บทเรียนจากการอบรม “เขียนเยียวยา” หลักสูตร #เขียนเปลี่ยนชีวิต กึ่งออนไลน์ รุ่นที่ ๒๐ ” สิ่งที่ได้จากการอบรมในครั้งนี้คือ การได้กลับมาอยู่กับตัวเอง เห็นความสำคัญของการมีสติระลึกรู้ถึงลมหายใจเข้า ลมหายใจออก ตามดูตามรู้อย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น และเมื่อทำเช่นนี้บ่อยๆก็ทำให้การงานต่างๆที่ทำสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี มีสติรู้สึกตัวมากขึ้น รู้สึกผ่อนคลาย เห็นการทำงานของกายและใจได้มากขึ้นค่ะ สิ่งที่สัมผัสได้คือการที่คุณครูสอนให้เรารู้จักรักตัวเอง ให้พยายามดำเนินชีวิตอยู่ในทางสายกลางที่จะไม่สุดโต่งไปทางข้างใดข้างหนึ่ง ให้ใช้ชีวิตอย่างมีสมดุล สุข สงบและแบ่งปันได้ ให้ใช้ความรู้สึกมากกว่าความคิด และสอนให้เรามีมุมมองในชีวิตที่กว้างขึ้นเพื่อจะได้อยู่ในโลกได้อย่างมีความสุขมากขึ้นค่ะ . ถึงแม้ว่าการอบรมครั้งนี้จะไม่เข้มข้นเท่าคอร์สการเขียนภาวนา (หนึ่งในหลักสูตร #เขียนเปลี่ยนชีวิต เช่นเดียวกัน) ที่เคยเรียนมา แต่ก็ทำให้ได้รู้จักตัวเองมากขึ้น เกิดมุมมองที่แตกต่างออกไป การได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดกับคุณครูทำให้ได้ความรู้ใหม่ๆ หรือมุมมองใหม่ๆที่เราไม่เคยรู้สึกหรือเคยมองมาก่อนเลย จึงชอบที่จะฟังความคิดเห็นของคุณครู ถึงแม้ว่าบางครั้งอ่านแล้วจะไม่ค่อยเข้าใจมากนัก ต้องอ่านซ้ำแล้วซ้ำอีกเพื่อให้เกิดความเข้าใจและรู้ว่าคุณครูต้องการจะสื่อสารอะไรกับเรา แต่ก็สนุกที่จะได้เรียนรู้ผ่านการเขียนเช่นนี้นะคะ เพราะถ้าเราเขียนอยู่ฝ่ายเดียวเราก็จะมีความคิดอยู่ในวงแคบ เป็นความคิดความเห็นของเราคนเดียว มันจะไม่ค่อยได้พัฒนาเท่าที่ควร แต่ถ้ามีใครมาคอยชี้นำให้เราเดินไปทางโน้นบ้างทางนี้บ้าง ก็จะทำให้เราได้พบเห็นทางเดินใหม่ๆ ได้พบเห็นสิ่งใหม่ๆ ได้ความรู้ใหม่ๆ และได้มุมมองใหม่ๆมากขึ้น ชอบค่ะ ขอขอบพระคุณคุณครูโอเล่มา ณ ที่นี้ค่ะ ” .… Continue reading บทเรียน “เขียนเยียวยา” กึ่งออนไลน์ รุ่นที่ ๒๐
Author: admin
5 ข้อคิดการริเริ่มจาก “ผีเสื้อ” (ตอนที่สอง)
