เขียนเปลี่ยนชีวิต
เรียนการเขียนบำบัด สู่การสร้างสรรค์ชีวิต
…แล้วคุณจะรู้ว่า การเขียนให้อะไรมากกว่าที่คิด และการเปลี่ยนชีวิตเริ่มได้ด้วยมือของตนเอง
อ่านเสียงตอบรับจากผู้เรียน →
จรดปากกาผ่าตัดหัวใจ เปลี่ยนให้เห็นคุณคนใหม่
สำรวจโลกภายในจิตใจ ด้วยการเขียนที่ไม่ธรรมดา
การเขียนเพื่อสื่อสารกับตนเองอย่างลึกซึ้ง
เรียนการเขียนบำบัด (Writing Therapy) แล้วต่อยอดสู่การเขียนงานสร้างสรรค์ ดูแลหัวใจ รู้จักตัวเอง และได้พลังผลักดันชีวิตก้าวต่อไป
“เขียนเปลี่ยนชีวิต” เป็นหลักสูตรสอนการเขียนบำบัด (Writing Therapy) เพื่อพัฒนาจิตใจและการเปลี่ยนแปลงตนเองในด้านต่างๆ อาทิ การรู้จักตนเอง การก้าวข้ามจากความเคยชิน การเยียวยาความรู้สึกเชิงลบ การรักและเห็นคุณค่าในตนเอง และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยประยุกต์กับหลักการทางจิตวิทยา ผสมผสานเป็นหลากหลายเทคนิคการเขียนเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงให้แก่ตนเอง
การเขียนในที่นี้ไม่ใช่การเขียนเพื่อสร้างผลงาน แต่เป็นการสื่อสารกับตนเองอย่างลึกซึ้ง เพื่อให้เราได้ดูแลตนเอง สร้างพลังเชิงบวกให้แก่ใจ และเปิดมุมมองต่อตัวเองและชีวิตให้กว้างขึ้นผ่านการจรดปลายปากกา
วิดีโอเนื้อหาเป็นการบรรยายจากรอบสอนสด เขียนเปลี่ยนชีวิต รุ่นที่ 58 พร้อมเนื้อหาเพิ่มเติม
สิ่งที่จะได้รับจากการอบรม
- ดูแลจิตใจของตนเอง เติมเต็มความสุข คลี่คลายความทุกข์ และรักตนเองมากยิ่งขึ้น
- รู้จักตนเองในด้านต่างๆ เพื่อรู้ทัน รู้ใช้ และรู้วาง ในศักยภาพและข้อจำกัดด้านต่างๆ และสิ่งที่ซ่อนอยู่ในตน
- เยียวยาปมในอดีต ปลดล็อกสิ่งที่ดีในช่วงวัยเด็ก และเห็นแนวทางในการเติมเต็มความต้องการที่ซ่อนอยู่ภายในจิตใจ
- ก้าวข้ามความเชื่อ ความรู้สึกมีข้อจำกัด เห็นโอกาสในการพัฒนาตนเองและชีวิต
- ฝึกการเขียนบำบัดในรูปแบบต่างๆ และต่อยอดสู่การฝึกเขียนงานสร้างสรรค์
๔ หมวด ๒๐ ตอน
หมวดละ ๕ ตอน ต้องศึกษาตามลำดับ
พื้นฐานการเขียนบำบัด หรือ Writing Therapy เพื่อดูแลความรู้สึกในหัวใจ สำรวจจิตใต้สำนึก และทบทวนเหตุการณ์ในชีวิต
เขียนแบบ Self-Reflection เพื่อสำรวจตัวตนที่หลากหลาย ศักยภาพที่มี และโลกภายในที่ซ่อนอยู่ ให้เกิดความตระหนักรู้ในตนมากขึ้น
ปลดล็อกตัวเองด้วย Inner Child Journal เยียวยาปมวัยเด็ก ปลดล็อกศักยภาพแห่งความเป็นเด็กที่ซ่อนในตัวเรา และบ่มเพาะการรักตนเอง
ออกนอกกรอบความคิด สร้างแรงบันดาลใจให้ตนเอง ด้วยเทคนิค Kinesthetic Writing และต่อยอดสู่การเขียนสร้างสรรค์
วิดีโอเนื้อหาหลัก 16 ตอน และเนื้อหาพิเศษ 4 ตอน · ตอนละ 1.30–2.50 ชั่วโมง
“หมอในมือ เพื่อนข้างกาย ไปได้ทุกที่
มีราคาไม่แพง แฝงคุณค่ามากมาย”
ปากกาหนึ่งด้ามกับกระดาษหนึ่งหน้า
คือเครื่องมือดูแลใจที่พกไปได้ทุกที่
เครื่องมือที่มีงานวิจัยรองรับ
