ครูดี เช็ดฉี่ให้นักเรียนได้

 

… ครูดี เช็ดฉี่ให้นักเรียนได้ …

สิ่งที่ทำแล้ว “ลดตัว” สิ่งนั้นคือเครื่องช่วยฝึกลดอัตตา

ก่อนที่ผมจะเขียนเรื่องนี้ ผมขอยกบทความที่ได้เขียนไว้ก่อนหน้า ขึ้นมาเกริ่นนำเรื่องราวก่อน

“อยู่อย่างเล็ก เพื่อประโยชน์อย่างใหญ่..

“เริ่มแรกที่ผมได้มีโอกาสอยู่ใกล้ชิดกับอาจารย์ประชา เพื่อทำงานโครงการภายใต้ยุวโพธิชน กับดูแลลูกของท่าน – นโม ตอนนั้นด้วยความเป็นวัยรุ่นที่เพิ่งออกจากระบบการศึกษา แม้จะด้วยเหตุผลเรื่องการหาเลี้ยงชีพ แต่ก็เปี่ยมด้วยไฟแสวงหาการศึกษานอกระบบด้วย ผมแอบมุ่งหวังในใจว่าจะได้เรียนวิชาเรื่องสังคมต่างๆ จากท่านโดยตรง ในฐานะที่เป็นศิษย์ก้นกุฏิ และคาดหวังว่าท่านจะหอบหิ้วไปงานสัมมนาต่างๆ มากมายเพื่อฝึกฝนประสบการณ์

“ปรากฏว่าตลอดหลายปีที่ได้อยู่อาศัยกับท่าน ท่านไม่ได้สอนอะไรแก่ผมดังที่ต้องการเลย บางช่วงผมก็นึกผิดหวัง คิดว่าจะได้อะไรจากท่านมากกว่านี้ ผิดหวังทั้งตนเองที่มิได้ใฝ่ศึกษาจากท่านมากพอ และรู้สึกผิดหวังที่ท่านไม่ได้ให้อย่างที่ตนต้องการ

“เมื่อก้าวออกมาจากร่มเงาท่านแล้ว จึงได้ตระหนักว่าสิ่งที่ท่านสอน คือความเป็นครูที่อยู่อย่างมนุษย์คนหนึ่ง ท่านทำอาหารให้กินหรือซื้อหามาให้เกือบทุกมื้อ ดูแลที่อยู่อาศัย บางครั้งก็ให้คำแนะนำต่างๆ เป็นทั้งเจ้านายและพ่อในคราวเดียวกัน

“เวลาผ่านมาเมื่อตนได้เป็นครูแก่คนอื่น จึงเข้าใจมากขึ้นว่าสิ่งที่ท่านทำให้ในช่วงนั้นคือบทเรียนอันยิ่งใหญ่แล้ว การทำอาหารให้ การดูแลความเป็นอยู่ต่างๆ เรื่องง่ายๆ ธรรมดาใกล้ตัว คือการสอนอย่างไม่สอนจากท่าน จำได้ว่าครั้งหนึ่งอาจารย์เคยบอกผมว่า “ครูต้องรู้จักสันโดษ” ซึ่งท่านก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ คืออยู่อย่างพอเพียง แสวงหาอย่างพอเพียง เรียบง่าย เป็นธรรมชาติ ลดละตัวตนความเป็นครูแล้วลงมาทำอาหารให้ และดูแลผมต่างๆ นานา ทั้งที่ท่านก็ล่วงวัยพอสมควรแล้ว

“สันโดษ คือ ความพอใจในความพอเพียง แบ่งออกเป็น 3 ประการคือ พอใจตามที่ได้มา (ยถาลาภสันโดษ) พอใจอย่างที่เป็นและสามารถ (ยถาพลสันโดษ) และ พอใจในความสมควรต่างๆ (ยถาสารุปปสันโดษ)

“ดังที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า

ย่อมไม่เล็งเห็นธรรมอื่นแม้อย่างหนึ่ง ที่เป็นไป เพื่อประโยชน์อย่างใหญ่ เหมือนความเป็นผู้มักน้อย เหมือนความเป็นผู้สันโดษ… ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความเป็น ผู้มักน้อย ความเป็นผู้สันโดษ ย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์ อย่างใหญ่ *(๑๕)