5 ข้อคิดการริเริ่มจาก “ผีเสื้อ” (ตอนที่สอง) เราทุกคนต่างเป็นมากกว่าที่เราคิด เป็นมากกว่าที่เราเชื่อ แต่โชคร้ายที่หลายครั้งเราจำกัดตัวเองไว้ในกรอบความคิดและความคุ้นเคยชิน จนบดบังอำพรางสิ่งที่เราเป็นแท้จริงอยู่ข้างใน บ่อยครั้งที่เราตัดสินตัวเองเหมือนตัดสินหนอนแก้วตัวหนึ่งว่ามันไม่อาจมีชีวิตที่บินได้ . ชีวิตของผีเสื้อ เป็นตัวอย่างของการรู้จักตน และมอบบทเรียนการเริ่มต้นให้แก่ชีวิตมนุษย์ บทความหัวข้อนี้ริเริ่มชวนเราผู้อ่าน ย้อนมองรอยทางของเขา จากชีวิตหนอนผู้คืบคลาน สู่ผีเสื้อที่ขยับปีกอันแสนสวย ไม่ได้พยายามเป็นอย่างใครอื่น แต่พยายามเป็นอย่างที่ตนเองเป็นจริง เผยคุณค่าและความงามจากข้างในสู่ภายนอก . ขณะที่เราใช้ชีวิต เพียงเพื่อพยายามจะเป็นคนอื่น เราอาจไม่มีวันได้พบความสุขแท้ได้เลยในปัจจุบัน หากเรารู้สึกว่าตนเองกำลังใช้ชีวิตและทำงานไปอย่างเหนื่อยล้าและเบื่อหน่าย เราอาจต้องกลับมาตั้งคำถามที่สำคัญแก่ตนเองได้แล้วว่า อะไรคือสิ่งที่เราควรจะริเริ่มเพื่อชีวิตอย่างที่ควรเป็นอย่างแท้จริง . นอกเหนือจาก 5 ข้อคิดการริเริ่มดังบทความทั้งสองตอนนี้ ผู้อ่านคนใดเห็นข้อคิดอื่นๆ หรือต้องการแลกเปลี่ยนเพิ่มเติมก็สามารถร่วมแชร์และบอกเล่าผ่านช่องทางที่เหมาะสม . . ข้อที่ 3 กล้าทิ้งจึงเกิดใหม่ : หลังจากผ่านช่วงฟูมฟักในดักแด้ หยุดนิ่งอยู่กับตนจนเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงมาถึง หัวของเขาค่อยๆ ดันคราบดักแด้ ทะลุเปลือกขึ้นจากด้านบน ปีกที่พัดเป็นจีบดันออกเบื้องหลัง ค่อยๆ คลี่คลายปีกงามออกช้าๆ ด้วยความช่วยเหลือจากแรงดึงดูดของโลกและการผลักดันของของเหลวในร่างกาย แล้วผีเสื้อก็ปรากฏจากหนอนแก้ว .… Continue reading 5 ข้อคิดการริเริ่มจาก “ผีเสื้อ” (ตอนที่สอง)
5 ข้อคิดการริเริ่มจาก “ผีเสื้อ” (ตอนแรก)
5 ข้อคิดการริเริ่มจาก “ผีเสื้อ” (ตอนแรก) ชีวิตที่ไม่รู้จักการเริ่มต้น นั้นไม่ใช่ชีวิต เพราะแม้แต่ลมหายใจ เรายังเริ่มต้นใหม่ทุกวันและแทบทุกนาที ชีวิตจึงเป็นการเริ่มต้นใหม่อยู่เสมอ ทุกเช้าเราตื่นขึ้นด้วยความหวังหรือความเบื่อหน่าย แต่ใจเรานี่แหละที่จะเป็นตัวยืนยันว่าเราได้ใช้โอกาสเริ่มต้นใหม่ในทุกๆ วันอย่างมีค่าแล้วหรือยัง . การเริ่มต้นใดใดย่อมพบเจออุปสรรคและความท้อใจได้เป็นธรรมดา แล้วคนเราจำนวนมากก็มักท้อใจ ตัดสินตน เสียแต่ยังไม่เริ่มต้นก็มีมาก ปิดประตูตายเสียตั้งแต่ยังไม่ก้าวขาออก บ้างเพียงสองสามก้าวก็พลอยหมดกำลังใจเสียแล้ว . ในธรรมชาตินั้นมีบทเรียนของการเริ่มต้นอยู่มากมาย