หลักสูตร เขียนเปลี่ยนชีวิต

เรียนออนไลน์ทางเว็บไซต์ ไม่จำกัดเวลา

เขียนเปลี่ยนชีวิต รุ่นที่ 59 (ออนไลน์)

เรียนการเขียนบำบัด สู่การสร้างสรรค์ชีวิต

… แล้วคุณจะรู้ว่า การเขียนให้อะไรมากกว่าที่คิด และการเปลี่ยนชีวิตเริ่มได้ด้วยมือของตนเอง

“เรียนแล้วเปลี่ยนชีวิตจริงๆ​ ค่ะ โดยเริ่มจากเปลี่ยนวิธีคิด ที่ผ่านมา​เราเติบโตขึ้นมาท่ามกลางสภาพแวดล้อม​ คำพูดที่คนรอบข้างกำหนดว่าเราเป็นคนเช่นไร​ ทำให้เรามองไม่เห็นคุณค่าของตัวเอง​ ไม่รักตัวเอง​… การอบรม​”เขียนเปลี่ยนชีวิต” ในครั้งนี้ช่วยดึงสติให้เห็นคุณค่าในตัวเองและมีจิตใจที่เข้มแข็งขึ้น​ มิได้ช่วยคนแค่​ 1​ คน​แต่เป็นการช่วยครอบครัวและคนรอบข้าง​ สังคมของผู้เรียน​ รวมไปถึงโลกใบนี้ค่ะ ”

เสียงตอบรับจากผู้เรียน <<<

รู้จักหลักสูตรนี้

“จรดปากกาผ่าตัดหัวใจ เปลี่ยนให้เห็นคุณคนใหม่ 

สำรวจโลกภายในจิตใจ ด้วยการเขียนที่ไม่ธรรมดา”

 

… เรียนการเขียนบำบัด (Writing Therapy) แล้วต่อยอดสู่การฝึกเขียนงานสร้างสรรค์ ดูแลหัวใจ ได้รู้จักตัวเอง ได้พลังเพื่อผลักดันชีวิตก้าวต่อไป

… เรียนรู้ผ่านวิดีโอ 20 ตอน จากการบรรยายในรอบสอนสด เขียนเปลี่ยนชีวิต รุ่นที่ 58 พร้อมเนื้อหาเพิ่มเติม

“เขียนเปลี่ยนชีวิต” เป็นหลักสูตรสอนการเขียนบำบัด (Writing Therapy) เพื่อพัฒนาจิตใจและการเปลี่ยนแปลงตนเองในด้านต่างๆ อาทิ การรู้จักตนเอง การก้าวข้ามจากความเคยชิน การเยียวยาความรู้สึกเชิงลบ การรักและเห็นคุณค่าในตนเอง และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยได้ประยุกต์กับหลักการทางจิตวิทยา ผสมผสานเป็นหลากหลายเทคนิคการเขียนเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงให้แก่ตนเอง โดยแบ่งออกเป็น 4 เนื้อหาหลัก ได้แก่ เขียนเยียวยา, เขียนค้นตน, เด็กน้อยภายใน และ เขียน.ข้าม.ขอบ

 

หลักสูตรนี้เป็นกิจกรรมการเขียนด้วยเทคนิคที่หลากหลาย เพื่อให้ผู้เรียนได้สร้างการเปลี่ยนแปลงจากภายในตนเอง การเขียนในที่นี้จะไม่ใช่การเขียนเพื่อสร้างผลงาน แต่จะเป็นการสื่อสารกับตนเองอย่างลึกซึ้ง เป็นการเขียนเพื่อให้เราได้ดูแลตนเอง สร้างพลังเชิงบวกให้แก่ใจ และเปิดมุมมองความคิดต่อตัวเองและชีวิตให้กว้างขึ้นผ่านการจรดปลายปากกา

 

สอนโดย ครูโอเล่ สถาบันธรรมวรรณศิลป์ ที่ได้เริ่มสอนเรื่องนี้เมื่อปี 2555 และได้ทำการศึกษาร่วมกับพยาบาลชำนาญการเกี่ยวกับการใช้การเขียนบำบัดเพื่อพัฒนาสุขภาวะผู้ต้องขังเรือนจำ และเผยแพร่กิจกรรมการเขียนบำบัดในช่องทางที่หลากหลาย มาอย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการปัญญ์ สเปซ และกิจกรรมในความร่วมมือกับองค์กรการกุศลต่างๆ