จากงานวิจัยในต่างประเทศ
การเขียนบำบัดเป็นเครื่องมือที่ได้รับการศึกษาวิจัยอย่างกว้างขวาง อาทิพบว่า การเขียนบำบัดส่งเสริมการดูแลความหลังฝังใจ ฝันร้าย และประสบการณ์ที่ไม่พึงปรารถนา และช่วยให้ค่อยๆ เชื่อมโยงกับกิจกรรมและสถานที่ที่พยายามปฏิเสธ ฟื้นฟูสภาพจิตใจผู้สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก ผู้ที่วัยเด็กประสบกับความเจ็บป่วยเรื้อรัง และผู้ที่เพิ่งผ่านความสัมพันธ์ที่แตกสลาย
Klein & Boals, 2001; Sloan & Marx, 2004; Schwartz & Drotar, 2004; Lepore & Greenberg, 2002
การเขียนบำบัดกับผู้ต้องขังแดนหญิง
ครูโอเล่ ได้ศึกษาร่วมกับพยาบาลชำนาญการ กับกลุ่มผู้ต้องขังแดนหญิงที่ป่วยด้วยโรคเรื้อรัง เมื่อปี 2566 พบว่าผู้เข้าร่วมโครงการการเขียนบำบัดอย่างต่อเนื่อง มีพัฒนาการในหลายด้าน
ที่มาและหลักการของหลักสูตร
ปัจจุบันมีการนำการเขียนมาใช้ในวงการการศึกษาทางเลือก การบำบัดเยียวยาสุขภาพจิต ส่งเสริมการพัฒนาสุขภาพร่างกาย และการอบรมพัฒนาศักยภาพอย่างแพร่หลายมากขึ้น ลักษณะการเขียนเช่นนี้มาจากสามสายหลักๆ ได้แก่ 1 การเขียนบำบัด (Therapeutic Writing and Expressive Writing) ในวงการการแพทย์และสุขภาพ 2 การเขียนเพื่อการใคร่ครวญ (Reflective Writing) และการเขียนบันทึกสร้างสรรค์ (Creative Writing) ในกลุ่มนักฝึกอบรม 3 และการเขียนเชิงจิตวิทยาในกลุ่มนักจิตวิทยาและนักฝึกอบรมที่เน้นกระบวนการการเขียน
สองสายหลังริเริ่มและพัฒนาแพร่หลายก่อนสายแรกในช่วงราวทศวรรษที่ 76-79 ซึ่งเพิ่งมีการศึกษายอมรับอย่างเป็นจริงเป็นจังในช่วงสองถึงสามทศวรรษที่ผ่านมาเกี่ยวกับคุณประโยชน์จากการเขียนเชิงประจักษ์ด้านสุขภาพ จนมีงานศึกษาวิจัยจากกลุ่มบุคคลต่างๆ มากกว่า 200 ชิ้น
สำหรับ หลักสูตร “เขียนเปลี่ยนชีวิต” ของสถาบันธรรมวรรณศิลป์ ใช้แนวทางองค์ความความรู้ที่พัฒนาจากทั้งสามสาย โดยดึงจุดเด่นของแต่ละแนวทางที่เคยมีการศึกษาวิจัย เผยแพร่ความรู้ และดำเนินงานมาแล้ว ผสานกับองค์ความรู้ด้านการรู้จักตนเอง อาทิ จิตวิทยาเชิงกระบวนการ (Process Work) จิตวิทยาตัวตน (Voice Dialogue) เด็กน้อยภายใน พุทธธรรม เป็นต้น เกิดเป็นหลักสูตรการเขียนเพื่อพัฒนาชีวิตในหลากหลายด้าน ได้แก่ เขียนค้นตน : เขียนเพื่อการรู้จักตัวตนหลากหลายด้าน , เขียนข้ามขอบ : เขียนเพื่อเปลี่ยนแปลงมุมมองความคิดและดึงศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในตัวเอง , เขียนเยียวยา : เขียนเพื่อการบ่มเพาะความสุขและเยียวยาความทุกข์ในจิตใจ และ เขียนภาวนา : เขียนเพื่อกำกับจิตและพินิจหลักธรรมประสานกับจังหวะลมหายใจ โดยได้ดำเนินการมาแล้วมากกว่า 45 รุ่น ในปี พ.ศ.2563
