เขียนภาวนา
การอบรมสอนการทำสมาธิผ่านการเขียนและการดูลมหายใจ เพื่อพัฒนาการรู้เท่าทันตน และการลดละจากความเคยชิน เหตุแห่งทุกข์ กิเลส และการยึดมั่นถือมั่น ไม่ใช่เพียงการภาวนาเพื่อความผ่อนคลายหรือความสงบชั่วคราว แต่มุ่งเน้นการเกิดปัญญาและการเข้าใจธรรมะที่ลึกซึ้งมากขึ้น
ไม่จำกัดเฉพาะคนทำสมาธิเป็นหรือฝึกประจำ แต่อาจเป็นบันไดก้าวแรกของท่านสู่การฝึกสมาธิและการกลับมาอยู่ลมหายใจมากขึ้น และยังสามารถเป็นตัวช่วยสำหรับผู้ฝึกสมาธิอยู่แล้วได้นำความสงบมาสู่ความงอกงามทางปัญญา และการเติบโตภายในมากขึ้นอย่างไม่จำกัด
๔ ขั้นของการเขียนภาวนา
ฝึกเขียนปล่อยวาง – เขียนภาวนาMeditation Writing
การสังเกตเหตุแห่งทุกข์ในชีวิต และกับดักที่จิตใจสร้างขึ้น
การปรับศูนย์ใจด้วยการฝึกขัดใจ ปักใจ และจูงใจ
การภาวนาเพื่อละตัวตนผ่านการเขียนภาวนา
…เพราะเรามีลมหายใจจำกัด เราจึงควรกลับมาดูแลลมหายใจ
…เพราะลมหายใจทำให้เรามีชีวิต เมื่อกลับมามองลมหายใจ เราจึงเห็นชีวิตชัดขึ้น
…การภาวนาไม่ใช่เพียงการนั่งหลับตา แต่การเขียนสามารถเป็นเครื่องมือแห่งการภาวนาได้ดี
ช่วยให้คนที่นั่งสมาธิไม่ค่อยได้ นั่งได้ดีมากขึ้น
ช่วยคนที่นั่งสมาธิอยู่แล้ว ได้ต่อยอดจากสมาธิมาสู่ปัญญา
ช่วยให้เข้าใจความหมายของการภาวนาที่แท้จริง
…การภาวนาไม่ใช่เพียงการทำใจสงบ หากแต่เป็นการฝึก “ขัดใจ” “ปักใจ” และ “จูงใจ” พาใจออกจากวังวนทุกข์ มาสู่ความเป็นอิสระที่แท้จริง
ลองเขียนภาวนาด้วยการ์ดออนไลน์
ก่อนมาเรียนจริง หรือระหว่างฝึกการบ้านในแต่ละสัปดาห์ ใช้การ์ดสองชุดนี้เป็นหัวข้อเขียนภาวนาได้ทุกวัน
การ์ดทันใจAWARENESS CARD
หยุดสักครู่ หายใจให้ช้าลง แล้วจับการ์ดหนึ่งใบ คำถามบนการ์ดจะชวนให้หันกลับมาดูใจ และเป็นหัวข้อให้ลองเขียนภาวนาด้วยตัวเอง
- ๑หายใจ ๓ ครั้ง
- ๒เลือกการ์ดหนึ่งใบ
- ๓เขียนภาวนาตามคำถาม
ป้องกันยาก ห้ามยาก
คนมีปัญญา
ทำให้ตรงได้
เหมือนช่างศรดัดลูกศรธรรมบท
การ์ดคาถาธรรมบทTHE DHAMMAPADA CARD
หายใจช้าๆ ให้ดอกบัวค่อยๆ บาน แล้วรับคาถาธรรมบทหนึ่งบท ใช้คาถาที่ได้เป็นหัวข้อเขียนภาวนา หรือเก็บไว้ใคร่ครวญตลอดวัน
- ๑หายใจให้ดอกบัวบาน
- ๒รับคาถาหนึ่งบท
- ๓เขียนใคร่ครวญคาถา
ยังมีการ์ดสำหรับหัวใจอีก ๗ ชุด เช่น การ์ดเงาและแสง ที่ชวนเขียนมองเงาและแสงในใจ · ดูการ์ดออนไลน์ทั้ง ๙ ชุด →
