MIND POWER · เรียนออนไลน์ ไม่จำกัดเวลา

ห้องเรียน
พลังแห่งจิต

ขั้นพื้นฐาน · รุ่นที่ ๒๑ (ออนไลน์)

ดูแลจิตใจด้วยการสะกดจิตบำบัด การจินตภาพ และจิตวิทยาร่วมสมัย

ฝึกจินตภาพ สมาธิ ความคิด และการระลึกในใจ เพื่อบ่มเพาะพลังแห่งจิต ด้วยองค์ความรู้ทางจิตวิทยา คลื่นสมอง การคิดเป็นภาพ การโปรแกรมจิตบำบัด และหลักพุทธศาสนา

เรียนออนไลน์ทางเว็บไซต์ไม่จำกัดเวลา
ภาคปฏิบัติ 35 หัวข้อคลิปเสียงและขั้นตอน รวมราว 428 นาที
ทดลองฟรี 5 หัวข้อทำได้ทันทีในหน้านี้
รับเนื้อหาอ่าน บทที่ 1 ฟรีเมื่อทักไลน์ขอรับ
“รู้สึกว่าได้ปลดปล่อยความกดดันที่อยู่ในตัว หลังการทำกิจกรรมจะรู้สึกโปร่งเบามากขึ้น… ได้รู้ว่าตัวเราเป็นต้นเหตุแห่งความทุกข์ และคนที่จะปลดปล่อยความทุกข์เหล่านั้นได้ก็คือตัวเราเอง”
อ่านเสียงตอบรับจากผู้เรียน →
โปสเตอร์ ห้องเรียน พลังแห่งจิต รุ่นที่ ๒๑
เกี่ยวกับหลักสูตรนี้

จิตนั้นมีพลัง ซุกซ่อนศักยภาพมหาศาล

ที่มาหลักสูตร

ห้องเรียน พลังแห่งจิต เป็นชุดการเรียนรู้เกี่ยวกับการสะกดจิตบำบัด การโปรแกรมจิตตัวเอง การพัฒนาและการเยียวยาจิตใจ ด้วยเครื่องมือทางจิตวิทยา การทำสมาธิ ศิลปะและเครื่องมือที่เกี่ยวข้อง

เริ่มต้นในปี 2558 จากการจัดอบรม “หนึ่งคิด ลิขิตใจ” ตามด้วย “ห้องเรียน พลังแห่งจิต” ขั้นต้น ขั้นกลาง และขั้นสูง ปัจจุบันมีหลักสูตรย่อยใหม่ในชื่อ “การโปรแกรมจิตตัวเอง”

หลักสูตรพื้นฐานนี้มีเนื้อหาภาคปฏิบัติ 35 หัวข้อ และเนื้อหาอ่านประกอบ 5 บท มากกว่า 80 หน้า

จากครูโอเล่

จิตนั้นมีพลัง ซุกซ่อนศักยภาพมหาศาล เช่นเดียวกับที่เราทุกคนมีความสามารถอันไม่จำกัด หากไม่กักขังตัวเองไว้ในวิธีคิดและความเคยชินเดิมไปเสียแล้ว แต่จิตนั้นมักสูญเสียโอกาสที่จะเผยศักยภาพภายในด้วยสิ่งเร้า 2 ประการ

ได้แก่ สิ่งเร้าภายนอก และ สิ่งเร้าภายใน

ประการแรก คือสิ่งนอกตัวที่โน้มน้าวและชักจูงให้จิต คิดปรุงแต่งและซัดส่ายไปกับสิ่งเร้าเหล่านั้น มิว่าเป็น โฆษณา สื่อ ท่าทีของผู้อื่น สิ่งแวดล้อม คำพูด เป็นต้น

ประการที่สอง คืออารมณ์ ความคิด และสิ่งที่เก็บไว้ในหัวใจของเราเอง ซึ่งเป็นปัจจัยชักนำให้จิตไม่แน่นอน

หากเราปล่อยให้จิตตนเองอยู่ในอิทธิพลของสิ่งเร้าทั้งสองนี้ เราก็ต้องหวังพึ่งพาโค้ช นักสะกดจิต เทรนเนอร์ หรือผู้คำปรึกษาอยู่ร่ำไป ไม่อาจพึ่งพาใจและตนเองได้อย่างแท้จริง

นี่จึงเป็นสาเหตุสำคัญที่ต้องเรียนรู้ในเรื่องนี้ ในเมื่อจิตเป็นนาย กายเป็นบ่าวแล้ว เราเองก็ต้องฝึกกุมบังเหียนของจิต เป็นนายแก่จิตตนอีกทีหนึ่ง มิใช่ให้จิตตนเองหรือจิตของใครพาเราเหวี่ยงไปมาเช่นที่แล้วมา

การเรียนรู้ในหลักสูตรนี้จะแบ่งออกมาเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือการอ่านเพื่อศึกษาความรู้ ส่วนที่สองคือการลงมือทำแบบฝึกหัดฝึกจิตของตนเอง ผ่านคลิปเสียงโปรแกรมจิตและขั้นตอนแบบอ่าน เพื่อให้โปรแกรมจิตตนด้วยตัวเอง เพราะครูหรือโค้ชคนใดก็ไม่อาจติดตามเราไปได้ทุกหนแห่ง ตัวเรานั้นต้องฝึกเป็นครูและโค้ชด้วยตนเองเสมอ

ขอแสดงความยินดีแก่ความตั้งใจมั่นที่จะฝึกฝนและดูแลตนเอง แก่ผู้เรียนในหลักสูตรนี้

ครูโอเล่

โครงสร้างการเรียน

๓ ขั้นในห้องเรียน พลังแห่งจิต

* สามารถเรียน “พื้นฐาน” หรือ “การโปรแกรมจิตตัวเอง” ก่อนก็ได้ โดยจัดว่าทั้งสองเป็นขั้นพื้นฐานของการสะกดจิตบำบัด โดยเริ่มจากการพัฒนาตนเอง