มีหนังสือตีพิมพ์เกี่ยวกับการเขียนเพื่อพัฒนาชีวิตอย่างหลากหลายด้านในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น Journalution , Writing as a Way of Healing , Write Yourself, Writing the Natural Way เป็นต้น นอกเหนือจากด้านสุขภาวะและการรู้จักตนเอง ยังเป็นหัวเรื่องเกี่ยวกับการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ การบ่มเพาะเชิงจิตวิญญาณ การเขียนบันทึกเพื่อเข้าใจคัมภีร์ไบเบิ้ล เป็นต้น มีการจัดตั้งองค์กรเพื่ออบรมหรือบำบัดโดยใช้การเขียนอีกจำนวนไม่น้อย เกิดเว็บไซต์ที่ให้ความรู้ ขายหนังสือ ประชาสัมพันธ์คอร์ส และเป็นชุมชนผู้เขียนบำบัด หลายสถาบันสุขภาพนำการเขียนเป็นกระบวนการช่วยบำบัดเยียวยา ฟื้นฟู และพัฒนาสุขภาพจิตและร่างกาย กับผู้ป่วยหลายอาการ ทั้งอาการทางจิต เช่น การซึมเศร้า การวิตกกังวล ผู้ติดเหล้าและสารเสพติด ผู้ถูกกระทำจากความรุนแรง ทั้งได้รับความเจ็บปวดทางกายและทั้งจิตใจ ผู้ป่วยโรคมะเร็ง ผู้เข้ารับการบำบัดในโรงพยาบาลจิตเวช ผู้มีคดีความต้องขัง ผู้เข้ารับการให้คำปรึกษา อีกทั้งบุคคลทั่วไปที่มีความเครียด มีความไม่สบายใจ ติดอยู่กับปมปัญหา มีความไม่กล้าแสดงออก กำลังสับสน เผชิญปัญหาทางใจเรื่องต่างๆ หรือประสบปัญหาสุขภาพกาย เป็นต้น
การ์ดออนไลน์ คู่กับการเขียนเปลี่ยนชีวิต
หายใจ ๓ ครั้ง จับการ์ดหนึ่งใบ แล้วใช้เป็นหัวข้อเขียน ลองก่อนเริ่มเรียน หรือใช้ฝึกต่อหลังเรียนแต่ละตอนก็ได้
การ์ดเขียนเปลี่ยนชีวิต
Free Writing · หัวข้อชวนเขียนหัวข้อชวนเขียนพื้นฐานเพื่อดูแลใจ ทั้งคุณค่าและการรักตัวเอง ความทุกข์และการดูแลปัญหา ย้อนมองชีวิต และสนทนากับร่างกาย เลือกเขียน วาดระบาย หรือเขียนไม่หยุดปากกา เป็นการอุ่นเครื่องก่อนเรียนหมวดแรก
ไปจับการ์ดเขียนเปลี่ยนชีวิต หมวด เขียนค้นตนการ์ดปลุกตัวตน
Self-Cards · สำรวจตัวตน ๓ ด้านเปิดการ์ด ๓ ตำแหน่ง ตัวตนหลักที่เป็นอยู่แล้ว ตัวตนรองที่ทอดทิ้งไป และสิ่งที่ควรเป็นมากขึ้น แล้วเขียนสะท้อนตนจากคำถามของแต่ละใบ ฝึกต่อเนื่องจากการเขียนค้นตนในหลักสูตร
ไปจับการ์ดปลุกตัวตนยังมีการ์ดฝึกใจอีกหลายชุด เช่น การ์ดทันใจ การ์ดเติมใจ การ์ดเงาและแสง · ดูการ์ดทั้งหมด →


เรียนเนื้อหา ๒ ตอนแรกได้เลย
เตรียมสมุดบันทึก อุปกรณ์การเขียน และช่วงเวลาในการเรียนรู้ เพื่อเดินทางสู่การรู้จักตนอย่างแท้จริง ศึกษาเอกสารก่อนเรียนก่อน แล้วเข้าเรียนตอนที่ ๑ และ ๒
สารบัญในวิดีโอ (24 ช่วง) — กดเพื่อข้ามไปช่วงนั้น
ทบทวนหลังดูคลิปจบแล้ว · เขียนเยียวยา · คืนที่ ๑
ประเด็นจากตอนนี้
- เขียนเพื่อรักตัวเอง ไม่ใช่เขียนเพื่อสร้างผลงาน เขียนเพื่อสร้างผลงานคือเขียนให้คนอื่นรักเรา ส่วนเขียนเพื่อสะท้อนตนคือเขียนให้เรารักตัวเอง
- การเขียนบำบัดไม่ต้องสนลายมือ การสะกดคำ หรือความถูกต้อง ให้ซื่อสัตย์ต่อความคิดและใจของตัวเอง เขียนเพื่อให้เกิดความคิด ไม่ต้องรอคิดก่อนเขียน วิธีเริ่มที่ง่ายที่สุดคือ อย่าคิดว่ากำลังเขียนหนังสือ