“ดังนั้นแล้ว หากเราปรารถนาทำตนให้เกิดประโยชน์อย่างใหญ่ การเป็นผู้มักน้อยและรู้สันโดษคือสิ่งที่พึงกระทำ ความเป็นผู้มักน้อยนี้เองก็จะนำไปสู่การลดมานะของตนเองด้วย เพราะการตอบสนองความอยากได้ อยากเป็นอย่างไม่รู้จักพอ ย่อมนำมาสู่ความหยิ่งผยองและยึดถือในตัวตนของตน

“อาจารย์ประชาสอนความเป็นครูแก่ผมให้ซึมซับเป็นแบบอย่าง ลดละวางตัวตนแล้วดูแลเด็กหนุ่มผู้โอหังคนนี้ มิได้วางตนไว้บนหิ้งให้คนอื่นดูแลและเคารพเลย แต่เป็นฝ่ายดูแลเสียมากในระหว่างที่อยู่กับท่านนั้น

“แม้ท่านอาจจะไม่ได้สอนเรื่องสังคม กระบวนทัศน์ใหม่ หรือศาสตร์ยากๆ ต่างๆ ให้ผมเท่าไร แต่บทเรียนชีวิตอันง่ายงาม ของผู้งามด้วยความเป็นอยู่ที่ง่ายนี้ เชื่อว่ามีความสำคัญต่อชีวิตของผมเอง มากกว่าในเรื่องเหล่านั้นมากมาย และมันคงสามารถเป็นคำจำกัดความของครูที่แท้ ในคำๆ เดียวว่า “ผู้สันโดษ”

– หนังสือ ดังนั้น จึงเป็นครู บทที่ 5

.

ผมนึกข้อคิด … ครูดี เช็ดฉี่ให้นักเรียนได้ … ส่วนหนึ่งเพราะบทเรียนจากอาจารย์ประชา หุตานุวัตร และส่วนหนึ่งคือบทเรียนจากการใช้บ้านเช่าตนเองเป็นที่จัดกิจกรรม ตั้งแต่ช่วงปี 2558

ท่านเคยบอกว่า การทำความสะอาด คือส่วนหนึ่งของการฝึกลดอัตตา ท่านบอกเด็กหนุ่มคนนี้ที่ไม่ค่อยสนใจเรื่องความสะอาดมากนัก แต่ก็เป็นสิ่งที่ผมจดจำได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะคำบอกกล่าวจากพี่ท่านอื่นว่า ท่านตั้งใจขัดส้วมขัดห้องน้ำมากๆ ตอนไปทำกิจกรรมอาสาล้างน้ำห้องวัดหรือที่ใดสักแห่งหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว

การเอาตัวเองที่ติดดี อยากดี บ้าดี ไปคลุกคลีกับสิ่งที่สกปรกเพื่อขัดถูให้หมดจด โดยเฉพาะเป็นคราบการขับถ่ายจากผู้อื่น ผมถือว่าเป็นบทเรียนที่ท้าทาย แต่มีคุณค่ามากเมื่อเราน้อมนำมาใช้เพื่อเป็นอุบายลดอัตตา มิใช่แค่การทำไปตามหน้าที่

แม้ตอนนั้นผมจะยังไม่ได้อินกับเรื่องนี้มาก แต่ตอนท่านป่วยด้วยโรคไวรัสตับอักเสบ ผมก็ตั้งใจที่ขัดคราบสกปรกในส้วมให้ท่านอย่างตั้งใจ แม้ไม่มีอุปกรณ์เสียด้วยซ้ำ ณ ตอนนั้นผมรู้สึกว่าเป็นการรับใช้ครูอาจารย์

จนเมื่อเริ่มใช้พื้นที่บ้านที่เช่าอาศัยเป็นสำนักงาน จัดกิจกรรมอบรมของตนเอง เมื่อปี 2558 เริ่มจากเรือนการุณยพร จนถึงบ้านแยกแคราย และจนถึงหมู่บ้านอยู่เจริญในเวลาต่อมา ผมจึงได้ตระหนักถึงการทำสิ่งที่ลดตัวคือการฝึกลดอัตตา ด้วยมือและอายตนะของตนเอง