“หมอในมือ เพื่อนข้างกาย ไปได้ทุกที่ มีราคาไม่แพง แฝงคุณค่ามากมาย”

 

การเขียนบำบัด (Writing Therapy) เป็นเครื่องมือที่ได้รับการศึกษาวิจัยอย่างกว้างขวางในต่างประเทศ อาทิพบว่า การเขียนบำบัดส่งเสริมการดูแลความหลังฝังใจ ฝันร้าย และประสบการณ์ที่ไม่พึงปรารถนา และช่วยพวกเขาค่อยๆเชื่อมโยงกับกิจกรรมและสถานที่ที่พวกเขาพยายามปฏิเสธ (Klein & Boals, 2001; Sloan & Marx, 2004) ฟื้นฟูสภาพจิตใจผู้สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก ผู้ที่วัยเด็กประสบกับความเจ็บป่วยเรื้อรัง (Schwartz & Drotar, 2004) และ ผู้ที่เพิ่งผ่านความสัมพันธ์ที่แตกสลาย (Lepore & Greenberg, 2002)

 

ครูโอเล่ สถาบันธรรมวรรณศิลป์ ได้ศึกษาร่วมกับพยาบาลชำนาญการกับกลุ่มผู้ต้องขังแดนหญิงที่ป่วยด้วยโรคเรื้อรัง เมื่อปี 2566 พบกว่า ผู้เข้าร่วมโครงการการเขียนบำบัดอย่างต่อเนื่อง มีการพัฒนาในด้านการฟื้นตัวจากความทุกข์ในอดีต การมีมุมมองเชิงบวกกับตนเอง ความสามารถปรับตัวในการอยู่ในเรือนจำ ความสามารถในการดูแลจัดการความรู้สึกของตนเอง การยอมรับและเข้าใจคนอื่น ความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งกับกลุ่มและสังคม และการเห็นคุณค่าของตนเอง เป็นต้น

 

ปัจจุบันมีการนำการเขียนมาใช้ในวงการการศึกษาทางเลือก การบำบัดเยียวยาสุขภาพจิต ส่งเสริมการพัฒนาสุขภาพร่างกาย และการอบรมพัฒนาศักยภาพอย่างแพร่หลายมากขึ้น  ลักษณะการเขียนเช่นนี้มาจากสามสายหลักๆ ได้แก่ 1 การเขียนบำบัด (Therapeutic Writing and Expressive Writing) ในวงการการแพทย์และสุขภาพ  2 การเขียนเพื่อการใคร่ครวญ (Reflective Writing)  และการเขียนบันทึกสร้างสรรค์ (Creative Writing) ในกลุ่มนักฝึกอบรม  3 และการเขียนเชิงจิตวิทยาในกลุ่มนักจิตวิทยาและนักฝึกอบรมที่เน้นกระบวนการการเขียน

 

สองสายหลังริเริ่มและพัฒนาแพร่หลายก่อนสายแรกในช่วงราวทศวรรษที่ 76-79 ซึ่งเพิ่งมีการศึกษายอมรับอย่างเป็นจริงเป็นจังในช่วงสองถึงสามทศวรรษที่ผ่านมาเกี่ยวกับคุณประโยชน์จากการเขียนเชิงประจักษ์ด้านสุขภาพ จนมีงานศึกษาวิจัยจากกลุ่มบุคคลต่างๆ มากกว่า 200 ชิ้น

 

สำหรับ หลักสูตร “เขียนเปลี่ยนชีวิต” ของสถาบันธรรมวรรณศิลป์ ใช้แนวทางองค์ความความรู้ที่พัฒนาจากทั้งสามสาย โดยดึงจุดเด่นของแต่ละแนวทางที่เคยมีการศึกษาวิจัย เผยแพร่ความรู้ และดำเนินงานมาแล้ว  ผสานกับองค์ความรู้ด้านการรู้จักตนเอง อาทิ จิตวิทยาเชิงกระบวนการ (Process Work)  จิตวิทยาตัวตน (Voice Dialogue)  เด็กน้อยภายใน  พุทธธรรม  เป็นต้น เกิดเป็นหลักสูตรการเขียนเพื่อพัฒนาชีวิตในหลากหลายด้าน ได้แก่ เขียนค้นตน : เขียนเพื่อการรู้จักตัวตนหลากหลายด้าน , เขียนข้ามขอบ : เขียนเพื่อเปลี่ยนแปลงมุมมองความคิดและดึงศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในตัวเอง , เขียนเยียวยา : เขียนเพื่อการบ่มเพาะความสุขและเยียวยาความทุกข์ในจิตใจ และ เขียนภาวนา : เขียนเพื่อกำกับจิตและพินิจหลักธรรมประสานกับจังหวะลมหายใจ โดยได้ดำเนินการมาแล้วมากกว่า 45 รุ่น ในปี พ.ศ.2563