ทดลองเรียน ฟรี

กิจกรรมสะกดจิตบำบัด ๕ หัวข้อ

การฝึกฝนจิตไม่ใช่เรื่องยาก เราสามารถสร้างพลังใจและกำกับความคิด ผ่านการฝึกสะกดจิต-โปรแกรมใจของตนเอง เลือกทำหัวข้อใดก่อนก็ได้ โดยควรทำอย่างน้อย ๒ หัวข้อ

คำแนะนำในการเรียนรู้ (อ่านก่อนเริ่ม)

ลำดับในการเรียนหลักสูตรนี้

  1. ทำกิจกรรมสะกดจิตบำบัด อย่างน้อย 2 หัวข้อ
  2. ศึกษาเนื้อหาอ่าน บทที่ 1
  3. สมัครรับเนื้อหาเต็ม เพื่อลงมือปฏิบัติและศึกษาเนื้อหาต่อ

การทำกิจกรรมสะกดจิต แต่ละหัวข้อ

  • เลือกทำกิจกรรมสะกดจิตแบบเปิดคลิปก่อน หรือทำด้วยการอ่านขั้นตอนด้วยตนเองก่อนก็ได้ หากเป็นการอ่านขั้นตอนด้วยตัวเอง ให้ทำไปทีละขั้นตอนตามลำดับ
  • ผ่อนคลายกายใจ แล้วจินตนาการไปตามขั้นตอนในคลิปเสียงหรือข้อความที่อ่าน เพื่อโปรแกรมจิตและฝึกการจินตภาพ
  • ลงมือทำซ้ำทุกขั้นตอนอีกครั้งเพื่อความชัดเจนและย้ำสิ่งที่ดีแก่จิตใจ หากรอบแรกทำด้วยการฟังคลิปเสียง รอบสองอาจทำด้วยการอ่านขั้นตอนด้วยตนเอง