สิ่งที่ผู้ฝึกได้รับ
จากการศึกษาอย่างไม่เป็นทางการของครูโอเล่ ร่วมกับศิษย์เก่า (2565–2567) และวิทยานิพนธ์โดยนายอภิชาติ ทองสุกแสง (2564) พบว่าการเขียนภาวนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีแนวโน้มเห็นคุณค่าในตนเองมากขึ้น เท่าทันความคิดของตนเอง เปลี่ยนผ่านมุมมองและการเปรียบเทียบ เกิดเป็นมุมมองที่เป็นคุณมากขึ้นและส่งเสริมการเห็นคุณค่าในตนเองหลายมิติ และช่วยรับมือกับอุปสรรคในการเห็นคุณค่าในตนเอง เช่น ความเหงา ได้ดีมากขึ้น
ทำให้เราได้ฝึกเจริญสติได้ดีมากๆ ปกติจะนั่งแต่สมาธิแต่ไม่ค่อยฝึกเจริญสติ ทำให้การใช้ชีวิตประจำวันจะหลง เพลิน ยึดอยู่ตลอดเวลา การเขียนภาวนานี้เป็นการฝึกเจริญสติได้ดีมากๆเลยค่ะ แถมยังช่วยปลดล็อคเรื่องบางเรื่องในชีวิตออกไปโดยไม่รู้ตัว
ได้รู้ถึงเหตุแห่งทุกข์แบบภาคปฏิบัติ ไม่ใช่ท่องตามๆ กันมา เหมือนที่เขาว่า ทำเองเห็นเอง ได้เข้าใจจริงๆ กับคำว่า เพราะเรายึดเราจึงทุกข์ มันไม่มีอะไรที่เป็นตัวเรา ของเรา มันเกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไปจริงๆ ทำให้มีสติมากขึ้น จะเอาการบ้านที่ครูเคยให้มาฝึกทบทวนบ่อยๆ ค่ะ จะได้มีสติได้ดียิ่งๆ ขึ้นไป
วัน เวลา และสถานที่
กำหนดการ
พฤศจิกายน 2569 · เวลา 10.00–17.30 น.
ต้องเข้าครบ ๔ วันสถานที่อบรม
ร้าน Sabaidee Massage (ชั้น 3)
ถนนจรัสเมือง ข้างโรงเรียนสีตบุตรบำรุง
ใกล้ MRT หัวลำโพง และ BTS สนามกีฬาแห่งชาติ
สมัครเข้าร่วม
รุ่นที่ ๑๘ ปิดรับสมัครแล้ว
รุ่นที่ ๑๘ (14–15 และ 21–22 พ.ย. 2569) ปิดรับสมัครแล้ว ฝากชื่อไว้ทาง LINE แล้วเราจะแจ้งวันรุ่นถัดไปให้ทราบก่อนใคร
LINE @khianpianchiwit · ไม่มีค่าใช้จ่าย
รุ่นถัดไปจะประกาศทางเพจ เรามีลมหายใจ และ LINE @khianpianchiwit
(ผู้ที่ฝากชื่อไว้จะได้รับแจ้งก่อน)
- ติดตามข่าวรุ่นถัดไป หรือสอบถามได้ที่ facebook.com/khianpianchiwit หรือไลน์ @khianpianchiwit
- สำหรับผู้มีฐานะยากจน สามารถแจ้งขอทุนเรียนตามกำลังทรัพย์
- รายรับในการอบรมเมื่อหักค่าใช้จ่ายและค่าวิทยากรแล้ว นำไปใช้ในโครงการเพื่อการกุศลต่างๆ ของ เรามีลมหายใจ – ธุรกิจเพื่อสังคม สถาบันธรรมวรรณศิลป์ อาทิ ทุนการศึกษาแก่เยาวชนในโครงการรางวัลธรรมวรรณศิลป์ · เส้นทางของเราที่ผ่านมา


เสียงตอบรับจากรุ่นก่อน