- เครื่องมือพื้นฐาน: วาดระบาย และเขียนไม่หยุดปากกา ใช้ทั้งภาพและคำ เหตุผลและความรู้สึก ทำให้ได้ใช้ทั้งร่างกาย หัวใจ และสมอง ใจจึงค่อยๆ กลับมาสมดุล
- เรื่องราวของทุกคนมีคุณค่า และทุกการเขียนก็มีคุณค่า การเขียนเรื่องของตัวเองคือการยืนยันคุณค่าของชีวิต การเขียนบำบัดมี ๔ รูปแบบ คือ เล่าเรื่อง ใคร่ครวญ จูงใจตัวเอง และเขียนสร้างสรรค์
- เขียนทั้งรูปธรรมและนามธรรม แล้วทบทวนหลังเขียนเสมอ เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคู่กับความรู้สึกนึกคิด แล้วถามตัวเองหลังเขียนว่ารู้สึกอย่างไร ได้ระลึกถึงอะไร เพื่อเก็บตก ย้อนมอง และต่อยอดจากสิ่งที่เขียน
ข้อความเตือนใจ
การเขียน คือการรับฟังหัวใจ
ลองเขียนต่อ
เขียนไม่หยุดปากกาอย่างน้อย ๗ นาที ขึ้นต้นว่า "ฉันก็เคยมีความสุขเมื่อ..." เล่าทั้งเหตุการณ์และความรู้สึก แล้วทบทวนว่ารู้สึกอย่างไรระหว่างและหลังเขียน ปิดท้ายด้วยการวางมือที่หัวใจ
สารบัญในวิดีโอ (25 ช่วง) — กดเพื่อข้ามไปช่วงนั้น
ทบทวนหลังดูคลิปจบแล้ว · เขียนเยียวยา · คืนที่ ๒
ประเด็นจากตอนนี้
- การเขียนดูแลใจ คือการยื่นดอกไม้ให้ตัวเอง ทุกการเขียนคือการให้ การเติมเต็ม และการรับฟังเสียงทั้งภายนอกและภายใน การเขียนกว่าครึ่งหนึ่งจึงเป็นการฟัง
- เห็นคุณค่าในตัวเองได้ เริ่มจากเห็นคุณค่าของสิ่งที่เขียน ไม่ว่าจะสมบูรณ์แบบหรือสวยงามหรือไม่ และการทบทวนหลังเขียนก็เหมือนการเหลียวมองการเดินทางที่ผ่านมา
- เขียนแบบเชื่อมโยงอิสระ (Free Association) จดสิ่งที่นึกถึงจากคำหรือภาพโดยไม่กลั่นกรอง แล้วต่อยอดเชื่อมโยงกัน จะเห็นสิ่งที่อยู่ในจิตใต้สำนึก แม้ภาพที่ดูไม่ดีก็ให้ความหมายเป็นคำแนะนำที่ดีได้
- ใช้จินตนาการเปรียบเทียบตัวเอง ลองเปรียบตัวเองเป็นสัตว์ สิ่งของ หรือสิ่งในธรรมชาติ แล้วถามว่าดูแลมันอยู่อย่างไร และควรดูแลต่างจากเดิมอย่างไร เป็นการออกจากวิธีคิดเดิม กุญแจทางออกซ่อนอยู่ในตัวเราเอง
- เขียนด้วยมือข้างไม่ถนัด เป็นตัวแทนของจิตใต้สำนึกและอีกด้านของตัวเอง เขียนช้าลงและน้อยลง แต่ออกมาจากข้างในมากขึ้น ปล่อยมือไปตามธรรมชาติ ไม่ต้องบังคับลายมือ
ข้อความเตือนใจ
การเขียนดูแลใจ คือการจับปากกา
ให้เหมือนยื่นดอกไม้ให้กับตัวเอง
ลองเขียนต่อ
ถามตัวเองว่า "อยากให้อะไรแก่ตัวเองในช่วงนี้มากที่สุด" นึกว่าสิ่งนั้นเหมือนอะไร วาดด้วยมือไม่ถนัด แล้วให้มือไม่ถนัดเขียนตอบแทนสิ่งนั้นว่า "เธออยากบอกอะไรแก่ฉัน"
คู่มือ
เขียนเยียวยา
รับตัวอย่างคู่มือเขียนเยียวยา และแบบฝึกหัดพื้นฐาน ฟรี
เพียงทักไลน์และแจ้งขอรับตัวอย่างคู่มือ (ได้รับคู่มือฉบับเต็มเมื่อเรียนจบหลักสูตร)
ขอรับตัวอย่างคู่มือเขียนเยียวยาสิ่งที่ต้องเตรียมในการเรียน
- สมุดบันทึก
- อุปกรณ์การเขียน (อนุโลมแท็บเล็ตที่ใช้ปากกา)