ไม่เคยมีสิ่งใดที่ไร้การเปลี่ยนแปลง ฤดูกาลก็หมุนเวียน ต้นไม้ผลัดใบและงอกงามใหม่ มดแมลงโยกย้ายหาที่อยู่เมื่อบ้านเก่าวอดวาย ชีวิตคนเรามีจังหวะก้าวเดินแตกต่างกัน แต่ย่อมมีจุดเปลี่ยนจุดเลี้ยวเพื่อตั้งต้นใหม่ หากเราใช้ช่วงเวลานั้นได้ดี ชีวิตก็เหมือนติดปีกบินออกไปจากจุดเดิม แต่บางครั้งเราก็กลัวและกังวลจนลืมว่าเรามีปีกอยู่ในตนเอง . บทความนี้จะนำเสนอข้อคิดจากการสังเกตผีเสื้อ ซึ่งสอนใจเราและแนะนำแนวทางเกี่ยวกับเริ่มต้นใหม่และการริเริ่มต่างๆ ของชีวิตคน ซึ่งผู้อ่านหากมีความคิดเห็นหรือแรงบันดาลใจเพิ่มเติมก็สามารถแลกเปลี่ยนแบ่งปันได้ตามช่องทางที่สะดวก . . ข้อที่ 1 ช้าก่อนแล้วจึงเร็ว : กว่าผีเสื้อจะเป็นผีเสื้อได้นั้น เขาจะต้องเป็นหนอนเสียก่อน คลานต้วมเตี้ยม เชื่องช้า ดูไม่มีวี่แววจะบินได้เลย การเริ่มต้นใหม่และการริเริ่มสิ่งใหม่ๆ ของเราก็เช่นเดียวกัน . เมื่อเราเริ่มต้นสิ่งใหม่ในชีวิตหรือกระทั่งเริ่มต้นชีวิตใหม่ เราอาจพบว่าสิ่งต่างๆ มันช่างเชื่องช้าไม่ได้ดั่งใจ อาจไม่มีวี่แววชัดเจนเลยว่าจะล้มเหลวหรือก้าวหน้าได้เพียงใด… Continue reading 5 ข้อคิดการริเริ่มจาก “ผีเสื้อ” (ตอนแรก)
ที่ผ่านมาฉันใช้ชีวิตเหมือนการเขียนทั่วๆ ไป | เขียนภาวนา บันทึกผู้เรียน
อ่านบันทึกจากการอบรม เขียนภาวนา หลักสูตรเขียนเปลี่ยนชีวิต หัวข้อ “ความไม่รู้” เขียนโดยคุณภัทรานิษฐ์ และอ่านโดยครูโอเล่ สถาบันธรรมวรรณศิลป์ www.dhammaliterary.org : : : ดนตรีประกอบ : First Love by Hikaru Utada บรรเลงโดย Kenny G
รวมบันทึกสรุปอบรม “เขียนเยียวยา” เมษายน ๒๕๖๐
จากการอบรมในห้องสองวัน ของชุดหลักสูตร #เขียนเปลี่ยนชีวิต หัวข้อ “เขียนเยียวยา” เมื่อวันที่ ๒๙-๓๐ เมษายน ๒๕๖๐ www.dhammaliterary.org เปิดอ่านเพิ่มเติมได้ที่อัลบั้มรูปเพจเฟสบุ๊ค
ฉันผ่อนปรนกับตัวเอง | เขียนภาวนา บันทึกผู้เรียน
ฉั น ผ่ อ น ป ร น กั บ ตั ว เ อ ง : : : บันทึกเขียนภาวนา หัวข้อ “ฉันผ่อนปรนกับตัวเอง” จากคุณสรินยา ในการอบรมหลักสูตร #เขียนเปลี่ยนชีวิต รุ่นที่ ๑๘ อ่านโดยครูโอเล่ สถาบันธรรมวรรณศิลป์ www.dhammaliterary.org : : : ดนตรีประกอบ : First Love by Hikaru Utada บรรเลงโดย Kenny G
รวมบทเรียน “เขียนภาวนา” ๒๕๖๐ (๗)