คำแนะนำเพิ่มเติม

  • ไม่ต้องกังวลความลื่นไหลในการทำกิจกรรมระหว่างขั้นตอนต่างๆ และผลลัพธ์อันสมบูรณ์แบบ เน้นฝึกวางใจตนเองและชื่นชมยินดีสิ่งที่เราทำได้จริง
  • หนึ่งกิจกรรมควรทำอย่างน้อย 2 ครั้งเพื่อความชัดเจนและเน้นย้ำ โดยอาจระลึกถึงเรื่องใหม่หรือสิ่งใหม่ตามโจทย์ไม่จำเป็นต้องเหมือนเดิม
  • ไม่คิดล่วงหน้าเกี่ยวกับผลลัพธ์และความคาดหมายต่างๆ ในขณะทำกิจกรรม และไม่ใส่ใจกับชื่อหัวข้อแบบฝึกหัดมากเกินไป
  • หากไม่สามารถทำต่อเนื่องจนครบทุกขั้นตอนใน 1 แบบฝึกหัดได้ สามารถพักแล้วกลับมาทำต่อได้ โดยควรตั้งสติและสมาธิสั้นๆ ให้ใจสงบก่อนลงมือทำต่อ
  • หากมีอาการป่วยทางจิตเวช ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและรับการรักษาควบคู่
หายใจ ๓ ครั้ง ก่อนเริ่มกิจกรรมหาที่สงบ นั่งหรือนอนให้สบาย พาใจไล่จากศีรษะลงสู่ปลายเท้า ใช้เวลาราว ๓๐ วินาที แล้วหน้าเว็บจะพาไปที่กิจกรรม ๕ หัวข้อ
๑“เมฆาล่องลอย”ฟื้นความผ่อนคลายและหัวใจกว้างใหญ่
ระยะเวลา 15 นาที (ท่านอน)
  1. นอนในท่าที่ผ่อนคลาย วางมือไว้ข้างลำตัว เท้ายืดเหยียดไม่กดทับ หลับตาอย่างสบาย นึกถึงท้องฟ้าสีฟ้าสดใส มีก้อนเมฆหนึ่งล่องลอย ท่ามกลางก้อนเมฆมากมาย ก้อนเมฆนั้นลอยช้าช้า ลอยช้าช้า ผ่อนคลาย กลางท้องฟ้ากว้างใหญ่ ภาระใดใดสิ่งไม่ดีใดใดปลิวหรือหล่นจากไป
    ให้สายลมผ่อนคลายร่างกายแต่ละส่วน เริ่มจากปลายเท้าจนถึงศีรษะ ให้ก้อนเมฆล่องลอยและผ่อนคลาย โบยบิน อย่างนี้สักครู่หนึ่ง
  2. นับในใจ 3 ถึง 1 แล้วนึกถึงสิ่งดีๆ ในชีวิตตลอดหนึ่งปี ลอยอยู่รอบๆ ก้อนเมฆที่ล่องลอย ก้อนเมฆก้อนนั้นล่องลอยอย่างผ่อนคลายอยู่ท่ามกลางสิ่งที่ดีในชีวิตหนึ่งปีที่ผ่านมา ....แล้วค่อยๆ นึกถึง สิ่งดีๆ ตลอดชีวิต ล่องลอยอยู่บนท้องฟ้า รอบๆก้อนเมฆก้อนนี้
    หายใจเข้า ดึงเอาสิ่งที่ดีในชีวิตเข้ามาในกายและใจ บอกกับตนเองในใจซ้ำว่า “หัวใจฉันกว้างใหญ่ดังผืนฟ้า ต้อนรับสิ่งดีๆมากมายมาในหัวใจ”
  3. จินตนาการถึงตัวเรา หากใช้ชีวิตอย่างผ่อนคลาย หัวใจเปิดกว้าง แม้มีภาระการงาน เราสามารถผ่อนคลายและต้อนรับสิ่งที่ดีเข้ามาในหัวใจได้
๒“ขอบคุณ”สร้างพลังใจด้วยการขอบคุณ
ระยะเวลา 19 นาที (ท่านั่ง/นอน)
  1. นั่งหรือนอนในท่าทางที่สบาย หายใจผ่อนคลายและหลับตาลง พาใจระลึกนึกถึงสิ่งต่างๆที่เราเคยได้รับมา ไม่ว่าสิ่งของ โอกาส และอื่นๆ นึกถึงทีละสิ่งทีละอย่าง นึกเป็นภาพของสิ่งนั้นและเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้อง ขอให้เราพูดในใจและพูดออกมาทางปากว่า “ขอบคุณครับ / ขอบคุณค่ะ”
    ค่อยๆ นึกถึงอย่าง และทุกครั้งที่นึกได้แล้วให้กล่าวเช่นเดิม ทำอย่างนี้อย่างน้อย 5 อย่าง
  2. เปลี่ยนมาค่อยๆระลึกถึงสิ่งที่เราเคยให้แก่คนอื่น ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ล้วนสำคัญ คิดถึงสิ่งเหล่านั้นทีละอย่างทีละสิ่ง เห็นเป็นภาพในใจ แล้วบอกว่า “ขอบคุณครับ / ขอบคุณค่ะ” ทั้งในใจและกล่าวผ่านการพูดจริงๆ ทำเช่นนี้อย่างน้อย 5 อย่าง
    ก่อนนำใจคิดถึงสิ่งที่เราเคยมอบให้แก่ตนเอง ไม่ว่าด้วยการลงมือทำ หรือด้วยการให้แบบใดที่ดีต่อตัวเรา ระลึกนึกถึงสิ่งนั้นทีละอย่าง แล้วบอกว่า “ขอบคุณครับ / ขอบคุณค่ะ” ทำเช่นนี้อย่างน้อย 5 อย่าง
  3. พาใจคิดถึงช่วงเวลาต่างๆ ที่ดี ที่เราไม่คาดคิด ทีละเรื่องราวหรือเหตุการณ์ แล้วกล่าวขอบคุณอีกครั้งหนึ่ง ครั้งนี้ให้เราคิดถึงเป้าหมายและสิ่งที่เราหวัง ทีละสิ่งทีละอย่าง นึกถึงสิ่งนั้นๆให้ชัดเจน แล้วกล่าวว่า “ขอบคุณครับ / ขอบคุณค่ะ” ทำกี่ครั้งย่อมได้ตราบที่เราต้องการ
๓“หยั่งราก”สร้างมั่นคงทางใจด้วยการเชื่อมโยงกับรากชีวิต
ระยะเวลา 17 นาที (ท่านั่ง/ยืน)
  1. ยืนตัวตรง ให้ฝ่าเท้าห่างจากกันพอประมาณ ยืนอย่างมั่นคงแต่ผ่อนคลายหรือนั่งหลังตรง หายใจเข้าลึก หลับตาลง นึกในใจว่าเรายืนอยู่บนแผ่นดิน เท้าทั้งสองข้างจมลงในดิน ปักไว้อย่างมั่นคง
    ก้มหน้าลงเล็กน้อย นึกในใจให้ขาทั้งสองข้างของเราเป็นรากต้นไม้ แหงนหน้าขึ้นพอประมาณ จินตนาการลำตัวเป็นลำต้น กางแขนทั้งสองข้าง แขนคือกิ่งก้านสาขา ยืนอย่างมั่นคงและสงบสักครู่หนึ่ง
  2. จินตนาการว่ามีสายลมพายุฝนพัดผ่านมา แต่ต้นไม้ต้นนึ้ยังหยัดยืนมั่นคง เพราะมีรากที่หนักแน่น บอกตนองในใจว่า “ฉันมั่นคงภายใน ฉันมีรากอันหนักแน่น”
  3. คิดถึงบ้านเกิดภูมิลำเนา เป็นภาพสถานที่นั้นอยู่รอบๆ ตัวเรา ที่แห่งนั้นมีสิ่งใดที่ดี มีสิ่งใดสำคัญต่อตัวเรา ระลึกด้วยหัวใจ
    ค่อยๆ ระลึกถึงญาติผู้ใหญ่ ปู่ย่า ตายาย ทวด จนถึงบรรพบุรุษที่เราพอรู้จัก พวกท่านอยู่ในรากเหง้าของชีวิต คุณสมบัติที่ดีของพวกท่านดำรงอยู่ในรากเหง้านี้ ระลึกด้วยหัวใจว่าชีวิตของท่าน มีคุณสมบัติใดมีคุณประโยชน์ต่อชีวิตของเรา...
    หายใจเข้าลึก น้อมนำคุณสมบัติที่ดีเข้ามาในกายและใจ ชูแขนขึ้นสูง ดึงพลังที่ดีเข้ามาในรากและกิ่งก้าน ...ก่อนลืมตา
๔“ถ่ายภาพ”เติมเต็มความสุขและทบทวนชีวิต
ระยะเวลา 24 นาที (ท่านั่ง/ยืน)
  1. หลับตาลง หายใจสบายๆ นับ 3 ถึง 1 ในใจ กำหนดให้ทุกเสียง สัมผัส และความคิด พาเราจดจำถึงสิ่งที่ดีในชีวิต
    ค่อยๆ พาใจระลึกถึงช่วงเวลาหนึ่งในชีวิตเรามีความสุข ช่วงเวลาใดก็ได้ไม่ว่าเล็กน้อยแค่ไหนก็สำคัญ นึกถึงรายละเอียดของเหตุการณ์นั้น เข้าไปซึมซับความสุขในอดีต
    จินตนาการว่าเราหยุดภาพนั้นไว้ เป็นภาพถ่ายใบหนึ่ง ยกมือข้างหนึ่ง ผลักมือเบาๆ ไปด้านข้าง แปะภาพนั้นไว้ในอากาศ
  2. ทำซ้ำขั้นตอนแรก กับช่วงเวลาเหตุการณ์อื่นๆ ที่เรามีความสุข ความสำเร็จ เสียงชื่นชม หรือเป็นช่วงเวลาอันพิเศษ นึกได้แล้ว ถ่ายภาพไว้หนึ่งใบ ยกมือแปะภาพใบนั้นไว้รอบตัว ทำจนมีภาพถ่ายรูปรอบตัวเรา อย่างน้อย 7 ใบ
  3. ยกมือขึ้นรวบภาพถ่ายในอากาศเอามาไว้ในมือ รวบเข้ามาวางไว้กลางอก หายใจเข้าออกสบาย รวบรวมพลังที่ดีเข้ามาในหัวใจสุดท้ายเราจินตนาการว่าเราเก็บภาพเหล่านั้น พับเป็นชิ้นเล็กๆ เก็บไว้ในล็อกเก็ตสร้อยคอ ก้มหน้าลงเล็กน้อย เปิดปิดดูภาพถ่ายเหล่านั้นในสร้อยคอของเรา ลองหยิบภาพใบหนึ่งออกมา กางเปิดดูแล้วพับเก็บเข้าไป ทำซ้ำกับภาพถ่ายอื่น
    ภาพความทรงจำที่ดีจะเป็นพลังอยู่ในกายและในใจเราเสมอ วางมือไว้ที่หัวใจ ลองบอกถ้อยคำที่ดีบางอย่างให้แก่ตนเอง
๕“กล่องสี่ใบ”สำรวจตนเองผ่านกล่องสี่ใบ
ระยะเวลา 16 นาที (ท่านั่ง/นอน)
  1. นั่งหรือนอนในท่าที่สบาย หายใจเข้าออกผ่อนคลาย วางภาระใดใดไว้ชั่วคราว หลับตาลง หายใจเข้าออกลึกช้า 3 ครั้ง กำหนดให้เสียง สัมผัส และความคิดใดใดพาเราใส่ใจที่การดูแลตนเองครั้งนี้
    จินตนาการในใจตามว่า เรามีกล่องสี่ใบวางอยู่เบื้องหน้าเรา กล่องทั้งสี่นี้มีของบางอย่างที่สะท้อนเกี่ยวกับตัวตนเราอยู่ สังเกตขนาดของกล่องเหล่านั้น โดย กล่องใบหนึ่งมี จุดหนึ่งจุด ตรงกล่อง อีกใบมี เครื่องหมายบวก กล่องอีกใบมี รูปจันทร์เสี้ยว และอีกใบ มีรูปดวงตา
  2. ค่อยๆ เปิดทีละกล่อง เริ่มจากกล่อง จุดหนึ่งจุด มีอะไรอยู่ภายใน สิ่งนั้นแทนตัวตนเราที่เรามองตัวเองว่าเป็นอย่างนั้น จดจำไว้ว่ามีสิ่งใดอยู่ภายใน
    เปิดกล่องที่มี เครื่องหมายบวก มีอะไรอยู่ภายใน สิ่งนั้นแทนตัวเราในมุมมองของคนอื่น จดจำไว้ว่ามีสิ่งใดอยู่ภายใน
    เปิดกล่องที่มี จันทร์เสี้ยว มีอะไรอยู่ในนั้น สิ่งนั้นแทนความรักในชีวิตของเรา
    เปิดกล่องสุดท้าย ที่มีรูปดวงตา มีอะไรอยู่ภายใน สิ่งนั้นแทนมุมมองต่อชีวิต
  3. กำหนดความรู้สึกไว้ที่หน้าผาก แล้วทบทวนสิ่งที่เราพบเจอในกล่องสี่ใบ สิ่งเหล่านั้นมีความหมายสะท้อนตัวเราอย่างไรบ้าง