- ช่วงเวลาที่ได้อยู่กับตัวเอง สำหรับเรียนและฝึกเขียนตามกิจกรรม
เนื้อหาเต็มที่เหลือ (ตอนที่ 3–20)
- 1วิดีโอบรรยายและกิจกรรมการเขียนอีก 18 ตอน ครบ 4 หมวด ความยาวตอนละ 1.30–2.50 ชั่วโมง เรียนทางเว็บไซต์ไม่จำกัดเวลา
- 2แบบฝึกหัดเพิ่มเติม และคู่มือเขียนเยียวยาฉบับเต็ม เมื่อผ่านการอบรมตามเงื่อนไข
- 3ไฟล์ใบประกาศผ่านการอบรม เมื่อเรียนครบเงื่อนไข
ภาพรวมเนื้อหาเต็มทั้ง 20 ตอน
4 หมวด หมวดละ 5 ตอน · รวมวิดีโอ 37 ชั่วโมง 29 นาที พร้อมกิจกรรมการเขียนทุกตอน
- 1เขียนเพื่อรักตัวเอง ไม่ใช่เพื่อสร้างผลงานทดลองเรียนฟรี
- 2ฟังเสียงภายในด้วยมือข้างไม่ถนัดทดลองเรียนฟรี
- 3ให้ถ้อยคำแก่อารมณ์ที่ไม่ชอบ
- 4สนทนากับร่างกาย
- 5มอบถ้อยคำดีๆ ให้กายใจ (เนื้อหาพิเศษ)
- 6ตั้งคำถามกับ “ฉันเป็นคนแบบนี้”
- 7พบตัวตนที่หลากหลาย
- 8ก้าวข้ามนิยามเดิม
- 9ฟังทุกเสียงข้างใน
- 10สำรวจที่มาของความเชื่อ (เนื้อหาพิเศษ)
- 11ชวนคุณสมบัติดีๆ ในวัยเด็กกลับมาใช้อีกครั้ง
- 12มองโลกเป็นสนามเด็กเล่น
- 13โอบอุ้มเด็กน้อยในยามทุกข์
- 14สนทนากับความเชื่อเก่า
- 15ความฝันในวัยเด็ก (เนื้อหาพิเศษ)
- 16รู้จัก “ขอบ” ของตัวเอง
- 17เปลี่ยนนิยามชีวิตด้วยกลอนเปล่า
- 18เรียบเรียงเรื่องเดิมใหม่ด้วยพลังจินตนาการ
- 19จากบันทึกส่วนตัว สู่งานเขียนสร้างสรรค์
- 20อ่านสัญญาณชีวิต (เนื้อหาพิเศษ)
สมัครเข้าร่วม และสนับสนุนกิจกรรมโครงการ
สมัครเรียนออนไลน์
ชำระผ่าน Stripe อย่างปลอดภัย · Visa · Mastercard · Google Pay · PromptPay
- หากโอนผ่านบัญชีธนาคาร ส่งหลักฐานการโอนทางไลน์ @khianpianchiwit หรืออีเมล dhammaliterary@gmail.com พร้อมแจ้งชื่อ อีเมล และหัวข้อหลักสูตร “เขียนเปลี่ยนชีวิต”
- รายรับในการอบรมเมื่อหักค่าใช้จ่ายและค่าวิทยากรแล้ว นำไปใช้ในโครงการเพื่อการกุศลต่างๆ ของ เรามีลมหายใจ – ธุรกิจเพื่อสังคม สถาบันธรรมวรรณศิลป์ อาทิ ทุนการศึกษาแก่เยาวชนในโครงการรางวัลธรรมวรรณศิลป์ · เส้นทางของเราที่ผ่านมา
เริ่มเรียน ๑๐ ตอนแรก
หมวด ๑ เขียนเยียวยา และหมวด ๒ เขียนค้นตน เหมาะกับผู้ที่อยากเริ่มก่อน แล้วค่อยตัดสินใจเรียนต่อ
ชำระผ่าน Stripe อย่างปลอดภัย · Visa · Mastercard · Google Pay · PromptPay
- อัปเกรดเรียนต่อหมวด ๓ เด็กน้อยภายใน และหมวด ๔ เขียนข้ามขอบ จ่ายเพิ่ม 1,000 บาท รวมเท่าราคาเต็ม
- ผ่านการอบรม รับไฟล์ใบประกาศและคู่มือฉบับเต็ม เมื่อเรียนอย่างน้อย 12 ตอน (ต้องอัปเกรดเรียนต่อ)
- หากโอนผ่านบัญชีธนาคาร แจ้งว่า “ครึ่งคอร์สแรก เขียนเปลี่ยนชีวิต”
เหมา 4 หลักสูตร 4,990 บาท
จากปกติ 7,960 บาท · รวมหลักสูตรนี้ด้วย · ดูรายละเอียดแพ็กเกจ →
สิ่งที่ผู้เรียนรุ่นก่อนได้รับ
ได้เข้าเรียนแล้วรู้สึกเหนือความคาดหมายค่ะ ลึกซึ้งกว่าที่คิดไว้ ได้เรียนรู้เทคนิคใหม่ๆ ในการพูดคุยกับภายในเรา… ชอบตอนที่เขียนแล้วไม่ให้กลับไปอ่านทวนค่ะ รู้สึกว่าได้อยู่กับปัจจุบันดี
