอเราโอบกอดเขาและรักเขาอย่างไร้เงื่อนไข อยู่ตรงนี้นี่แล
.
ตอนที่เรากำลังทุ่มเทใจให้ใครสักคน มันเหมือนกับว่าพลังงานเราจะเชื่อมโยงไปหาใครคนหนึ่ง
จริงๆ แล้ว กายใจเราก็ยังเชื่อมโยงกับผู้คนและสิ่งทั้งหลายรอบตัวเรา ในอากาศที่เราหายใจ เราก็เป็นคู่แท้กับต้นไม้ที่เคียงข้างเรามานานเสียยิ่งกว่าใคร
เราก็เชื่อมโยงกับผู้คนอีกมากผ่านอากาศที่ไหลเวียนจากกายหนึ่งไปสู่อีกกาย กับใครบางคนที่พบเจอระหว่างทาง คนที่กินข้าวใกล้กัน คนที่ได้หยิบยื่นน้ำใจเล็กๆ น้อยแบ่งปัน… นั่นก็คู่แท้ของเราในตอนนั้นแล้ว
จนถึงแรงโน้มถ่วงจากดวงดาวที่แสนไกลบนท้องฟ้า นกและผีเสื้อที่โบยบินมาทักทายประหนึ่งจะจำเราได้ คนที่ร้องไห้พร้อมๆ กับเราในที่ๆ ห่างไกลออกไปแม้ไม่รู้จักกัน นั่นก็คู่แท้ที่เราอาจไม่ได้รับรู้
เราไม่ได้โดดเดี่ยว และคู่แท้ก็ไม่ได้มีคนเดียว
.
ผมเคยรู้สึกว่าความสัมพันธ์ที่ดีต้องพยายามให้เกิดขึ้น และเป็นเรื่องที่เหนื่อยมาก
ด้วยปมวัยเด็กที่บางครั้งรู้สึกว่าต้องพยายามช่วยให้บรรยากาศในครอบครัวดีขึ้น และต้องพยายามปรับตัวเข้าสังคมใหม่อย่างยากเย็น
ผมเคยวิ่งเข้าหารักแท้อย่างบ้าคลั่ง และอยากเลือกคู่ครองที่สมบูรณ์แบบ
จนถึงวันที่ได้เข้าใจว่ารักแท้ก็ไม่พ้นจากทุกข์ ผมจึงพอใจในการอยู่กับตัวเอง ต้นไม้ งานโครงการ และการทำสิ่งที่รัก
ความสัมพันธ์ไม่ใช่สิ่งที่ต้องพยายามอีกแล้ว แต่เป็นการเชื่อมโยงตัวเองกับสิ่งที่อยู่รอบตัวในตอนนี้
เฝ้าดูคนที่ผมยังคงรักและห่วงใยเดินบนเส้นทางของตนเอง แล้วหยิบยื่นน้ำใจและการสนทนาในบางช่วงเวลา
เหมือนกับที่เฝ้าดูลมหายใจ และกายใจตนอันเป็นที่รักและคู่แท้นี้ด้วยเช่นกัน
ผมเพิ่งฝันไม่นาน ผมอยู่ในช่วงใกล้ตายและออกเดินทางไกล เพื่อเยี่ยมเยียนคนที่ผมห่วงใย เพื่อมีช่วงเวลาที่ดีส่งท้าย และเดินทางจากมา
สำหรับผมแล้วบทเรียนที่ยิ่งใหญ่เรื่องความสัมพันธ์ไม่ใช่การที่ผมครอบครองใครได้ยาวนาน และได้ครองรักอันสมบูรณ์แบบ ไม่ได้มุ่งหวังเหมือนตอนวัยหนุ่มที่เร่าร้อนคนนั้นแล้ว
แต่เป็นการเรียนรู้ที่จะแบ่งปัน ณ ช่วงเวลานั้นที่ได้เจอกัน ในสิ่งที่จักรวาลหรือกฎแห่งกรรมชักนำมา
ฝากบางสิ่งที่ดีแก่กันไว้ ก่อนที่ลมหายใจฝ่ายใดจะหมดลม
แม้บางคนจะจากกันไม่ดีนักหรือแค่เงียบร้างห่างหาย แต่ผมก็ยังนึกขอบคุณพวกเขาในใจ ในสิ่งที่เขาเคยดลใจหรือฝากผลงอกงามไว้
อีกบทเรียนความสัมพันธ์ที่ล้ำค่าสำหรับผม คือการไปสอนเด็กๆ ที่สถานพินิจฯ ทุกเดือนมาเกินหนึ่งปีแล้ว พวกเขาคือครูที่สอนผมอย่างมากเรื่องความรักและการให้ที่ไม่มีเงื่อนไข
คนที่เคยทำความผิดสาหัสและถูกตราเป็นเด็กเหลือขอ เขาจะมีคุณค่าอะไรที่เราควรให้สิ่งดีๆ แก่เขาแบบนั้น ?