รับเนื้อหาอ่านประกอบการเรียน บทที่ ๑ “รู้จักพลังคิด” ฟรี

จำนวน ๑ บท (ได้รับครบ ๕ บทเมื่อเข้าเรียน) เพียงทักไลน์และแจ้งขอรับเนื้อหาอ่าน

พิมพ์ว่า ขอรับเนื้อหาอ่าน บทที่ 1 พลังแห่งจิต
ทักไลน์ขอรับ LINE @khianpianchiwit
ในเนื้อหาเต็ม

กิจกรรมสะกดจิตบำบัดเพิ่มอีก ๓๐ หัวข้อ

แบ่งเป็น ๓ หมวด หมวดละ ๑๐ หัวข้อ มีทั้งคลิปเสียงและข้อความขั้นตอน

ช่วยเลือกหัวข้อ

ช่วงนี้ใจของคุณต้องการอะไรมากที่สุด

เลือกหนึ่งข้อ แล้วดูว่ากิจกรรมสะกดจิตหัวข้อไหนเหมาะกับใจคุณตอนนี้

หมวดที่ ๑ความมั่นคงภายในและการผ่อนคลาย

พัฒนาความมั่นคงทางจิตใจ ผ่อนคลายความเครียด และสร้างพลังเชิงบวกให้แก่ตนเอง

  • “ทะเลโอบอุ้ม” ชำระล้างพลังงานลบภายในและสร้างความวางใจในตน
  • “จังหวะชีวิต” สำรวจจังหวะชีวิตและสร้างพลังใจ
  • “กำแพงน้ำแข็ง” สร้างพื้นที่ปลอดภัยในหัวใจและการโฟกัส
  • “พลังผู้พิทักษ์” ฝึกขีดเส้นให้ชีวิตและสร้างความเข้มแข็ง
  • “ฟังเสียงร่างกาย” สำรวจความรู้สึกและฝึกสื่อสารกับร่างกาย
  • “ดนตรีเรื่องราว” ผ่อนคลายความเครียดและสร้างพลังบวกในการใช้ชีวิต
  • “ยิ้ม” สร้างรอยยิ้ม ความเบิกบาน และเติมพลังบวกให้แก่หัวใจ
  • “สัมผัสแห่งรัก” เติมความรักแก่กายใจด้วยการสัมผัสแห่งรัก
  • “กระจกวิเศษ” ทบทวนตนเองเพื่อเห็นคุณค่าในตน
  • “หยุดอารมณ์” ฝึกเป็นอิสระทางอารมณ์และมีใจเป็นกลาง
หมวดที่ ๒พลังชีวิต