ตัดคนใจร้ายออกจากชีวิตได้ง่ายขึ้น รักตัวเองมากขึ้น… อ่อนโยนกับตัวเองมากขึ้น
รู้เป้าหมายของตัวเองชัดขึ้น ได้ให้อภัยตัวเองและคนอื่นๆ ในอดีต มองเห็นตัวเองในตอนนี้ ชื่นชมและภูมิใจ
ข้อความจากผู้เรียนรุ่นก่อน
“ได้เข้าเรียนแล้วรู้สึกเหนือความคาดหมายค่ะ ลึกซึ้งกว่าที่คิดไว้ ได้เรียนรู้เทคนิคใหม่ๆในการพูดคุยกับภายในเรา รวมทั้งได้เรียนรู้จากคำถามและการแชร์ของเพื่อนๆด้วยค่ะ รู้สึกเหมือนเป็นอีกกลุ่มความสัมพันธ์นึงที่เรามีนัดพบกันทุกสัปดาห์ตลอดระยะเวลา3เดือน ดีจังค่ะ ได้พัฒนาตัวตน ให้ฝึกฟังอย่างลึกซึ้งมากขึ้น ชอบตอนที่เขียนแล้วไม่ให้กลับไปอ่านทวนค่ะ รู้สึกว่าได้อยู่กับปัจจุบันดี รู้สึกว่าเปิดกว้างในการยอมรับตนเองและผู้อื่นมากขึ้นค่ะ เข้าใจและยอมรับความเป็นไปต่างๆตามความเป็นจริงได้ง่ายขึ้นค่ะ”
“รู้สึกโชคดีที่ได้เข้าเรียนหลักสูตรเขียนเปลี่ยนชีวิต เรียนแล้วเปลี่ยนชีวิตจริงๆ ค่ะ โดยเริ่มจากเปลี่ยนวิธีคิด ที่ผ่านมาเราเติบโตขึ้นมาท่ามกลางสภาพแวดล้อม คำพูดที่คนรอบข้างกำหนดว่าเราเป็นคนเช่นไร ทำให้เรามองไม่เห็นคุณค่าของตัวเอง ไม่รักตัวเอง คิดว่าเราเป็นคนเดียวในโลกที่กำลังเผชิญกับปัญหา เมื่อเรียนแล้วและได้เข้ากลุ่มย่อยทำให้พบว่าเราไม่ใช่คนเดียวในโลกที่เศร้าหวาดกลัวไม่มั่นใจในตัวเอง เพื่อนๆก็เป็น ที่เคยคิดว่าปัญหาเราใหญ่มาก พอฟังเรื่องราวของเพื่อนๆ ก็พบว่าบางคนหนักกว่าเราเยอะ ได้ฟังความคิดของเพื่อนๆ ทำให้เรามีกำลังใจมากขึ้นเข้มแข็งขึ้น การอบรม”เขียนเปลี่ยนชีวิต” ในครั้งนี้ช่วยดึงสติให้เห็นคุณค่าในตัวเองและมีจิตใจที่เข้มแข็งขึ้น มิได้ช่วยคนแค่ 1 คนแต่เป็นการช่วยครอบครัวและคนรอบข้าง สังคมของผู้เรียน รวมไปถึงโลกใบนี้ค่ะ”
“ฉันดีใจที่ได้เรียนครบทุกหัวข้อ เพราะฉันชอบมากทุกหัวข้อเลย แต่ถ้าต้องเลือก ฉันขอเลือกหัวข้อที่นำพาฉันก้าวข้ามความเป็นตัวเองได้มากที่สุด นั่นก็คือ หัวข้อ “เขียนข้ามขอบ” โดยเฉพาะกิจกรรมเขียน/วาดตามจังหวะชีวิต กิจกรรมนำพาวาดขีดเขียนทะลุความเป็นตัวตน จนฉันตระหนักรู้ได้ว่า ความเป็นตัวฉันนั่นแหละคือ “ขอบ” สำคัญที่ฉันต้องก้าวข้าม การยึดติดกับสิ่งเดิมๆที่ตัวเองกำหนดไว้เป็นมาตราฐานสิ่งที่เรียกว่า “ดี” “เหมาะสม” โดยไม่รู้ว่า นี่แหละคือ กรงขังที่ปิดกั้นฉันจากอิสรภาพและจินตนาการ การได้ใช้คำใหม่หรือให้ความหมายใหม่ กับสิ่งที่เรากำหนดไว้ ช่วยเปิดมุมมอง ปรับทัศนคติให้ทุกอย่างผ่อนคลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น จากสิ่งที่ดูซีเรียส กลายเป็น ประโยคขำขัน ตลกดีค่ะ ”