 

มีหนังสือตีพิมพ์เกี่ยวกับการเขียนเพื่อพัฒนาชีวิตอย่างหลากหลายด้านในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น Journalution , Writing as a Way of Healing , Write Yourself, Writing the Natural Way เป็นต้น นอกเหนือจากด้านสุขภาวะและการรู้จักตนเอง ยังเป็นหัวเรื่องเกี่ยวกับการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ การบ่มเพาะเชิงจิตวิญญาณ การเขียนบันทึกเพื่อเข้าใจคัมภีร์ไบเบิ้ล เป็นต้น มีการจัดตั้งองค์กรเพื่ออบรมหรือบำบัดโดยใช้การเขียนอีกจำนวนไม่น้อย เกิดเว็บไซต์ที่ให้ความรู้ ขายหนังสือ ประชาสัมพันธ์คอร์ส และเป็นชุมชนผู้เขียนบำบัด หลายสถาบันสุขภาพนำการเขียนเป็นกระบวนการช่วยบำบัดเยียวยา ฟื้นฟู และพัฒนาสุขภาพจิตและร่างกาย กับผู้ป่วยหลายอาการ ทั้งอาการทางจิต เช่น การซึมเศร้า การวิตกกังวล ผู้ติดเหล้าและสารเสพติด ผู้ถูกกระทำจากความรุนแรง ทั้งได้รับความเจ็บปวดทางกายและทั้งจิตใจ ผู้ป่วยโรคมะเร็ง ผู้เข้ารับการบำบัดในโรงพยาบาลจิตเวช  ผู้มีคดีความต้องขัง ผู้เข้ารับการให้คำปรึกษา อีกทั้งบุคคลทั่วไปที่มีความเครียด มีความไม่สบายใจ ติดอยู่กับปมปัญหา มีความไม่กล้าแสดงออก กำลังสับสน เผชิญปัญหาทางใจเรื่องต่างๆ หรือประสบปัญหาสุขภาพกาย เป็นต้น

  • ดูแลจิตใจของตนเอง เติมเต็มความสุข คลี่คลายความทุกข์ และรักตนเองมากยิ่งขึ้น
  • รู้จักตนเองในด้านต่างๆ เพื่อรู้ทัน รู้ใช้ และรู้วาง ในศักยภาพและข้อจำกัดด้านต่างๆ และสิ่งที่ซ่อนอยู่ในตน
  • เยียวยาปมในอดีต ปลดล็อกสิ่งที่ดีในช่วงวัยเด็ก และเห็นแนวทางในการเติมเต็มความต้องการที่ซ่อนอยู่ภายในจิตใจ
  • ก้าวข้ามความเชื่อ ความรู้สึกมีข้อจำกัด เห็นโอกาสในการพัฒนาตนเองและชีวิต
  • ฝึกการเขียนบำบัดในรูปแบบต่างๆ และต่อยอดสู่การฝึกเขียนงานสร้างสรรค์

ทดลองเรียน 2 ตอนแรก (ฟรี)

เตรียมสมุดบันทึก อุปกรณ์การเขียน (อนุโลมแท็ปเล็ตที่ใช้ปากกา) และช่วงเวลาในการเรียนรู้ เพื่อเดินทางสู่การรู้จักตนอย่างแท้จริง

 

กดศึกษาเอกสารก่อนเรียนด้านล่าง และเข้าเรียนตอนแรกได้ที่หัวข้อ เขียนเปลี่ยนชีวิต ตอนที่ 1 และ 2

เนื้อหา เขียนเปลี่ยนชีวิต ออนไลน์ เป็นวิดีโอรวม 16 ตอน และเนื้อหาพิเศษ 4 ตอน รวมความยาวประมาณ 37 ชั่วโมง 29 นาที แบ่งออกเป็น 4 หมวดเนื้อหา (ต้องศึกษาตามลำดับ)