  • “ปุ่มรีเฟรส” สร้างปุ่มโปรแกรมจิตกระตุ้นพลังกายใจ
  • “คำชูใจ” ดึงพลังของถ้อยคำที่ดีในชีวิตและแปรเปลี่ยนถ้อยคำลบ
  • “ปรบมือ” ส่งเสริมพลังความมั่นใจและการสร้างความสำเร็จ
  • “หลังเส้นชัย” ปลุกพลังความมุ่งมั่นและการทบทวนเป้าหมาย
  • “อ้อมกอดความรัก” น้อมนำความรักมาเป็นพลังในกายใจตน
  • “นักรบภายใน” เสริมสร้างความเข้มแข็งและความหนักแน่นในตน
  • “ส่งพลัง” ส่งพลังงานที่ดีแก่ตนและถ่ายเทพลังลบจากหัวใจ
  • “รับพลัง” เปิดรับพลังที่ดีในชีวิตและธรรมชาติสู่กายใจ
  • “เพลิดเพลิน” พัฒนาภาวะลื่นไหลไปกับชีวิต
  • “สวนผีเสื้อ” ไหลลื่นไปกับความฝันและสร้างพลังเชิงบวก
หมวดที่ ๓ปัญญาญาณ

ฟังเสียงภายใน พัฒนาความคิดและสติปัญญา ทบทวน และบ่มเพาะความเชื่อเชิงบวกแก่จิตใต้สำนึก

  • “ตอบรับ” สร้างพลังจากการยอมรับตัวเองและการตอกย้ำเชิงบวก
  • “ก่อกวน ตัวก่อกวน” เทคนิคก่อกวนความคิดที่รบกวนใจ
  • “ปล่อยวาง” บ่มเพาะจิตรับรู้เพื่อปล่อยวาง
  • “พัฒนาความจำ” พัฒนาความสามารถในการจดจำและการปลูกฝังความเชื่อที่ดี
  • “ครูอาจารย์” น้อมนำพลังที่ดีจากครูอาจารย์และเชื่อมโยงกับจักรวาล
  • “ปลูกเมล็ดพันธุ์” ปลูกฝังความคิดความเชื่อที่ดีในจิตใต้สำนึก
  • “ส่งไปรษณีย์” ปล่อยเรื่องที่กังวล น้อมนำปัญญาจากจักรวาล
  • “เปิดไพ่” ทบทวนชีวิตด้วยปัญญาญาณเปิดไพ่ด้วยใจ
  • “เปลี่ยนฤดู” พิจารณาธรรมชาติของชีวิตและทุกสรรพสิ่ง
  • “ทางแยกชีวิต” สำรวจทางแยกชีวิต
ลองฝึกได้ทันที · ฟรี

การ์ดออนไลน์ คู่กับห้องเรียน พลังแห่งจิต

หายใจ ๓ ครั้ง จับการ์ด แล้วฝึกจินตภาพสั้นๆ ใช้อุ่นเครื่องก่อนทำกิจกรรมสะกดจิต หรือฝึกต่อในวันที่ไม่มีเวลามาก

ยังมีการ์ดฝึกใจอีกหลายชุด เช่น การ์ดทันใจ การ์ดเงาและแสง การ์ดคำถามไกด์ชีวิต · ดูการ์ดทั้งหมด →

ลงทะเบียนรับเนื้อหาเต็ม

สมัครเข้าร่วม และสนับสนุนกิจกรรมโครงการ

1,990 บาท
ค่าลงทะเบียน · รับลิงก์และรหัสเรียนออนไลน์ทางเว็บไซต์
เรียนได้ไม่จำกัดเวลา · ภาคปฏิบัติ 35 หัวข้อ · เนื้อหาอ่าน 5 บท

สมัครเรียนออนไลน์

ลงทะเบียนและชำระเงิน

ชำระผ่าน Stripe อย่างปลอดภัย · Visa · Mastercard · Google Pay · PromptPay

ชำระผ่านบัญชีธนาคาร

  • 1กิจกรรมสะกดจิตบำบัดเพิ่มเติม 30 หัวข้อ (มีคลิปเสียงและข้อความขั้นตอน) รวมทั้งหมด 35 หัวข้อ ประมาณ 428 นาที เฉลี่ย 12–26 นาทีต่อคลิป
  • 2เนื้อหาอ่านประกอบการเรียน ครบ 5 บท ว่าด้วยหลักการจินตภาพและการสะกดจิตบำบัดพื้นฐาน พร้อมแบบฝึกหัดเพิ่มเติม
  • 3ไฟล์ใบประกาศผ่านการอบรม และสิทธิ์เรียนต่อขั้นที่สาม เมื่อทำครบเงื่อนไข
  • หากโอนผ่านบัญชีธนาคาร ส่งหลักฐานการโอนทางไลน์ @khianpianchiwit หรืออีเมล dhammaliterary@gmail.com พร้อมแจ้งชื่อ อีเมล และหัวข้อหลักสูตร “ห้องเรียน พลังแห่งจิต พื้นฐาน”
  • รายรับในการอบรมเมื่อหักค่าใช้จ่ายและค่าวิทยากรแล้ว นำไปใช้ในโครงการเพื่อการกุศลต่างๆ ของ เรามีลมหายใจ – ธุรกิจเพื่อสังคม สถาบันธรรมวรรณศิลป์ อาทิ ทุนการศึกษาแก่เยาวชนในโครงการรางวัลธรรมวรรณศิลป์ · เส้นทางของเราที่ผ่านมา
เหมาคอร์สออนไลน์ 4 หัวข้อ
แพ็กเกจ 4 หลักสูตรออนไลน์