คนที่เคยรุมโทรมเด็กผู้หญิง
เคยเป็นพ่อค้ายาเสพติด
เสพยาจนสมองเลอะเลือนลง
ก่อคดีอุกฉกรรจ์
เหตุใดเราจึงควรไปมอบสิ่งที่ดีให้แก่เขาโดยไม่ได้ค่าตอบแทน ?
และแม้ว่าบางวันเขาบางคนก็ไม่ได้ทำตัวดีกับเราก็ตาม
ถ้าเราตอบตัวเองได้ ผมเชื่อว่านั่นแหละที่เราก็เข้าใกล้ความรักที่ไร้เงื่อนไขมากขึ้นแล้ว
พวกเขายังเข้ามาในชีวิตผมในจังหวะที่น่าสนใจ ตอนที่ผมเหมือนจะเลิกฝันกลายๆ แล้วถึงการมีครอบครัวและการมีลูกของตนเอง
แต่พวกเขาทำให้ผมรู้สึกถึงการเป็นพ่อ และการมีลูก
อาจจะด้วยเหตุนี้ด้วยที่ทำให้ผมมองข้ามสิ่งที่พวกเขาเคยทำ มองข้ามการเป็นเด็กสถานพินิจฯ แล้วมองพวกเขาเป็นเด็กคนหนึ่งที่ควรได้รับความรักและตัวอย่างของการให้ที่แท้จริง
.
เด็กๆ ที่สถานพินิจฯ ยังทำให้ผมเชื่ออีกว่า คนที่พวกเราเจอมักเป็นกระจกเงาสะท้อนข้างในจิตใจเราเอง
เพราะทุกครั้งที่ผมไปสอนไปพาทำกิจกรรม จิตใจผมช่วงนั้นเป็นอย่างไร บรรยากาศและท่าทีพวกเขาก็จะสะท้อนออกมา
คงไม่ผิดถ้าจะกล่าวว่าเราอยากได้ความสัมพันธ์ที่ดี เราต้องเปลี่ยนโลกในใจเรา
ถ้าผมอยากให้กิจกรรมน้องๆ ออกมาด้วยดี ผมต้องดูแลโลกในใจผมช่วงนั้นให้ดี
พวกเขาทำให้ผมนึกถึงใครบางคนที่โกงหรือเอาเปรียบผมในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันอีกด้วย
แม้จะถกเถียงบ้างในใจว่า ควรฟ้องร้องหรือประจานประณามอย่างไร
ท้ายที่สุดแล้ว ผมเลือกหาทางออกจากคุกในใจมากกว่า
เพราะพวกเขาก็อยู่ในที่คุมขังนั้น
น้องๆ ที่ผมไปสอนก็ด้วย
เราต่างมีที่คุมขังอยู่ในใจ และบางความสัมพันธ์ก็มาเพื่อให้เราได้เห็นสิ่งนั้น และเลือกว่าเราจะเอาตัวถลำลงไปถูกจองจำมากขึ้น หรือก้าวออกมาก่อนอย่างรักตัวเองที่แท้จริง
.