“รู้สึกขอบพระคุณคุณครูโอเล่ ที่วางโครงสร้างหลักสูตรให้พวกเราค่อยๆ รู้จักตัวตนที่เราคุ้นเคยอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย สู่การตระหนักรู้ถึงตัวตนที่เราไม่คุ้นเคยเป็นพื้นที่เสี่ยงที่เราไม่กล้าก้าวข้ามออกไป ครูค่อยๆจูงมือพาเราก้าวข้ามขอบความเป็นตัวตน ความเชื่อ ทัศนคติ สอนให้เรียนรู้วิธีการยืนหยัดอยู่ในพื้นที่เสี่ยงอย่างอิสระและปลอดภัย ขณะเดียวกันครูไม่ลืมที่จะสอนให้เรารู้จักใช้ประสบการณ์การเรียนรู้ แบ่งปันให้เป็นประโยชน์กับผู้อื่น”
“เด็กน้อยภายใน พาฉันกลับไปพบตัวเองตอนเป็นเด็กน้อย ที่มีแต่ความสุขและเสียงหัวเราะ ขำกับเรื่องเดิมๆจนปวดท้อง ฉันได้ตระหนักรู้ว่า เด็กคนนั้นหายไป กลายเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่มีความสุข กลัวความผิดพลาด ความทุกข์หม่นๆลึกๆ นั่นเป็นเพราะฉันยึดติดอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยเดิมๆ ความอบอุ่น ความรักความไว้ใจที่ได้รับมาโดยตลอด ฉันไม่กล้าเผชิญความเสี่ยงใดๆที่จะทำให้ฉันสูญเสียสิ่งเหล่านี้ไป การเรียนจากคอร์สนี้ช่วยให้ฉันเปลี่ยนทัศนคติจากการยึดติดฉุดรั้ง เด็กน้อยช่วยส่งพลังผลักดันให้ฉันรู้สึกขอบคุณ และมองเห็นคุณค่าในตัวเอง ความผิดพลาดที่ฉันหนีมาตลอด ไม่ใช่สิ่งที่ลดทอนคุณค่าในตัวฉัน สิ่งที่บั่นทอนคุณค่าในตัวฉันคือ การที่ฉันไม่กล้าเผชิญความจริง หลีกหนีปัญหา ต่างหาก จากจุดนี้ ฉันรู้แล้วว่า ฉันจะไม่มีวันมีความสุขถ้าฉันยังจมอยู่กับปัญหาที่ไม่ได้รับการแก้ไข ฉันได้พัฒนาตัวเองด้วยการกล้ากลับมาวางแผนแก้ไขปัญหาคั่งค้างที่ซุกไว้”
“ตัดคนใจร้ายออกจากชีวิตได้ง่ายขึ้น รักตัวเองมากขึ้น ใครที่ไม่รักก็คือไม่รัก ไม่บังคับหรือตั้งคำถามอีกต่อไป อ่อนโยนกับตัวเอง ปล่อยและช่าง…มากขึ้นจากที่เคยกดดันตัวเองให้เพอร์เฟ็กต์ในเรื่องต่างๆ จากการที่เข้ากลุ่มย่อยและรับฟังคนอื่นได้รับรู้ว่าคนอื่นเจอเรื่องหนักกว่ามากเค้ายังผ่านไปได้ เรื่องของเราแค่นี้เอง ปล่อยวางได้ ใจก็เบาลง”
“รู้เป้าหมายของตัวเองชัดขึ้น ได้ให้อภัยตัวเองและคนอื่นๆในอดีต มองเห็นตัวเองในตอนนี้ ชื่นชมและภูมิใจ มรกำลังใจในการลงมือทำของตัวเองต่อไป ที่สำคัญ คือได้ประยุกต์สิ่งที่อาจารย์สอนลงในงานของตัวเองด้วย เป็นความรู้เพื่อเป็นประโยชน์ให้คนอื่นต่อไปอีกหลายคนค่ะ”
“ฉันชอบทุกหัวข้อที่เข้าร่วม เพราะอาจารย์จริงใจและละเอียดในการสอนทุกหัวข้อ ทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ เทคนิคที่ชอบมากที่สุดคือการได้วาดรูปตามความคิดและอารมณ์ และการเขียนโดยไม่หยุดพัก เพราะเป็นอะไรที่ดูจริงใจ ตรงไปตรงมากับตัวเองดี สิ่งต่าง ๆ ที่อยู่ในใจสามารถระบายออกมาได้อย่างไหล่ลื่น อีกทั้งคือไม่มีคำว่าผิดหรือถูกในการเรียนแม้แต่นิดเดียว สอนให้เราเปิดรับทุกอย่างที่เป็นไปในตัวเอง… “เขียนเยียวยา” หัวข้อแรกเกี่ยวกับความสุข ยอมรับเลยว่าตอนแรกฉันเข้ามาเรียน มีแต่ความทุกข์จากที่ทำงาน