บันทึกสรุปบทเรียน จากการอบรม “เขียนภาวนา” ในหลักสูตร #เขียนเปลี่ยนชีวิต รุ่นที่ ๑๙ โดยคุณศรีสุภา (เมย์) อาชีพ อิสระ เปิดดูภาพ : คลิกที่นี่ www.dhammaliterary.org
รวมบทเรียน “เขียนภาวนา” ๒๕๖๐ (๖)
“การได้มีโอกาสเรียนการเขียนภาวนา แบบกึ่งออนไลน์ในครั้งนี้ ทำให้ได้มีโอกาสพัฒนาตัวเองมากขึ้นค่ะ โดยเฉพาะการได้อยู่กับตัวเอง โดยมีสติคอยดูคอยรู้ลมหายใจที่เข้าออก ฝึกเช่นนี้อย่างสม่ำเสมอเป็นเวลา 4-5 สัปดาห์ ทำให้เหมือนเราได้มีเครื่องอยู่ของใจ เรามีเพื่อนแท้คือสติและลมหายใจอยู่เป็นเพื่อนเราเสมอ การเรียนช่วยให้เราได้หันมามองตัวเอง เข้าใจตัวเอง เรียนรู้ตัวเองได้มากขึ้น การทำงานต้องทำอย่างมีสติสัมปชัญญะ ทำอย่างช้าๆก้าวไปอย่างมั่นคง การเรียนทำให้เราได้มีโอกาสนั่งสมาธิและต้องตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา ทำให้รู้สึกเหมือนมีพลังจิตมากขึ้น . ขณะที่เขียนได้มีโอกาสทบทวนความรู้ความเข้าใจของตัวเองมากขึ้น ได้เห็นสภาวธรรมต่างๆเกิดดับหมุนเวียนกันไปไม่ขาดสาย เห็นความเปลี่ยนแปลง ความบังคับบัญชาไม่ได้ทั้งทางกายและทางใจ เห็นการทำงานที่เกิดขึ้นเองของกายและใจโดยที่บางครั้งเข้ามาดูไม่เห็นความเป็นตัวเราของเราอยู่ในนั้น การเรียนแบบนี้ทำให้รู้สึกว่าต้องขยันและต้องคอยลุ้นอยู่เสมอค่ะ เพราะทุกครั้งที่ทำการบ้านส่ง จะต้องคอยดูว่าคุณครูจะว่าอย่างไรบ้าง เหมือนเราต้องเรียนรู้ตัวเองและเรียนรู้ด้วยว่าการเรียนครั้งนี้คุณครูต้องการให้เรารู้อะไร ตื่นเต้นดีค่ะ สนุกที่ได้เรียน แต่ก็ยอมรับว่าต้องใช้เวลาพอสมควรนะคะ แต่คุ้มค่ามากค่ะ ชอบคุณครูโอเล่ที่ให้คำปรึกษาเป็นอย่างดี ทำให้ได้มุมมองใหม่ๆในชีวิตค่ะ รู้สึกว่าเรามีศักยภาพมากขึ้น เราสามารถทำอะไรบางอย่างได้โดยไม่เคยรู้มาก่อน ในช่วงที่เรียนนี้ รู้สึกได้เลยค่ะว่าเราเป็นคนช่างสังเกตมากขึ้นทำให้ได้มีโอกาสเห็นสภาวธรรมต่างๆเกิดขึ้นอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนเลยค่ะ ทำให้รู้สึกดีใจ แปลกใจและประทับใจมากค่ะ ขอบพระคุณคุณครูมากค่ะ” . คุณวันเพ็ญ อาชีพ แม่บ้าน : : : “เมื่อฝึกฝนไปสักระยะหนึ่งผลลัพธ์บางอย่างก็จะแสดงออกมาให้เราสัมผัสได้ นั่นคือความมีสติสัมปชัญญะ นอกจากนี้ เวลาเราไปในแผนกขายสมุดเครื่องเขียนตามห้าง เราจะหยุดพิจารณาเลือก สมุดและปากกานานขึ้น… Continue reading รวมบทเรียน “เขียนภาวนา” ๒๕๖๐ (๖)