เหมา 4 หลักสูตร 4,990 บาท

จากปกติ 7,960 บาท · รวมหลักสูตรนี้ด้วย · ดูรายละเอียดแพ็กเกจ →

เสียงตอบรับจากผู้เรียน

สิ่งที่ผู้เรียนได้รับ

ได้เรียนรู้และนำไปพัฒนาจิตของตนเองให้ดีกว่าเดิม สามารถหาวิธีก้าวผ่านปัญหาไปได้ มีสติ มีสมาธิ จัดการกับเรื่องราวต่างๆ ในชีวิตประจำวัน

คุณ titiyantanatip

เทคนิคการดูแลอารมณ์หลายอย่างคล้ายกับการฝึกปฏิบัติกรรมฐาน ให้เรารู้สึกตัว… เวลาอ่านทฤษฎีก็นำไปเชื่อมโยงกับเรื่องที่เรียนทางพุทธศาสนาได้ค่ะ

คุณ Rumpai

ขณะทำกิจกรรม มีความผ่อนคลาย สงบ รู้สึกเป็นตัวของตัวเอง… ทำให้ได้ความคิด แนวทางใหม่ๆ ที่ตัวเองเผยออกมา

คุณเยาวรีย์ นักเทคนิคการแพทย์
จากการเรียนออนไลน์

“ดีมากเลยค่ะได้จัดการกับเรื่องราวต่างๆในชีวิตประจำวัน เปลี่ยนทัศนคติที่ไม่ดีออกไปได้ ต้องขอบคุณ บทเรียนโครงการนี้ค่ะ”

คุณนรินทร

“ขอบคุณโครงการได้เรียนรู้และนำไปพัฒนาจิตของตนเอง ให้ดีกว่าเดิมสามารถหาวธีก้าวผ่านปัญหาไปได้ มีสติมีสมาธิ จัดการกับเรื่องราวต่างๆในชีวิตประจำวัน เปลี่ยนทัศนคติที่ไม่ดีออกไปได้ ต้องขอบคุณ บทเรียนโครงการนี้ค่ะ”

คุณ titiyantanatip

“ขอบคุณได้เรียนรู้และพัฒนาตัวเองมากขึ้น ขอบคุณอาจารย์และทีมงานครับ”

คุณ Sittisak

“ได้เรียนทุกหัวข้อแล้ว ดีมาก ๆ แต่ทุกบทเรียน ดิฉันยังขาดสติและสมาธิ. มองเห็นจิตไม่ทำตามบทเรียน และบางครั้งเผลอหลับไป ตื่นมาตกใจ เพลงจบแล้ว. ต้องย้อนไปทำแบบฝึกหัดใหม่คะ. คิดว่าต้องย้อนกลับไปเรียนรู้ใหม่คะ เป็นหลักสูตรที่ดีมาก ๆ. เป็นการให้กำลังใจตนเอง และเข้าใจตนเองมากขึ้นคะ. ขอบคุณคะ”

คุณ จุฑารัตน์

“ชอบเนื้อหา และแบบฝึกหัดที่จัดให้ทำคะ บางอันสามารถนำไปปรับใช้กับงานที่กำลังทำอยู่ ในการฝึกทำแบบฝึกหัดแต่ละบท บางครั้งไม่สามารถจินตนาการทำได้ อาจเป็นที่มีเรื่องรบกวนใจ และเราไม่มีสมาธิดีพอ ทำให้ผลจากการปฏิบัติไม่ได้ดี จะพยายามกลับไปทบทวนและทำซ้ำใหม่เรื่อย ๆ เทคนิคการดูแลอารมณ์และหลายอย่างคล้ายกับการฝึกปฏิบัติกรรมฐาน ให้เรารู้สึกตัว สามารถบอกได้ว่าแต่ละขณะเรารู้สึกอย่างไร เพื่อหน่วงให้การกระทำหรือการตอบโต้กลับที่อาจไม่ดี ให้ชะลอลงหรือดับลง เวลาอ่านทฤษฎีก็นำไปเชื่อมโยงกับเรื่องที่เรียนทางพุทธศาสนาได้ค่ะ ชอบมาก ขอบคุณที่จัดสิ่งดีๆ ให้เรียนในช่วงนี้ มีหลายอย่างน่าสนใจ จะเรียนไปเรื่อยๆ นะคะ”

คุณ Rumpai

“เมื่อได้ผ่านแบบฝึกหัดหลายๆอย่าง พบว่า รู้สึกว่าจริงๆมีปัญญาภายในที่คอยสั่งสอนเรา แนะทางเรา เหมือนเป็นโค้ช แต่เราไม่เชื่อ กลับเชื่อความคิดของตนเอง ที่มักประกอบด้วยความฟุ้งซ่านมากกว่าค่ะ การทำแบบฝึกหัดต่างๆหลายๆบท ได้ตระหนักว่าตัวเราเองมีข้อดี ที่เอามาใช้ให้เป็นประโยชน์ได้ แต่เรากลับจมปลักกับอุปนิสัยที่ไม่ดี หรือข้อด้อยของตัวเราเอง มากกว่าข้อดี และที่สำคัญคือไม่ยอมละทิ้งข้อด้อย กลับเลี้ยงมันไว้ให้ใหญ่ขึ้นค่ะ^^”