 

– เขียนเยียวยา – เขียนเพื่อรักษาใจตน : พื้นฐานการเขียนบำบัด หรือ Writing Therapy เพื่อดูแลความรู้สึกในหัวใจ สำรวจจิตใต้สำนึก และทบทวนเหตุการณ์ในชีวิต
– เขียนค้นตน – เขียนเพื่อค้นพบตัวเอง : เขียนแบบ Self-Reflection เพื่อสำรวจตัวตนที่หลากหลาย ศักยภาพที่มี และโลกภายในที่ซ่อนอยู่ เพื่อให้เกิดความตระหนักรู้ในตนมากขึ้น
– เด็กน้อยภายใน – เขียนเพื่อปลดล็อกใจ : ปลดล็อกตัวเองด้วย Inner Child Journal เยียวยาปมวัยเด็ก และปลดล็อกศักยภาพแห่งความเป็นเด็กที่ซ่อนในตัวเรา และบ่มเพาะการรักตนเอง
– เขียน.ข้าม.ขอบ – เขียนเพื่อข้ามเซฟโซน : ออกนอกกรอบความคิด สร้างแรงบันดาลใจให้กับตนเอง ด้วยการเขียนเทคนิค Kinesthetic Writing และต่อยอดสู่การเขียนสร้างสรรค์

 

เรียนฟรีช่วง(มหา?)อุทกภัย

 

คลิกปุ่มด้านล่าง ใส่รหัสผ่าน

“เอาอยู่2569“

เรียนฟรีถึงเที่ยงคืน ของวันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม 2569 👈(゚ヮ゚👈)

ลงทะเบียนรับเนื้อหาเต็ม
และสนับสนุนกิจกรรมโครงการ

  • ค่าลงทะเบียน 1,990 บาท รับลิงก์และรหัสเรียนออนไลน์ทางเว็บไซต์
  • คลิกปุ่มด้านล่างเพื่อเลือกรูปแบบชำระค่าลงทะเบียน
  • ส่งหลักฐานการโอนทางไลน์ @khianpianchiwit หรืออีเมล dhammaliterary@gmail.com
  • พร้อมแจ้งชื่อ อีเมล และหัวข้อหลักสูตร “เขียนเปลี่ยนชีวิต”
  1. เนื้อหา เขียนเปลี่ยนชีวิต ออนไลน์ เป็นวิดีโอความยาวรวม 37 ชั่วโมง 29 นาที แบ่งเป็น 20 ตอน ความยาว 1.30 ชั่วโมง ถึง 2.50 ชั่วโมง เรียนทางเว็บไซต์ไม่จำกัดเวลา
  2. แบ่งออกเป็น 4 หมวดหมู่เนื้อหา ดังนี้ เขียนเยียวยา, เขียนค้นตน, เด็กน้อยภายใน และ เขียนข้ามขอบ หมวดหมู่ละ 5 ตอน
  3. แบบฝึกหัดเพิ่มเติม เมื่อผ่านการอบรมตามเงื่อนไข
  4. ไฟล์ใบประกาศผ่านการอบรม เมื่อเรียนครบเงื่อนไข

ลงทะเบียนเหมา 4 หลักสูตรเรียนออนไลน์ในราคาพิเศษ !

สิ่งที่ผู้เรียนรุ่นก่อนได้รับ

“ได้เข้าเรียนแล้วรู้สึกเหนือความคาดหมายค่ะ ลึกซึ้งกว่าที่คิดไว้ ได้เรียนรู้เทคนิคใหม่ๆในการพูดคุยกับภายในเรา รวมทั้งได้เรียนรู้จากคำถามและการแชร์ของเพื่อนๆด้วยค่ะ รู้สึกเหมือนเป็นอีกกลุ่มความสัมพันธ์นึงที่เรามีนัดพบกันทุกสัปดาห์ตลอดระยะเวลา3เดือน ดีจังค่ะ ได้พัฒนาตัวตน ให้ฝึกฟังอย่างลึกซึ้งมากขึ้น ชอบตอนที่เขียนแล้วไม่ให้กลับไปอ่านทวนค่ะ รู้สึกว่าได้อยู่กับปัจจุบันดี รู้สึกว่าเปิดกว้างในการยอมรับตนเองและผู้อื่นมากขึ้นค่ะ เข้าใจและยอมรับความเป็นไปต่างๆตามความเป็นจริงได้ง่ายขึ้นค่ะ”