เพราะเมื่อใช้บ้านเป็นที่จัดกิจกรรมแล้ว สิ่งที่เราต้องดูแลจัดการก็คือความสะอาดทั้งก่อน ระหว่าง และหลังกิจกรรม

ในชั่วโมงเรียน เราเป็นครูที่มีคนศรัทธายกมือไหว้ เมื่อหมดชั่วโมงแล้วเราก็เป็นภารโรงหรือพนักงานความสะอาดที่ใช้มือรับไหว้นั้น ขัดถูส้วม เก็บขยะทิชชู่ที่นักเรียนใช้ในห้องน้ำ ทำความสะอาดพื้นห้อง และเก็บอุปกรณ์

นำตัวลงไปจัดการกับคราบสกปรกจากกายเนื้อนักเรียน

เป็นสิ่งหนึ่งที่หล่อหลอมให้ผมเห็นว่า การเป็นครู มิใช่แค่เราสามารถเช่าห้องประชุมแล้วจัดกิจกรรมได้ดี นั่นคือการเป็นวิทยากร แต่การเป็นครูเป็นสิ่งที่มากกว่านั้น มิใช่แค่ตอนที่นักเรียนเห็นเท่านั้น

ผมโชคที่หลายครั้งก็มีผู้ช่วยแบ่งงานกันทำความสะอาด ไม่ต้องขัดส้วมหรือเก็บขยะห้องน้ำเองทุุกครั้ง และก็ยอมรับว่าในช่วงแรกก็รู้สึกรังเกียจความสกปรกแบบนั้นอยู่มาก จนเวลาผ่านมา โดยเฉพาะในช่วงที่ไม่มีผู้ช่วย ผมก็ยินดีที่จะทำสิ่งนั้นด้วยตนเอง ด้วยความเข้าใจในความสำคัญบนทาง “วิถีครู”

แม้ในปัจจุบันที่ผมประหยัดรายจ่ายด้วยการย้ายมาอยู่ห้องเล็ก และใช้ห้องคาเฟ่เป็นพื้นที่จัดกิจกรรมและแบ่งให้ลูกศิษย์มาใช้ การเก็บกวาดทำความสะอาดให้และการเก็บขยะจากห้องน้ำก็ยังเป็นสิ่งที่ผมเลือกที่จะทำด้วยตนเอง

ตอนเด็กเราก็คงเคยฉี่ราดมาไม่รู้กี่ครั้ง และก็ผู้ใหญ่ ใครสักคน ไม่ว่าพ่อแม่ หรือครูชั้นอนุบาล หรือพี่เลี้ยงก็ตาม พวกเขาก็เคยเช็ดให้เรามาแล้วนับไม่ถ้วน

สิ่งสกปรกและขยะต่างๆ ที่เราทิ้งไป ก็จะมีใครสักคนที่มาทำหน้าที่เก็บกวาดเช็ดล้างในสิ่งเหล่านั้น แม้จะเป็นหน้าที่การงานของเขา แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่เราพึงระลึกเพื่อลดทอนความถือตัวของเราด้วยเช่นกัน

อาจารย์ประชา เป็นแรงบันดาลใจสำคัญในเรื่องนี้ เพราะท่านทำอาหารให้ผมกินหลายมื้อ ผมได้วิชาผัดผักก็มาจากท่าน รวมถึงเสื้อผ้าบางชุดท่านก็ยกให้ บางช่วงก็ยกบ้านให้ใช้ทำกิจกรรมแล้วหนีไปอยู่คอนโดแทน การลดตัวลงมาดูแลเหมือนลูกคนหนึ่ง และความตั้งใจในการขัดล้างห้องน้ำในกิจกรรมอาสาก็เป็นแรงบันดาลใจให้ผมมาถึงวันนี้

การลดตัวลงมาทำความสะอาดจากคราบสกปรกผู้อื่น และการลดตัวทำสิ่งที่ความอยากดี-ยึดดีของตัวตนที่ไม่อยากทำ คือกิจกรรมง่ายๆ สำหรับการลดอัตตาของตัวเอง