คุณ Areeya
จากการฝึกรอบสด

“รู้สึกว่าได้ปลดปล่อยความกดดันที่อยู่ในตัว หลังการทำกิจกรรมจะรู้สึกโปร่งเบามากขึ้น ได้ฝึกหาข้อดีจากชีวิตประจำวัน ได้รู้ว่าตัวเราเป็นต้นเหตุแห่งความทุกข์ และคนที่จะปลดปล่อยความทุกข์เหล่านั้นได้ก็คือตัวเราเอง เราต้องหมั่นคิดและมองหาแง่งามในชีวิต เสียดายที่มีเวลาในการทำน้อย แต่รู้สึกประทับใจในทุกกิจกรรม ข้อคิดจากการอบรมคือการพยายามหาแง่งามในชีวิตเป็นสิ่งสำคัญ รู้จักปล่อยวางและสร้างพลังใจให้ตัวเอง จะพยายามทำให้ได้ในทุกวัน เพื่อตัวเอง ความทุกข์เป็นเหมือนโรคร้ายที่เราสามารถรักษาให้บรรเทาได้ด้วยตัวเอง ยิ้มให้ได้ในทุกวัน หาความสุขให้เจอ”

คุณชินรัตน์ อาชีพ ครู

“ขณะทำกิจกรรม มีความผ่อนคลาย สงบ รู้สึกเป็นตัวของตัวเอง มีเวลาให้ความรู้สึก ความระลึกได้ ที่ถูกบดบังอยู่แจ่มชัดขึ้น ได้ฝึกวิธีผ่อนคลายร่างกายและจิตใจ การปล่อยวาง ปล่อยให้ความรู้สึกนุกคิด ที่เก็บซ่อนอยู่ แสดงตัวออกมา ทำให้ได้ความคิด แนวทางใหม่ๆ ที่ตัวเองเผยออกมา พูดออกมา ซึ่งเป็นทั้ง อิสระ และแนวทาง กำลังใจ ทุกวันควรได้มีการทำกิจกรรม แม้ไม่ได้ทำการบ้าน แต่การได้ผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจ เป็นเหมือนการเป็นกระดาษเปล่าที่เราจะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ แนวคิดใหม่ๆ ท่าทีที่ควรแสดงออกที่เหมาะสม ให้แก่ตนเอง”

คุณเยาวรีย์ อาชีพ นักเทคนิคการแพทย์
การเรียนต่อในขั้นที่ ๓

นักสะกดจิตบำบัด (C.Ht)

การเรียนต่อในขั้นสุดท้าย “นักสะกดจิตบำบัด” เพื่อรับใบประกาศรับรอง C.Ht (Certified Hypnotherapist) จากครูโอเล่ ต้องผ่านเงื่อนไขดังนี้

  1. ผ่านการเรียน ห้องเรียน พลังแห่งจิต พื้นฐาน เนื้อหาเต็ม
  2. ผ่านการเรียน “การโปรแกรมจิตตัวเอง” (Self-Hypnosis)

เมื่อมีผู้แสดงความตั้งใจเข้าร่วมและผ่านเงื่อนไขข้างต้นแล้ว จึงจะเปิดรับสมัครตามช่วงเวลาที่กำหนด

ห้องเรียน พลังแห่งจิต ขั้นกลาง-สูง
Hypnosis Therapy

รับการสะกดจิตบำบัดเดี่ยว

ให้คำปรึกษาและโปรแกรมจิตออนไลน์ผ่าน Zoom โดย ครูโอเล่ และคณะ

สะกดจิตบำบัดส่วนตัว
รายละเอียด

สะกดจิตบำบัดส่วนตัว Hypnosis Therapy

ให้คำปรึกษาและโปรแกรมจิตออนไลน์ โดย ครูโอเล่ สถาบันธรรมวรรณศิลป์ ผู้สอนหลักสูตร “ห้องเรียน พลังแห่งจิต” และคณะ

ให้คำปรึกษาและสะกดจิตบำบัดผ่านศาสตร์ Hypnotherapy เพื่อการคลี่คลายปมจากอดีต การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การสร้างแรงจูงใจ การย้อนอดีตชาติ และการค้นหาคำตอบ

สะกดจิตออนไลน์ผ่าน Zoom ทั้งหมด 4 ครั้ง ครั้งละ 1.5 - 2 ชั่วโมง ประมาณ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ โดยสามารถเลือกรับบริการครบ 4 ครั้งหรือไม่ก็ได้ สามารถยกเลิกได้ตลอดเวลา

เงื่อนไขการรับ
  1. ต้องผ่าน "ห้องเรียน พลังแห่งจิต พื้นฐาน" เนื้อหาเต็ม หรืออย่างน้อยได้ทำกิจกรรมสะกดจิต 6 หัวข้อ หรือตามครู/ผู้ให้คำปรึกษาแนะนำ

    * เพื่อเป็นการปรับพื้นฐานก่อนรับการสะกดจิตบำบัดเดี่ยว หรือหากประเด็นที่ต้องการสามารถคลี่คลายผ่านกิจกรรมสะกดจิตในคลิปแล้วจึงไม่จำเป็นต้องรับการสะกดจิตบำบัดเดี่ยว

  2. ต้องเป็นผู้ที่สมัครเข้าร่วมด้วยตนเอง มีความสมัครใจในการเข้าร่วมกระบวนการและทำตามขั้นตอนตามที่ได้รับจากครูหรือผู้ให้คำปรึกษา
  3. มีสติสัมปชัญญะครบถ้วน มีความรู้คิดและควบคุมตนเองได้ หากมีการทานยารักษาโรค โปรดแจ้งให้ครูหรือผู้ให้คำปรึกษาทราบ
ลักษณะการสะกดจิตบำบัด