“รู้สึกโชคดีที่ได้เข้าเรียนหลักสูตรเขียนเปลี่ยนชีวิต เรียนแล้วเปลี่ยนชีวิตจริงๆ​ ค่ะ โดยเริ่มจากเปลี่ยนวิธีคิด ที่ผ่านมา​เราเติบโตขึ้นมาท่ามกลางสภาพแวดล้อม​ คำพูดที่คนรอบข้างกำหนดว่าเราเป็นคนเช่นไร​ ทำให้เรามองไม่เห็นคุณค่าของตัวเอง​ ไม่รักตัวเอง​ คิดว่าเราเป็นคนเดียวในโลกที่กำลังเผชิญกับปัญหา​ เมื่อเรียนแล้วและได้เข้ากลุ่มย่อย​ทำให้พบว่าเราไม่ใช่คนเดียวในโลกที่เศร้า​หวาดกลัว​ไม่มั่นใจในตัวเอง​ เพื่อนๆ​ก็เป็น​ ที่เคยคิดว่าปัญหาเราใหญ่มาก​ พอฟังเรื่องราวของเพื่อนๆ​ ก็พบว่าบางคนหนักกว่าเราเยอะ​ ได้ฟังความคิดของเพื่อนๆ​ ทำให้เรามีกำลังใจมากขึ้น​เข้มแข็งขึ้น การอบรม​”เขียนเปลี่ยนชีวิต” ในครั้งนี้ช่วยดึงสติให้เห็นคุณค่าในตัวเองและมีจิตใจที่เข้มแข็งขึ้น​ มิได้ช่วยคนแค่​ 1​ คน​แต่เป็นการช่วยครอบครัวและคนรอบข้าง​ สังคมของผู้เรียน​ รวมไปถึงโลกใบนี้ค่ะ”

“ฉันดีใจที่ได้เรียนครบทุกหัวข้อ เพราะฉันชอบมากทุกหัวข้อเลย แต่ถ้าต้องเลือก ฉันขอเลือกหัวข้อที่นำพาฉันก้าวข้ามความเป็นตัวเองได้มากที่สุด นั่นก็คือ หัวข้อ “เขียนข้ามขอบ” โดยเฉพาะกิจกรรมเขียน/วาดตามจังหวะชีวิต กิจกรรมนำพาวาดขีดเขียนทะลุความเป็นตัวตน จนฉันตระหนักรู้ได้ว่า ความเป็นตัวฉันนั่นแหละคือ “ขอบ” สำคัญที่ฉันต้องก้าวข้าม การยึดติดกับสิ่งเดิมๆที่ตัวเองกำหนดไว้เป็นมาตราฐานสิ่งที่เรียกว่า “ดี” “เหมาะสม” โดยไม่รู้ว่า นี่แหละคือ กรงขังที่ปิดกั้นฉันจากอิสรภาพและจินตนาการ การได้ใช้คำใหม่หรือให้ความหมายใหม่ กับสิ่งที่เรากำหนดไว้ ช่วยเปิดมุมมอง ปรับทัศนคติให้ทุกอย่างผ่อนคลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น จากสิ่งที่ดูซีเรียส กลายเป็น ประโยคขำขัน ตลกดีค่ะ ”

“รู้สึกขอบพระคุณคุณครูโอเล่ ที่วางโครงสร้างหลักสูตรให้พวกเราค่อยๆ รู้จักตัวตนที่เราคุ้นเคยอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย สู่การตระหนักรู้ถึงตัวตนที่เราไม่คุ้นเคยเป็นพื้นที่เสี่ยงที่เราไม่กล้าก้าวข้ามออกไป ครูค่อยๆจูงมือพาเราก้าวข้ามขอบความเป็นตัวตน ความเชื่อ ทัศนคติ สอนให้เรียนรู้วิธีการยืนหยัดอยู่ในพื้นที่เสี่ยงอย่างอิสระและปลอดภัย ขณะเดียวกันครูไม่ลืมที่จะสอนให้เรารู้จักใช้ประสบการณ์การเรียนรู้ แบ่งปันให้เป็นประโยชน์กับผู้อื่น”