อาจารย์ให้ทบทวนความสุขที่เคยมีทำให้ฉันพบความสุขง่าย ๆ ที่ลืมเลือนไปนานแสนนาน ฉันได้ทำความเข้าใจในมุมมองใหม่ ว่า การเขียนคือการฟัง การเขียนถึงตัวเองคือการรับฟังตัวเอง ฉันเพิ่งมาเห็นว่าตัวเอง เอาแต่หลีกหนีจากความทุกข์ในใจมาโดยตลอด… “เขียนค้นตน” การมีตัวช่วยทั้งการตั้งคำถามสืบค้น การเปรียบเทียบตัวเองผ่านสิ่งต่าง ๆ และการแลกเปลี่ยนกับเพื่อน เป็นตัวช่วยทำให้เราเห็นมิติของตัวเองในมุมมองที่หลากหลายมากขึ้น ช่วงนี้ฉันมักมองตัวเองแข็งกระด้างทั้งที่บ้านและที่ทำงาน แต่พอฟังเพื่อนก็เห็นความอดกลั้นภายในที่เข้มแข็ง และยังมีอีกด้านที่อ่อนโยนที่เรามักละเลยไป เราได้มีโอกาสให้เขาออกมาตามกิจกรรมที่อาจารย์นำพาไปและรับรู้ถึงการมีอยู่ของทั้งหมดในตัวเอง…”
“หัวข้อ “เด็กน้อยภายใน” ฉันชอบหัวข้อนี้ตรงที่ได้ขยายจินตนาการออกไปกว้างไกล เลยขอบเขตที่ฉันคิดว่าตัวเองทำได้เพียงเท่านี้ การเขียนถึงนางฟ้าทำให้เห็นว่าเรามีศักยภาพในการกลับมาปลอบใจตัวเองได้อย่างดี การแต่งเรื่องราวต่าง ๆ สร้างความสนุก ปลุกให้เราโลดแล่นไปในโลกอีกใบตามใจที่เราอยากจะทำ และแน่นอนว่ามัน imply เข้ากับโลกความจริงด้วย อาศัยการกล้าคิดจินตนาการนั้น ทำให้เห็นความฝัน ความหวัง และแก่นบางอย่างในการใช้ชีวิตของตนเองในวัยโตนี้ มีประเด็นที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งคือ พอได้ทบทวนความทุกข์ในวัยเด็กกลับพบว่า มี pattern ที่คล้ายกับตอนโต ตอนทำงาน มันต้องกลับไปพูดคุยกับตัวเองในตอนนั้นเพื่อทำความเข้าใจบางอย่างใหม่ด้วยเช่นกันนะ เพราะมันน่าจะช่วยให้ความทุกข์วัยเด็กได้รับการรับฟัง และได้รับความเข้าใจ…”เขียนข้ามขอบ” ลีลาในการเรียนหัวข้อนี้ช่วยให้ energy สดใส สดชื่นขึ้นมาก เหมือนออกแบบให้เราไปรับพลังงานในแบบต่าง ๆ ผ่านการเคลื่อนไหว ผ่านการเขียน ช่วยให้ระบายอารมณ์อัดอั้นได้ดี ภายใต้ความทุกข์ กิจกรรมช่วยให้เห็นถึงความน่าประหลาดใจที่แอบซ่อนอยู่ ทำให้เห็นความจริงอีกฝั่งที่ไม่ได้ปรากฎขึ้นมา”
สรุปการเรียนรู้ รุ่นที่ 57

ครูโอเล่ อนุรักษ์ เม่นหรุ่ม (C.Ht)
วิทยากร นักเขียน นักสะกดจิตบำบัด ผู้สอนการเขียนบำบัดในชื่อชุดหลักสูตร “เขียนเปลี่ยนชีวิต” (จำนวน 55 รุ่น) สอนการสะกดจิตบำบัดและการโปรแกรมจิตตัวเองในชุดหลักสูตร “ห้องเรียน พลังแห่งจิต” (30 รุ่น) และหัวข้ออื่นๆ รวมมากกว่าหนึ่งร้อยรุ่น นอกจากนี้ยังเปิดอบรมในเนื้อหาต่างๆ อาทิ การรู้จักตนเอง การเจริญสติภาวนา การพัฒนาครู และภาวะผู้นำ แก่บุคคลหลากหลายอาชีพ
เริ่มสอนเรื่องการเขียนบำบัดเมื่อปี 2555 ได้ศึกษาร่วมกับพยาบาลชำนาญการเกี่ยวกับการใช้การเขียนบำบัดเพื่อพัฒนาสุขภาวะผู้ต้องขังเรือนจำ และเผยแพร่กิจกรรมการเขียนบำบัดอย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการปัญญ์ สเปซ และความร่วมมือกับองค์กรการกุศลต่างๆ