ประกอบด้วยการให้คำปรึกษาด้วยการพูดคุยสอบถาม และการโปรแกรมจิตด้วยเทคนิค Hypnotherapy พร้อมด้วยเครื่องมืออื่นตามที่เหมาะสมแก่กรณี เช่น การเขียนบำบัด

ในส่วนแรก การให้คำปรึกษามีวัตถุประสงค์เพื่อให้มีความเข้าใจต่อสภาพปัญหา บริบทของชีวิตผู้รับบริการ สร้างความคุ้นเคยต่อผู้บำบัด และการเตรียมพร้อมก่อนการสะกดจิต ซึ่งอาจมีการใช้เครื่องมือหรือกิจกรรมเล็กๆ น้อยๆ อาทิ การเปิดการ์ด การเลือกคำตอบจากบัตรคำ ตามแต่กรณี โดยในการพูดคุยให้คำปรึกษาจะเริ่มต้นก่อนการสะกดจิตทาง Zoom ผ่านการพูดคุยทางเพจเฟสบุ๊ค ไลน์ หรืออีเมล และในช่วงต้นของการสะกดจิตทาง Zoom

ในส่วนที่สอง การโปรแกรมจิตหรือการสะกดจิตบำบัดเป็นเทคนิคให้ผู้รับบริการได้สำรวจจิตใต้สำนึกและปรับเปลี่ยนความรู้สึกนึกคิดของตนเอง ผ่านการหลับตาระลึกภาพและการกำหนดจิตตามที่ผู้บำบัดแนะนำ ในสภาวะที่ร่างกายและจิตใจมีความผ่อนคลาย เพื่อพัฒนากายจิตและสร้างพลังเชิงบวกให้กับตนเองตามเป้าหมายที่กำหนดไว้

โดยการบริการสะกดจิตบำบัดนี้เป็นเพียงการสนับสนุนสุขภาวะของผู้รับบริการ ไม่สามารถทดแทนการรักษาทางการแพทย์มิว่าในกรณีใด หากกำลังอยู่ในการรักษาจากจิตแพทย์หรือรับยาทางจิตเวช โปรดแจ้งทางเราให้ทราบ

ค่าใช้จ่ายและขั้นตอน

ค่าใช้จ่าย :

- "ห้องเรียน พลังแห่งจิต พื้นฐาน" เนื้อหาเต็ม (ต้องเข้าก่อน) ท่านละ 1,990 บาท

- การสะกดจิตบำบัดเดี่ยว Session/ครั้งละ 1990 บาท

ขั้นตอนการสมัคร :

แจ้งชื่อเล่น อีเมล และระบุว่า ต้องการสมัครสะกดจิตบำบัดส่วนตัว ทางอินบ็อกเพจเฟสบุ๊ค www.facebook.com/khianpianchiwit

หรือไลน์ @khianpianchiwit

หรือทางอีเมล dhammaliterary@gmail.com

* โปรดแจ้งเป้าหมายในการสะกดจิตบำบัด อาทิเช่น ต้องการเยียวยาหรือแก้ไขเรื่องใด หรือต้องการพัฒนาเกี่ยวกับอะไรในตนเอง มาพร้อมการสมัคร โดยจำกัดไม่เกิน 1-2 หัวข้อในการสะกดจิตบำบัด หากมีเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจงจะเป็นประโยชน์ต่อการให้ความช่วยเหลือท่านมากที่สุด

* ท่านที่ยังได้เข้าร่วม "ห้องเรียน พลังแห่งจิต พื้นฐาน" เนื้อหาเต็ม ทางเราจะให้เข้าร่วมก่อน และอาจแนะนำหัวข้อกิจกรรมสะกดจิตให้

การเตรียมความพร้อม (เมื่อได้รับการนัดหมาย) :

  • ผู้รับบริการจะต้องสามารถเข้าประชุมออนไลน์ทาง Zoom โดยเปิดกล้องและเปิดไมโครโฟนได้ตลอดกระบวนการ และอยู่ในพื้นที่ที่มีสัญญาณอินเตอร์เน็ตสมบูรณ์ เพื่อความไม่ติดขัดในการสะกดจิต
  • ห้ามผู้รับบริการทำภารกิจอื่นในช่วงเวลาเดียวกันกับการบำบัด โดยจะต้องอยู่ในพื้นที่ที่มีความสงบและเป็นส่วนตัวเท่านั้น
  • ปิดเสียงโทรศัพท์และสิ่งรบกวนอื่นๆ ตลอดกระบวนการ
ครูโอเล่ อนุรักษ์ เม่นหรุ่ม
ผู้สอน

ครูโอเล่ อนุรักษ์ เม่นหรุ่ม (C.Ht)

ผู้อำนวยการ สถาบันธรรมวรรณศิลป์
2558เริ่มห้องเรียน พลังแห่งจิต
30รุ่น ห้องเรียน พลังแห่งจิต
100+รุ่น รวมทุกหลักสูตร

วิทยากร นักเขียน นักสะกดจิตบำบัด ผู้สอนการเขียนบำบัดในชื่อชุดหลักสูตร “เขียนเปลี่ยนชีวิต” (จำนวน 55 รุ่น) สอนการสะกดจิตบำบัดและการโปรแกรมจิตตัวเองในชุดหลักสูตร “ห้องเรียน พลังแห่งจิต” (30 รุ่น) และหัวข้ออื่นๆ รวมมากกว่าหนึ่งร้อยรุ่น นอกจากนี้ยังเปิดอบรมในเนื้อหาต่างๆ อาทิ การรู้จักตนเอง การเจริญสติภาวนา การพัฒนาครู และภาวะผู้นำ แก่บุคคลหลากหลายอาชีพ ทั้งในการอบรมแบบเปิดและการอบรมในกลุ่มเฉพาะตามรับเชิญ

ติดต่อสอบถาม

มีคำถาม ทักมาได้เลย

สถาบันธรรมวรรณศิลป์ · dhammaliterary.org