เมื่อเรามอบความรักให้แก่ตนเอง เราจะตั้งต้นมองหาสิ่งที่ดีให้แก่ตัวเรา | เขียนภาวนา บันทึกผู้เรียน
เ มื่ อ เ ร า ม อ บ ค ว า ม รั ก ใ ห้ แ ก่ ต น เ อ ง เราจะตั้งต้นมองหาสิ่งที่ดีให้แก่ตัวเรา : : : บันทึก “มานะและศรัทธา” จากคุณไข่มุก ในการอบรม “เขียนภาวนา” หลักสูตร เขียนเปลี่ยนชีวิต รุ่นที่ ๑๘ โดยครูโอเล่ สถาบันธรรมวรรณศิลป์ www.dhammaliterary.org : : : ดนตรีประกอบ : First Love by Hikaru Utada บรรเลงโดย Kenny G … Continue reading เมื่อเรามอบความรักให้แก่ตนเอง เราจะตั้งต้นมองหาสิ่งที่ดีให้แก่ตัวเรา | เขียนภาวนา บันทึกผู้เรียน
รวมบทเรียน “เขียนภาวนา” ๒๕๖๐ (๕)
“วนเวียนอยู่กับการหลุด รู้ และเริ่มใหม่ แต่ไม่ต่อว่าตัวเองที่ทำไม่ได้ตลอด เพียงแค่รับรู้ ตามดู และเริ่มใหม่ ทำให้เขียนไปได้แบบไม่กดดันจนเครียดเหมือนครั้งแรก หลังการเขียน รู้สึกสบาย ๆ …เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับการใช้ชีวิตในปัจจุบัน ได้เห็นว่าตัวเองใช้ชีวิตแบบปล่อยไปตามใจตัวเองแทบจะตลอดเวลา ถึงแม้เวลาที่มีสติเตือนให้รู้ ว่าควรจะต้องทำอะไรก็ยังไม่ทำ แต่ยังทำตามใจที่สบายแบบนั้นต่อไป ทำให้ชีวิตย่ำอยู่กับที่ไม่ไปไหน ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อตัวเองเลย . และการเขียนทำให้ได้ฝึกฝนสติตามดูตัวเองในทุก ๆ อริยาบทที่ทำ ทำให้อยู่กับปัจจุบันมากขึ้น” . คุณวราภรณ์ อาชีพ เจ้าของกิจการ : : : “ได้กลับไปอ่านทวนตั้งแต่ต้นค่ะ ทั้งบันทึก สะท้อนหลังบันทึก และการแลกเปลี่ยนกับครู เห็นภาวะต่างๆ ของกายและใจเราในขณะต่างๆ ตั้งแต่ความอึดอัด ซึ่งเป็นบ่อยในตอนแรกๆ การหลงอยู่ในความคิดซึ่งเป็นตอนช่วงกลางๆ และการภาวะการยอมรับที่เริ่มจะมีมาให้เห็นบ้างในช่วงท้าย ได้เห็นว่าการเรียนในครั้งนี้ค่อยๆ แปรสภาพการเขียนจากการ “ทำการบ้าน” เป็นการ “ทำการสำรวจ” ตัวเอง เป็นประสบการณ์ใหม่ที่เราดึงเกวียนความคิดที่หมุนไม่หยุดนี้ให้ช้าลงได้ด้วยลมหายใจเข้าและออก แต่ละครั้งที่เขียน เราให้เวลาตัวเองมากขึ้นๆ ในการหายใจ ในการฟังลมหายใจ และการฟังคำพูดจากข้างใน ได้เห็นซอกมุมและหล่มความคิดที่เรามักจะลงไปติด… Continue reading รวมบทเรียน “เขียนภาวนา” ๒๕๖๐ (๕)