อีกท่านหนึ่งที่ผมขอกล่าวถึง คือคุณโจน จันได ในช่วงหนึ่งผมเป็นผู้ประสานงานและผู้ช่วยพาคณะชาวต่างชาติดูงาน Eco-Village ในประเทศไทย และช่วงหนึ่งได้มาดูงานที่สวนพันพรรณ เพื่อนเล่าให้ผมฟังว่าตอนเช้าเขาแอบมาเห็นว่า คุณโจน จันไดเป็นผู้เดินมาเก็บจานชามต่างๆ ที่คณะผู้เยี่ยมชมหรือบุคคลอื่นๆ ที่ทานอาหารที่โรงครัวไว้แล้วไม่เก็บ ท่านเก็บสิ่งเหล่านั้นด้วยตนเอง แม้จะเป็นครูผู้ที่ใครก็ชื่นชมและยกย่องก็ตาม

ข้อคิดเล็กๆ เหล่านี้ ผมมองว่าเป็นสิ่งสำคัญสำหรับคนที่ต้องเดินทางบน “วิถีครู” ถึงแม้จะเรียกตนว่า วิทยากร กระบวนกร หรือโค้ชก็ตาม

การมีพื้นที่หรือได้รับโอกาสทำกิจกรรม สิ่งนั้นไม่ได้บ่งบอกว่าเราได้เป็นครูแก่ผู้อื่นแล้ว แต่การฝึก  “ลดตัว” คือสิ่งสำคัญมากที่ไม่อาจขาดได้ ซึ่งสิ่งที่จะช่วยได้อย่างหนึ่งนั้นก็คือ “ความสันโดษ” ความรู้จักเพียงพอ – พอใจตามที่ได้มา (ยถาลาภสันโดษ) พอใจอย่างที่เป็นและสามารถ (ยถาพลสันโดษ) และ พอใจในความสมควรต่างๆ (ยถาสารุปปสันโดษ)

ถ้าเราไม่รู้จักความพอใจ เราก็ไม่สามารถลดตัวได้ เราจะอยากใหญ่ อยากสะสมตัวตน และไม่พอใจภาระหน้าที่อันดูต้อยต่ำ แต่ล้ำค่าในทางฝึกใจ

การที่เราสอนเขาแล้วก็ต้องมาทำความสะอาดเช็ดล้างความสกปรกที่เขาทิ้งไว้ โดยที่ไม่มีใครทำแทน นั่นก็คือการฝึกความสันโดษ ความพอใจในความสมควรของสิ่งที่เราพึงกระทำ แม้มันจะขัดใจเราบ้างก็ตาม

พระพุทธเจ้า ครูผู้ทรงยิ่งใหญ่ ก็ยังทรงมาเช็ดล้างตัวภิกษุที่ล้มป่วยและจมกองอุจาระของตนเอง โดยที่บุคคลอื่นไม่เหลียวแล เพราะด้วยความรังเกียจพฤติกรรมของภิกษุผู้นั้น แต่สิ่งนี้คือตัวอย่างของครูที่ยิ่งใหญ่ กว่าการมีทักษะการสอนที่เป็นเลิศ

ในวันที่เรามีเอไอ ซึ่งสามารถสอนสิ่งต่างๆ แทนครูได้แล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่เอไอจะยังไม่สามารถสอนได้ นั่นคือ ความเป็นมนุษย์ที่แท้จริง ซึ่งมิเพียงแค่คิดหรือให้คำตอบเป็นเลิศ แต่ยังลงมือทำในสิ่งที่สมควรกระทำเพื่อขัดเกลาตนและเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ผู้อื่นต่อไป

.

ครูโอเล่ สถาบันธรรมวรรณศิลป์
คอลัมน์ “ไกด์โลกจิต”
เรามีลมหายใจ ธุรกิจเพื่อสังคม

.

ปล. ภาพจากตอนใช้บ้านอาจารย์ จัดกิจกรรม “เดินตะปู” ในหลักสูตร “ห้องเรียน วิถีครู” หรือในตอนนั้นชื่อว่า ห้องเรียน นักล้ากฝัน