การเขียนภาวนาทำให้มีเวลากลับมาทบทวนสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิต ทำให้กลับมาทบทวนเป้าหมายในชีวิตที่แท้จริง ไม่หลงกังวลไปกับสิ่งที่มาตกกระทบ ท่ามกลาง ความวุ่นวาย ยุ่งเหยิง อารมณ์ต่างๆ เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยไม่ทันได้คิด หลายครั้งที่หลงปรุงแต่งไปตามอารมณ์ การเขียนภาวนาทำให้เข้าใจ ปล่อยวางหลังจากมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงสิ่งชั่วคราว ทำให้รู้จักขอบคุณสิ่งที่มีอยู่มากขึ้น
ทำให้ได้กลับมาใช้เวลา ดึงความสนใจออกจากความทุกข์ ความสับสน และทำใจยอมรับความเปลี่ยนแปลงในชีวิตช่วงนี้ ได้ทบทวน ทำความเข้าใจตัวเอง จากการเขียนและการภาวนาไปพร้อม ๆ กัน อย่างมีสติและผ่อนคลายมากขึ้น
มีสติ สมาธิมากขึ้นในแต่ละขณะ เป็นการส่งเสริมการนั่งสมาธิให้มีความก้าวหน้ามากขึ้น การเขียนภาวนาที่เป็นการบ้านระหว่างสัปดาห์ ช่วยให้เขียนแบบมีสติ ระลึกรู้ปัจจุบัน ไม่หลงไปกับความเพลินในการเขียน กลับมาอยู่กับลมหายใจ เมื่อเรานั่งสมาธิ ทำให้จดจ่ออยู่กับปัจจุบัน รู้เท่าทันตนเองมากขึ้น
ลมหายใจออก ฉันเขียน
หยุดเมื่อหายใจเข้า
เว้นจากการคิด
ฉันหยุดเพื่อดึงสติ
เว้นวรรคไม่กังวล
ให้เวลากับการเขียน
หยุดเขียนใช่ว่าหยุดคิด
ดึงสติกลับมาที่ลมหายใจ
ทำให้เป็นธรรมชาติ
หายใจออกก็เขียน
ปล่อยให้มือนำ
คิดก็เขียน ไม่คิดก็เขียน
แค่หยุดตอนหายใจเข้า

ครูโอเล่ อนุรักษ์ เม่นหรุ่ม (C.Ht)
ผู้อำนวยการ สถาบันธรรมวรรณศิลป์ วิทยากร นักเขียน นักสะกดจิตบำบัด ผู้สอนการเขียนบำบัดในชื่อชุดหลักสูตร “เขียนเปลี่ยนชีวิต” (จำนวน 55 รุ่น) สอนการสะกดจิตบำบัดและการโปรแกรมจิตตัวเองในชุดหลักสูตร “ห้องเรียน พลังแห่งจิต” (30 รุ่น) นอกจากนี้ก็ยังเปิดอบรมในเนื้อหาต่างๆ อาทิ การรู้จักตนเอง การเจริญสติภาวนา การพัฒนาครู และภาวะผู้นำ แก่บุคคลหลากหลายอาชีพ ทั้งในการอบรมแบบเปิดและการอบรมในกลุ่มเฉพาะตามรับเชิญ
มีประสบการณ์ให้คำปรึกษาและการเยียวยาผ่านการเขียนและการตีความสัญลักษณ์ โดยมีผู้เรียนเข้าหลักสูตรต่างๆ มากกว่า 100 รุ่น ในปัจจุบันชอบประดิษฐ์ไพ่ใช้เองในการเรียนการสอนเกือบทุกหัวข้อ เป็นเครื่องมือช่วยการเรียนรู้ มีความถนัดด้านการให้คำปรึกษา การพัฒนากระบวนการคิด และการบำบัดเยียวยา และการสอนภาวนากับธรรมะประยุกต์