“เด็กน้อยภายใน พาฉันกลับไปพบตัวเองตอนเป็นเด็กน้อย ที่มีแต่ความสุขและเสียงหัวเราะ ขำกับเรื่องเดิมๆจนปวดท้อง ฉันได้ตระหนักรู้ว่า เด็กคนนั้นหายไป กลายเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่มีความสุข กลัวความผิดพลาด ความทุกข์หม่นๆลึกๆ นั่นเป็นเพราะฉันยึดติดอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยเดิมๆ ความอบอุ่น ความรักความไว้ใจที่ได้รับมาโดยตลอด ฉันไม่กล้าเผชิญความเสี่ยงใดๆที่จะทำให้ฉันสูญเสียสิ่งเหล่านี้ไป การเรียนจากคอร์สนี้ช่วยให้ฉันเปลี่ยนทัศนคติจากการยึดติดฉุดรั้ง เด็กน้อยช่วยส่งพลังผลักดันให้ฉันรู้สึกขอบคุณ และมองเห็นคุณค่าในตัวเอง ความผิดพลาดที่ฉันหนีมาตลอด ไม่ใช่สิ่งที่ลดทอนคุณค่าในตัวฉัน สิ่งที่บั่นทอนคุณค่าในตัวฉันคือ การที่ฉันไม่กล้าเผชิญความจริง หลีกหนีปัญหา ต่างหาก จากจุดนี้ ฉันรู้แล้วว่า ฉันจะไม่มีวันมีความสุขถ้าฉันยังจมอยู่กับปัญหาที่ไม่ได้รับการแก้ไข ฉันได้พัฒนาตัวเองด้วยการกล้ากลับมาวางแผนแก้ไขปัญหาคั่งค้างที่ซุกไว้”

“ตัดคนใจร้ายออกจากชีวิตได้ง่ายขึ้น รักตัวเองมากขึ้น ใครที่ไม่รักก็คือไม่รัก ไม่บังคับหรือตั้งคำถามอีกต่อไป อ่อนโยนกับตัวเอง ปล่อยและช่าง…มากขึ้นจากที่เคยกดดันตัวเองให้เพอร์เฟ็กต์ในเรื่องต่างๆ จากการที่เข้ากลุ่มย่อยและรับฟังคนอื่นได้รับรู้ว่าคนอื่นเจอเรื่องหนักกว่ามากเค้ายังผ่านไปได้ เรื่องของเราแค่นี้เอง ปล่อยวางได้ ใจก็เบาลง”

“รู้เป้าหมายของตัวเองชัดขึ้น ได้ให้อภัยตัวเองและคนอื่นๆในอดีต มองเห็นตัวเองในตอนนี้ ชื่นชมและภูมิใจ มรกำลังใจในการลงมือทำของตัวเองต่อไป ที่สำคัญ คือได้ประยุกต์สิ่งที่อาจารย์สอนลงในงานของตัวเองด้วย เป็นความรู้เพื่อเป็นประโยชน์ให้คนอื่นต่อไปอีกหลายคนค่ะ”

“ฉันชอบทุกหัวข้อที่เข้าร่วม เพราะอาจารย์จริงใจและละเอียดในการสอนทุกหัวข้อ ทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ เทคนิคที่ชอบมากที่สุดคือการได้วาดรูปตามความคิดและอารมณ์ และการเขียนโดยไม่หยุดพัก เพราะเป็นอะไรที่ดูจริงใจ ตรงไปตรงมากับตัวเองดี สิ่งต่าง ๆ ที่อยู่ในใจสามารถระบายออกมาได้อย่างไหล่ลื่น อีกทั้งคือไม่มีคำว่าผิดหรือถูกในการเรียนแม้แต่นิดเดียว สอนให้เราเปิดรับทุกอย่างที่เป็นไปในตัวเอง… “เขียนเยียวยา” หัวข้อแรกเกี่ยวกับความสุข ยอมรับเลยว่าตอนแรกฉันเข้ามาเรียน มีแต่ความทุกข์จากที่ทำงาน อาจารย์ให้ทบทวนความสุขที่เคยมีทำให้ฉันพบความสุขง่าย ๆ ที่ลืมเลือนไปนานแสนนาน ฉันได้ทำความเข้าใจในมุมมองใหม่ ว่า การเขียนคือการฟัง การเขียนถึงตัวเองคือการรับฟังตัวเอง ฉันเพิ่งมาเห็นว่าตัวเอง เอาแต่หลีกหนีจากความทุกข์ในใจมาโดยตลอด… “เขียนค้นตน” การมีตัวช่วยทั้งการตั้งคำถามสืบค้น การเปรียบเทียบตัวเองผ่านสิ่งต่าง ๆ และการแลกเปลี่ยนกับเพื่อน เป็นตัวช่วยทำให้เราเห็นมิติของตัวเองในมุมมองที่หลากหลายมากขึ้น ช่วงนี้ฉันมักมองตัวเองแข็งกระด้างทั้งที่บ้านและที่ทำงาน แต่พอฟังเพื่อนก็เห็นความอดกลั้นภายในที่เข้มแข็ง และยังมีอีกด้านที่อ่อนโยนที่เรามักละเลยไป เราได้มีโอกาสให้เขาออกมาตามกิจกรรมที่อาจารย์นำพาไปและรับรู้ถึงการมีอยู่ของทั้งหมดในตัวเอง…”