ตอนคุณหมี ศจิภา ชวนผมมาทำคอร์สความสัมพันธ์นี้ร่วมกัน ผมยังแอบลังเลในใจ
เพราะผมไม่ได้เป็นตัวอย่างที่ดีของความสัมพันธ์ที่ประสบความสำเร็จ
เรื่องราวความรักของครูโอเล่ ไม่ได้สวยงามเสียเท่าไร
ผมปรึกษาผู้ช่วยเสียด้วยซ้ำว่า โอเคจริงหรือที่ผมจัดหัวข้อเรื่องนี้
ทั้งๆ ที่ผมก็จัดกิจกรรมในเรื่องนี้ทั้งในหัวข้อ มีแค่รัก และสอดแทรกอยู่ในบางหลักสูตรอยู่แล้วก็ตาม
แล้วข้อความหนึ่งก็ย้อนกลับมาในใจตัวเอง.. ครูที่ดีคือคนที่ล้มเหลวมากกว่าสำเร็จ
ผมไม่ได้จะเปิดหลักสูตรนี้เพื่อเป็นกูรูแห่งรัก แต่เป็นเพื่อนที่มีบาดแผลและรอยยิ้มของการก้าวผ่าน
เพื่อนที่พาทุกคนกลับมาหามิติต่างๆ ของความสัมพันธ์ แม้ในมุมที่เราละเลยไป
เพื่อนที่ร่วมแบ่งปันการเติบโต และเครื่องมือที่ผมเคยใช้ทำงานกับข้างในตัวเองในเรื่องนี้ ซึ่งบางเครื่องมือสอนออนไลน์ไม่ได้
สิ่งที่ผมสามารถเล่าได้ทางคำพูดและอักษรคือเรื่องราวที่ได้ตกผลึกของตนเอง
แต่สิ่งที่ผมได้ฝึกตนหรือได้ใช้เพื่อดูแลตัวเองในช่วงที่ผ่านมา นั่นคือสิ่งที่เราจะได้ลงมือทำร่วมกันในการอบรม
นั่นคือสิ่งที่ผมตั้งใจจะแบ่งปันในหลักสูตร “มองเธอ มองฉัน.. ในกันและกัน”
.
การเริ่มต้นความสัมพันธ์ที่ดีไม่ใช่เรื่องยากหรือซับซ้อน
แค่เราทำใจกว้างและยอมรับได้ว่า ทุกอย่างที่เข้ามาย่อมสมหวังบ้าง ผิดหวังบ้าง ย่อมมีข้อตำหนิและความไม่สมบูรณ์แบบ
เหมือนเราจะเลือกดูหนัง ซื้อของ หรือลงทะเบียนคอร์ส เราคงไม่ได้สมหวังในทุกรายละเอียด
แต่มันจะมีของขวัญที่จำเป็นต่อเราซ่อนอยู่ในนั้น ซึ่งเป็นเหตุที่พาให้เขามาเจอเราในวันนี้
เหมือนกับที่ผมเชื่ออย่างนั้น จึงเลือกตอบรับคำชวนคุณหมีมาร่วมสอนเรื่องนี้
คุณค่าของความสัมพันธ์ไม่ใช่แค่ระยะเวลาที่ยืนยาวหรีอคบกันจนสิ้นลมหายใจ
แต่อยู่ที่ว่าระหว่างนั้นเราได้รับและให้อะไรแก่อีกฝ่ายหนึ่งและตัวเราเอง
ตอนวัยหนุ่มน้อยผมเคยร้องไห้นานๆ และเชื่อว่าตัวเองไม่มีความสัมพันธ์ที่ดีเลย เชื่อประหนึ่งว่าโลกพร้อมจะทอดทิ้งผมไปทุกเมื่อ
กระทั่งเดินทางบนเส้นทางของการเยียวยา ผ่านการพบพรากและผูกพันกับหลายความสัมพันธ์ และการฝึกฝนตนเองผ่านการภาวนา การเขียนบำบัด การเชื่อมโยงพลังงาน และการเป็นครูแก่คนอื่น ความเชื่อเดิมจึงเปลี่ยนแปลงและมองเห็นตนเองอย่างเข้าใจ
ตอนนี้ผมขอโอบกอดเด็กน้อยคนนั้น และบอกตัวเองกับผู้อ่านว่า
“ไม่มีใครที่โดดเดี่ยวและไร้ความสัมพันธ์ที่ดีอย่างแท้จริง
เราแค่ต้องกลับมามองเธอ มองฉัน.. ในกันและกัน
กลับมาเชื่อมโยงอีกครั้งกับตัวเองและโลกใบนี้
“เพราะความสัมพันธ์ที่มีค่าไม่ใช่สิ่งที่ต้องคว้ามา
แต่เป็นสิ่งที่อยู่กับเรามาตลอด แม้ในตอนนี้ก็ตาม”
.
#คอลัมน์ ไกด์โลกจิต
เนื่องในเปิดหลักสูตร
“Reflection-Reconnection” : มองเธอ มองฉัน.. ในกันและกัน
วันที่ 8 – 9 สิงหาคม 2569
เวลา 10.00 น. ถึง 17.00 น.
บ้านสุจริตรณการ ซอยราชวิถี 2
ครูโอเล่ อนุรักษ์ เม่นหรุ่ม
เรามีลมหายใจ – ธุรกิจเพื่อสังคม
สถาบันธรรมวรรณศิลป์