“หัวข้อ “เด็กน้อยภายใน” ฉันชอบหัวข้อนี้ตรงที่ได้ขยายจินตนาการออกไปกว้างไกล เลยขอบเขตที่ฉันคิดว่าตัวเองทำได้เพียงเท่านี้ การเขียนถึงนางฟ้าทำให้เห็นว่าเรามีศักยภาพในการกลับมาปลอบใจตัวเองได้อย่างดี การแต่งเรื่องราวต่าง ๆ สร้างความสนุก ปลุกให้เราโลดแล่นไปในโลกอีกใบตามใจที่เราอยากจะทำ และแน่นอนว่ามัน imply เข้ากับโลกความจริงด้วย อาศัยการกล้าคิดจินตนาการนั้น ทำให้เห็นความฝัน ความหวัง และแก่นบางอย่างในการใช้ชีวิตของตนเองในวัยโตนี้ มีประเด็นที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งคือ พอได้ทบทวนความทุกข์ในวัยเด็กกลับพบว่า มี pattern ที่คล้ายกับตอนโต ตอนทำงาน มันต้องกลับไปพูดคุยกับตัวเองในตอนนั้นเพื่อทำความเข้าใจบางอย่างใหม่ด้วยเช่นกันนะ เพราะมันน่าจะช่วยให้ความทุกข์วัยเด็กได้รับการรับฟัง และได้รับความเข้าใจ…”เขียนข้ามขอบ” ลีลาในการเรียนหัวข้อนี้ช่วยให้ energy สดใส สดชื่นขึ้นมาก เหมือนออกแบบให้เราไปรับพลังงานในแบบต่าง ๆ ผ่านการเคลื่อนไหว ผ่านการเขียน ช่วยให้ระบายอารมณ์อัดอั้นได้ดี ภายใต้ความทุกข์ กิจกรรมช่วยให้เห็นถึงความน่าประหลาดใจที่แอบซ่อนอยู่ ทำให้เห็นความจริงอีกฝั่งที่ไม่ได้ปรากฎขึ้นมา”

สอนโดย ครูโอเล่ อนุรักษ์ เม่นหรุ่ม (C.Ht)

ผู้อำนวยการ สถาบันธรรมวรรณศิลป์ วิทยากร นักเขียน นักสะกดจิตบำบัด ผู้สอนการเขียนบำบัดในชื่อชุดหลักสูตร “เขียนเปลี่ยนชีวิต” (จำนวน 55 รุ่น) สอนการสะกดจิตบำบัดและการโปรแกรมจิตตัวเองในชุดหลักสูตร “ห้องเรียน พลังแห่งจิต” (30 รุ่น) และหัวข้ออื่นๆ รวมมากกว่าหนึ่งร้อยรุ่น นอกจากนี้ก็ยังเปิดอบรมในเนื้อหาต่างๆ อาทิ การรู้จักตนเอง การเจริญสติภาวนา การพัฒนาครู และภาวะผู้นำ แก่บุคคลหลากหลายอาชีพ ทั้งในการอบรมแบบเปิดและการอบรมในกลุ่มเฉพาะตามรับเชิญ

ติดต่อสอบถาม

เพจเฟสบุ๊ค “เรามีลมหายใจ”

ไลน์ @khianpianchiwit หรืออีเมล dhammaliterary@gmail.com